เจ้าพระยาสุโขทัย
ปรากฏนามในพระไอยการเก่า ตำแหน่งนาหัวเมืองฉบับอยุธยา ของหอพระสมุด วชิรญาญ ว่า “เจ้าพระยาศรธรรมาโศกราชชาติภักดีบดินทรสุรินทรฤาไชยอภัยพิธีปรากรมพาหุ เจ้าเมืองศุโขทัย” เป็นหนึ่งในสักขีพยานในพระราชพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทก
เจ้าพระยาสุโขทัย ยืนในตำแหน่งคนที่ ๒ ตรงกับขาหลังซ้ายของม้าทรง ท่านร่วมรบกับพระราชมนูในสงครามพระเจ้าเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒
ปรากฏนามในอัยการเก่าตำแหน่งนาหัวเมืองฉบับอยุธยา ของหอพระสมุดวชิรญาญว่า “เจ้าพระยาศรีธรรมาโศราชชาติภักดีบดินทรสุรินทรฤาไชยอภัยพิรียบรากรมพาหุเจ้าเมืองสุโขทัย “ปรากฏตัวในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ในเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้
-ปี พ.ศ.๒๑๒๘ พระเจ้านันทบุเรงมีพระราชบัญชาให้พระยาพสิมยกทัพสมทบกับพระเจ้าเชียงใหม่ลงมาตีกรุงศรีอยุธยา ครั้งนั้นพระยาพสิมยกลงมาแต่เพียงทัพเดียวจึงถูกทัพเรือเจ้าพระยาจักรีตีแตกพ่ายไปตั้งรับอยู่บนเขาพระยาแมน สมเด็จพระนเรศวรจึงทรงมีพระราชบัญชา ให้เจ้าพระยาสุโขทัยเป็นแม่ทัพไปตีทัพพระยาพะสิมซ้ำแตกกระจัดกระจายไปถึงกาญจนบุรี
- เป็นหนึ่งในสักขีพยานในพระราชพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกตั้งสีมาจารึกเพื่อเป็นราชไมตรีของกรุงศรีอยุธยา และกรุงระแวก ครั้งสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ณ ตำบลสะเกศ ในปี พ.ศ.๒๑๒๘
- รับพระราชบัญชาให้เป็นนายทัพถือพลไปล่อทัพพระเจ้าเชียงใหม่พร้อมกับพระราชมนู ในสงครามพระเจ้าเชียงใหม่(ครั้งที่ ๒) สมรภมิป่าจิก-ป่ากระทุ่มปี พ.ศ. ๒๑๒๘
ราชทินนาม “เจ้าเมืองสุโขทัย” ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาในนาม “พระยาสุโขทัย” ซึ่งสันนิษฐานว่าจะเป็นคนละคนกันกับ “เจ้าพระยาสุโขทัย” ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นโดยพระยาสุโขทัย ได้ร่วมทัพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา ไปรบกับพระยาอ่อน ณ ตำบลแสนสโทง ตามคำร้องของพระศรีสุพรรมาธิราชกษัตริย์ละแวก ประมาณปี พ.ศ.๒๑๔๗