ที่น้องเม้งถามว่าในองค์กรบริหาร ในองค์กรการศึกษามีภูมิคุ้มกันเหล่านี้ บกพร่องด้วยไหม พี่ว่ามันบกพร่องอย่างแรงเลยแหละค่ะ..
คนที่ทำงานในองค์กรบริหาร องค์กรการศึกษา พี่ว่าไม่ได้ทำงานด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน หรือทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายขององค์กร พี่ว่าเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าองค์กรของเขามีเป้าหมายอะไร (อันนี้พี่ไม่รวมองค์กรที่ทำการค้าหรือธุรกิจที่แสวงหาแต่กำไรนะคะ อันนั้นอาจจะชัดที่เป้าหมายคือการแสวงหากำไรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร)
ในที่นี้พี่จะพูดถึงเฉพาะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรเท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่บริการประชาชน พี่ว่าตอนนี้คนทำงานเองก็ค่อยรู้เป้าหมายองค์กร บางคนก็ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ มันทำให้ทำงานกันอย่างไม่เป็นระบบ เพราะบางคนทำงานเพื่อตัวเอง แต่คนบางคนทำงานองค์กรเพื่อสังคม กลุ่มหลังนี้ค่อนข้างน้อย และไม่ค่อยแสดงตัว และคนกลุ่มหลังมักเป็นคนไม่แสวงหาอำนาจ ยศตำแหน่ง อยากทำแต่งานที่ตัวเองรัก ดังนั้นก็อาจจะมีแต่คนกลุ่มแรกที่ขึ้นบริหารองค์กร (เป็นส่วนใหญ่ อาจจะไม่ทั้งหมด)
เมื่อตัวเขาไม่เห็นไม่เข้าใจเป้าหมายการบริการขององค์กร เขาก็ยังบริหารองค์กรเพื่อสนองตอบความต้องการของตัวเองเป็นหลักอยู่ ไม่ได้บริหารงานเพื่อบริการประชาชน ตามที่ควรจะเป็น...ดังนั้นองค์กรจึงเป็นโรค"ผู้บริหารบกพร่อง" เสียเยอะค่ะ แล้วก็ถ้าน้องเม้งไปถามผู้บริหารเหล่านี้นะคะ เขาจะไม่ค่อยรู้ตัวหรอกค่ะ เขาจะยืนยันมากๆ ว่า เขาทำดี คิดดี เขาค่อนข้างมองความคิดคนส่วนน้อยไม่ค่อยออกค่ะ..อันนี้จะเป็นลักษณะของการยึดติดของคนที่ผิดไม่เป็น และยอมรับไม่เป็นค่ะ
เพราะฉะนั้นถ้าองค์กรใดมีคนทำงานที่มีโรค"ยึดมั่นถือมั่น"ในส่วนตนมาก องค์กรนั้นก็จะมีโรค"ผู้บริหารบกพร่องทางความคิด"มาก แล้วก็ทำความเสียหายได้มากค่ะ
แต่ก็นั่นแหละ พี่ก็ต้องมาทบทวนความคิด และสอบตัวเองอยู่เรื่อยๆ ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำเป็นประจำ ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่ อิอิ ของอย่างนี้ต้องไม่ประมาทค่ะ