คำว่าอยากได้ อยากมี อยากเด่น อยากดัง อาจจะเป็นสิ่งจำกัดความก็ได้มั้งคะ ซึ่งมันก็คล้องกับคำว่า ความต้องการของมนุษย์มันไม่มีจุดสิ้นสุด

ชีวิตคนเราโดยมากตั้งแต่เด็กพอรู้เรื่องก็ไปโรงเรียน เด็กน้อยหลายคนก็เริ่มอยากจะมีกระเป๋า รองเท้า ดินสอเหมือนเพื่อน พอโตมาหน่อยเป็นเด็กประถมก็เริ่มอยากจะแตกต่าง (อย่างดูดี) เช่นเค้าใช้ดินสอธรรมดา เราใช้ดินสอกด :D พอโตขึ้นอีกนิดเริ่มเป็นวัยรุ่น หลายคนก็เริ่มอยากเด่นกันไปคนละแบบ บางคนอยากเรียนหนังสือเก่งได้ A ทุกวิชา คุณครูรักและเอาใจ เด็กบางคนก็เริ่มต่อต้านสังคม ต่อต้านพ่อแม่ และพอโตเป็นวัยรุ่นเต็มตัวก็เริ่มหาการยอมรับจากสังคม การตีกันของเด็กช่างกลก็คงเป็นเพราะอยากจะได้รับความนับถือจากพรรคพวกเพื่อนฝูงนั่นแหละ ถ้าดูจากจำนวนเด็กๆที่ไปประกวด The Star AF ต่อปี มันจะดูเหมือนมากขึ้นทุกปีเสียด้วยซ้ำ

อุ้มกำลังคิดว่า การที่คนๆนึงอยากจะมีชื่อเสียง อาจจะเป็นเพราะ เค้าต้องการ การยอมรับทางสังคมหรือเปล่า? แล้วจริงๆหากเราได้ทำตามสิ่งที่เราต้องการแล้ววันนึงเราเกิดได้รับการยอมรับทางสังคมขึ้นมา มันดีกว่าการที่เราพยายามจะโดนยอมรับในสังคม โดยเราที่ต้องแกล้งเป็นคนอื่นหรือต้องออกแรงพยายามอย่างมาก

อ้างถึงสิ่งที่หมอคิดได้เขียนไว้ ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์( Maslow’s Hierarchy of Needs) ความต้องการในขั้นที่ 4คือความภาคภูมิใจในตัวเองและการได้รับการยอมรับนับถือต่อผู้อื่น ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่ใครบางคนอยากจะมีชื่อเสียงหรือได้รับการยอมรับทางสังคมเพราะมันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เค้าคนนั้นมีความสุข (หรือเปล่า) และบางครั้งก็เห็นหลายคนที่พยายามใช้เงินซื้อสิ่งของแห่งความสำเร็จ (แบบที่เค้าชอบโฆษณากัน เช่น รถ นาฬิกา รองเท้า กระเป๋า) เพื่อลึกๆแล้วต้องการให้ใครสักคน "ช่วยหันมาสนใจฉันที" ส่วนขั้นที่ 5 ชั้นบนสุดพูดถึงความเข้าใจในตัวเอง ซึ่งขั้นที่ 5 สำหรับอุ้มคือการ "บรรลุในโลกมนุษย์"แล้ว ออกแนวสูงสุดคืนสู่สามัญ สังเกตุได้จาก คนมีชื่อเสียงหลายคนที่อยู่ดีๆเค้าก็หายไปเพราะเค้าต้องการจะกลับไปใช้ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง ซึ่งจริงๆขั้นนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุเสมอไป ขอแค่เกิดขึ้นกับคนที่รู้ว่าต้องการอะไร ชอบอะไร แล้วพยายามไปให้ถึงจุดนั้นก็สามารถบรรลุได้แล้ว

สังเกตุได้ว่า คนที่กำลังทำอะไรที่เป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ มักจะไม่ได้ต้องการให้สังคมมายอมรับเค้า เค้าไม่ได้ต้องการจะมีชื่อเสียง แต่ถ้าหากเค้าประสบความสำเร็จ วันนึงชื่อเสียงจะตามมาหาเค้าเอง คนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องไขว่ขว้า ไม่ต้องออกแรง แต่วันนึงสังคมก็จะส่องสป๊อตไลท์มาหาเค้าเอง และนั่นแหละอุ้มว่ามันน่าจะเป็นความภูมิใจที่แท้จริงค่ะ ตอนอุ้มเด็กๆอุ้มก็อยากให้คนมายอมรับในตัวอุ้มนะ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว อุ้มขอทำและอยู่กับสิ่งที่อุ้มทำแล้วมีความสุุขดีกว่า ไม่ต้องรวย ไม่ต้องมานับถืออะไรเราหรอก ขอแค่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกดีที่ได้ก้าวออกไปทำงานและไม่โดนลูกค้าด่าก็บุญแล้วค่ะ 5555

หมอคิดเองเป็นคนที่เก่งและมีโอกาสได้ทำสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการได้เป็นแพทย์ การได้แต่งเพลง และก็ได้รับการยอมรับจากผู้คนมากมายจากความสามารถของตัวเองล้วนๆ แค่นี้ก็คือว่าดีที่สุดแล้วหล่ะ :D

ตัวอุ้มเอง ถ้าย้อนไปเมื่อ 9 ปีที่แล้ว อุ้มก็ต้องต่อสู้กับเรื่องพวกนี้เยอะเหมือนกันค่ะ เพราะแม่เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่อุ้มพยายามทำ แม่มักจะพูดเสมอๆว่า "ถ้าชั้นรู้ว่าเธออยากเป็นแม่ค้า ชั้นไม่ต้องส่งเธอไปเรียนแพงๆก็ได้ ชั้นหวังอยากให้ลูกทำงานมีหน้ามีตา" ?!!!!!! และสุดท้ายก็จะจบด้วยประโยคที่ว่า "เธอเป็นคนที่ทำให้ชั้นเป็นมะเร็ง" ที่พูดแบบนั้นเพราะคงทำอะไรไม่ได้ดั่งใจนั่นแหละนะ

อยากจะเขียนยาวกว่านี้ แต่กลัวความยาวมันจะเท่ากับอีกหนึ่งบล๊อก ^_'