สวัสดีค่ะคุณสวัสดิ์

ต้องขอขอบคุณที่ได้ให้มุมมองในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคนหนึ่งนะคะ

เป็นไปได้จริงๆ ที่บางคนอาจจะมองการศึกษาเป็นธุรกิจ และอาจมีบางคนที่ออกมา "ร้องแรกแหกกระเชอ" ทำการตลาดแบบเก่า ทำการป้ายสีว่า "ที่นี่เจ๋ง...นี่โน่นปลอม" หรือที่โน่นมันห้องแถว ที่นี่ไม่ใช่ เป็นต้น

สำหรับตัวเอง ดิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองกำลังทำธุรกิจการศึกษาเลยค่ะ ก็แค่คนๆ หนึ่งที่เป็นกังวล ไม่อยากเห็นการศึกษาเป็นธุรกิจไปเสียหมด แล้วก็เคยประสบกับผลลัพธ์ของระบบการศึกษามหาวิทยาลัยห้องแถว และ ดร.กล้วย มาก่อนหน้านี้นานแล้ว พอมีข่าวที่อ่านเจอ ก็เลยนำมาฝากกัน เพราะเห็นว่ามีแนวโน้มมากขึ้น คนที่จะไปเรียนจะได้ตัดสินใจก่อนว่า เขาจำเป็นที่จะต้องมีปริญญาเอกหรือไม่ แล้วการมีปริญญาเอกเอาไว้ใช้ทำอะไร เพื่ออะไร เพื่อใคร  หรือเรียนแล้วได้อะไรจากการเรียนนอกจากใบปริญญาบัตรกับคำนำหน้าชื่อบ้าง

และก็อย่างที่ อ.ป้าเจี๊ยบได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ค่ะว่าเคยเจอ ดร.ห้องแถวแต่ไม่ทำตัวเป็นกล้วย และเคยเจอ ดร.มหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ทำตัวเป็นกล้วย..

อาจารย์ที่ไม่มีวุฒิมากนัก ทำงานหนัก เพื่อสอนหนังสือ ไม่ได้ทำธุรกิจ และเอาใจใส่นักศึกษา ก็มีอยู่บ้างค่ะ แต่อาจจะไม่มากเท่าคนที่ทำธุรกิจการศึกษาค่ะ ดิฉันยอมรับว่าการศึกษาตอนนี้อยู่ในสภาวะวิกฤตมาก นักศึกษาบางส่วนมองการศึกษาเป็นแค่การได้ปริญญามากกว่าความรู้  คนส่วนใหญ่มองเป็นแต่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

ภาวะวิกฤตทางการศึกษานี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความรับผิดชอบของครูบาอาจารย์ อีกส่วนเป็นของรัฐ/ระบบ เป็นของครอบครัว+สังคมที่มีกระแสวัตถุนิยม อยากได้อยากมี และไม่ค่อยสนใจวิธีการ และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นของผู้เรียนที่ตกอยู่ในกระแส...

ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นตัวอย่างที่ดีๆ อยากเห็นดร.กล้วย ที่ไม่เป็นกล้วย มาช่วยกันพัฒนาการศึกษาและสังคมกันต่อไป..

ขอบคุณนะคะที่เข้ามา ลปรร