คำถามประจำบทที่ 3
-
บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ควรมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่ออย่างไรบ้าง และต่างกันกับบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือไม่ ตอบ
การจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดในการปฏิบัติงานด้านสินเชื่อ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มีความสำคัญต่อองค์กร ดังต่อไปนี้ 1.ประเภทธุรกิจ โดยจะต้องพิจารณาว่าธุรกิจนั้นอยู่ในประเภทใดบ้าง 2.ขนาดของการให้สินเชื่อ ถ้ามีการขายเชื่อเป็นจำนวนมากก็ต้องมีฝ่ายสินเชื่อแยกออกต่างหาก 3.ลักษณะของการให้บริการต่างๆ ในด้านสินเชื่อ ถ้าองค์กรมีบริการด้านสินเชื่อมาก ควรมีวิธีการปฏิบัติของบริการอย่างเป็นระบบ 4.การมอบหมายภาระหน้าที่งานด้านสินเชื่อให้องค์กรอื่นไปทำ ที่เห็นชัดคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ติดต่อกับธนาคารให้ทำหน้าที่ด้านสินเชื่อแทน 5.ประเภทของลูกค้า มักจัดกลุ่มลูกค้าตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ หรือตามภูมิศาสตร์ หรือลักษณะการซื้อ 6.จำนวนลูกหนี้ ยิ่งมีลูกหนี้มากยิ่งต้องจัดโครงสร้างให้เหมาะสม เป็นระบบ รวมทั้งใช้บุคลากรด้านสินเชื่อที่มีคุณภาพจำนวนมากกว่าองค์กรที่มีจำนวนลูกหนี้น้อยราย 7.ลักษณะการขายของธุรกิจ องค์กรควรมีการกำหนดมาตรฐานการขายสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่ายทุกแห่งเหมือนๆกัน เพื่อจะได้มีมาตรฐานที่ดี บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีความแตกต่างกับบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ตรงที่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีการผลิตปูนซีเมนต์เป็นผลิตภัณฑ์หลัก และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีก เช่น ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กระดาษ โลหะ เครื่องจักรกล ปิโตรเคมี ธุรกิจจัดจำหน่าย เป็นต้น แต่บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผลิตปูนซีเมนต์เพียงชนิดเดียว แต่ปัจจุบันนี้ทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทคู่แข่งที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่ากัน -
การที่บริษัทเงินทุน ทำธุรกิจด้านการให้เช่าซื้อรถยนต์ ประเด็นใดบ้างที่ควรพิจารณาความเสี่ยง และควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร ตอบ
1. ปัจจัยความเสี่ยงจากลักษณะของธุรกิจการให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตของบริษัท มีดังนี้
1.1 ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
จากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และจากการที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งได้อย่างเสรี รวมทั้งการขยายตัวของตลาดรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ให้ความสนใจเข้ามาประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งเพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการในรูปบริษัทลิสซิ่งที่เกิดจากการร่วมลงทุนของบริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ เพื่อรักษาหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนแบ่งตลาด
จากภาวะการแข่งขันดังกล่าว บริษัทฯยังคงความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการตลาดเนื่องจาก บริษัทฯได้จัดตั้งขึ้นจากการร่วมทุนกับบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มยนตรกิจ) ซึ่งเป็นผู้ประกอบและนำเข้ารถยนต์ชั้นนำจากยุโรปหลายยี่ห้อ โดยมีข้อสัญญาร่วมกันให้กลุ่มยนตรกิจใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการแนะนำลูกค้าที่ต้องการเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ นอกเหนือจากความสัมพันธ์อันดีในระดับผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯยังได้มุ่งเน้นในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด โดยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จำหน่ายรถยนต์ รวมทั้งการให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งเป็นการช่วยให้บริษัทฯมีลูกค้าเช่าซื้อรถใหม่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์ในกลุ่มยนตรกิจ นอกกลุ่มยนตรกิจ และรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อเสริมปริมาณธุรกิจของบริษัทฯ
1.2 ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
บริษัทฯ กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมาใช้ในการดำเนินงานที่มีอายุสั้นกว่าอายุของสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยได้ เนื่องจากหากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวสูงขึ้น และเงินกู้ระยะสั้นถึงกำหนดชำระคืน บริษัทฯอาจต้องกู้เงินใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่อได้ ในทางกลับกันถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลดลง ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของบริษัทฯ ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและมีนโยบายที่จะลดความเสี่ยงดังกล่าว โดยพยายามจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ และมีอายุเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกับพอร์ตสินเชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่ต้องปล่อยออกไปโดยจะเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่แก่ผู้ลงทุนสถาบัน
1.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินจากแหล่งเงินทุนระยะสั้น
บริษัทฯ ได้เลือกใช้แหล่งเงินทุนระยะสั้นมาใช้ในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากบริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงถึงกว่า 800 ล้านบาทซึ่งจัดเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาว จึงทำให้บริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นในการเลือกใช้แหล่งเงินกู้ระยะยาวอื่น ๆ มาใช้ในการประกอบธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
หากบริษัทฯ มีการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่มากขึ้นในอนาคต การใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาวอาจมีจำนวนไม่เพียงพอ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางด้านสภาพคล่องจากการพึ่งพิงแหล่งเงินกู้ระยะสั้นมากเกินไป บริษัทฯ อาจมีความเสี่ยงจากการที่สถาบันการเงินที่ให้บริษัทฯกู้ยืมเงินระยะสั้นทำการเรียกคืนเงินกู้ก่อนกำหนดหรือไม่ต่ออายุเงินกู้โดยเฉพาะวงเงินกู้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อในอนาคตโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงทางด้านสภาพคล่อง บริษัทฯ ได้ขอวงเงินสินเชื่อไว้กับธนาคารหลายแห่ง อีกทั้งบริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินกู้ทั้งจากสถาบันการเงินของไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทฯมีนโยบายออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีระยะเวลาชำระคืน 3 ปีในครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ มีเสถียรภาพในการบริหารแหล่งเงินกู้ได้ดีขึ้นและสอดคล้องกับการทำธุรกิจของบริษัทฯ
1.4 ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน
ผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อสามารถขยายธุรกิจได้ตามศักยภาพของบริษัท โดยไม่มีข้อจำกัดจากหน่วยงานใด ๆ เหมือนกับการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินต่าง ๆ การให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อ ประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ ระบบการควบคุมภายในที่ดี รวมทั้งความซื่อสัตย์ของบุคลากร จึงเป็นปัจจัยหลักในการประกอบธุรกิจ หากผู้ประกอบการขาดความระมัดระวัง หรือขาดระบบควบคุมภายในที่ดี ผู้ประกอบการอาจประสบปัญหาในการเรียกชำระหนี้ได้
บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวจึงมีมาตรการในการพิจารณาเครดิตอย่างเข้มงวด โดยได้นำมาตรฐานของบริษัทเงินทุน ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาดำเนินการ ซึ่งทำให้บริษัทฯมีระบบการควบคุม ติดตาม และดูแลการปล่อยสินเชื่อที่ดี อีกทั้งบริษัทฯมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากตัวลูกค้าโดยจัดให้มีบุคคลค้ำประกัน และให้ลูกค้าวางเงินดาวน์ปริมาณที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพที่สามารถช่วยลดปัญหาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และทำให้บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงจากการก่อทุจริตภายในบริษัทฯ ลง
1.5 ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ถือหุ้น
เนื่องจากจำนวนลูกค้าใหม่ที่มาใช้บริการสินเชื่อของบริษัทฯนั้น มาจากการแนะนำของกลุ่มยนตรกิจ หรือ บริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น) คิดเป็นสัดร้อยละ 77.2 ในปี 2545 ดังนั้นถ้าหากบริษัทฯสูญเสียลูกค้าที่มาจากกลุ่มยนตรกิจไป อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯได้ อย่างไรก็ตามกลุ่มยนตรกิจได้มีส่วนร่วมในการถือหุ้นในกิจการในสัดส่วนร้อยละ 25 และมีข้อผูกพันให้กลุ่มยนตรกิจใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการแนะนำลูกค้าที่ต้องการเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ทำการขยายขอบเขตการทำธุรกิจไปในตลาดสินเชื่อรถยนต์ใหม่นอกกลุ่มยนตรกิจ และตลาดสินเชื่อรถยนต์เก่าเพิ่มเติมเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ถือหุ้น
1.6 ความเสี่ยงจากกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เนื่องจากมีกิจการที่แข่งขันกัน
บริษัทเงินทุน ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์เช่นเดียวกับบริษัทฯ จึงอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการบริหารงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน โดยบริษัทเงินทุน ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จะเน้นการให้บริการสินเชื่อเพื่อการอุปโภคและบริโภคในรูปเช่าซื้อและลิสซิ่งแก่ลูกค้ารายใหญ่ ทั้งรถยนต์เก่าและใหม่นอกกลุ่มยนตรกิจที่มียอดขายจำนวนมากในแต่ละปี ส่วนบริษัทฯให้บริการเช่าซื้อแก่ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยเน้นปล่อยสินเชื่อรถยนต์ที่จำหน่ายโดยกลุ่มยนตรกิจ แต่ยังมีอิสระในการหาลูกค้านอกกลุ่มยนตรกิจเช่นเดียวกัน
2.แนวทางการแก้ไขปัญหาความเสี่ยง การลงมือทำธุรกิจทุกอย่าง ไม่ว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจอะไร ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ส่วนการที่บริษัทเงินทุน ทำธุรกิจด้านการให้เช่าซื้อรถยนต์ ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงมากเพราะรถยนต์เป็นพาหนะ สามารถขับหนีหรือหลบซ่อนตัวได้ง่าย จึงมีแนวทางแก้ไข ดังนี้
2.1 ต้องให้เช่ารถยนต์ในราคาที่เหมาะสม กับคุณภาพของรถยนต์แต่ละคันและต้องไม่คิดดอกเบี้ยที่สูงเกินความสามารถของลูกค้า ดังนั้นเราต้องให้เช้าในราคาที่เป็นกลางและดอกเบี้ยในราคาประหยัด เมื่อปรับกลยุทธ์แบบนี้แล้วอาจทำให้มียอดลูกค้าเพิ่มขึ้นก็เป็นได้
2.2 ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ให้สูงขึ้น และเพิ่มความระมัดระวังในการควบคุม ดูแลกิจการให้รอบคอบ
2.3 ควรตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ให้ละเอียด และต้องเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด เพื่อที่จะใช้ติดตามหนี้ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
คำถามประจำบทที่ 4
-
จงอธิบายลักษณะความเสี่ยงภัยของการให้สินเชื่อของ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด ตอบ
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด อันดับเครดิตของอิออนสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของบริษัทในการให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ผลกำไรและความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในประเทศไทย เงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนบางส่วนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ กลยุทธการปล่อยสินเชื่อที่มีอัตราการเติบโตสูงของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท ดังจะเห็นได้จากอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสภาวการณ์ในการดำเนินธุรกิจได้อ่อนแอลงในปี 2549 และ 2550 แต่การเพิ่มขึ้นของอัตราการผิดนัดชำระหนี้และค่าใช้จ่ายการกันสำรองมีแนวโน้มคงตัวแม้ว่ายังอาจมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายการกันสำรองที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีกจากสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและการกันสำรองหนี้ด้อยคุณภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไร (margin) ของบริษัทได้ถูกชดเชยด้วยรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น อิออนขยายตัวไปตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนในปัจจุบันเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งในการบริหารความเสี่ยงในด้านนโยบายการปล่อยสินเชื่อและการดำเนินการจัดเก็บหนี้ บริษัทได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่เพื่อจะช่วยจำแนกความเสี่ยงของลูกค้าและเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดลูกค้าเพื่อการจัดเก็บหนี้ นอกจากนี้อิออนยังตั้งศูนย์การจัดเก็บหนี้ในภูมิภาคทั้งหมดสี่แห่ง และกระจายภาระความรับผิดชอบเพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อิออนเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญในตลาดสินเชื่อรายย่อยสำหรับลูกค้ารายได้ต่ำ ธุรกิจของบริษัทคือการให้บริการแก่ลูกค้าในรูปแบบสินเชื่อประเภทต่างๆ ซึ่งรวมถึง สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และการซื้อสิทธิเรียกร้อง (Factoring ลักษณะความเสี่ยงภัยของการให้สินเชื่อของ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ มีดังนี้ ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยหากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนในการจัดหาเงินทุนของบริษัทฯ สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ยโดยบริษัทฯ ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ และเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวให้เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินบาทอัตราดอกเบี้ยคงที่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำสัญญากำหนดเพดานสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจำนวน 1 สัญญา เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวสกุล เงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งรายละเอียดของสัญญาสามารถดูได้จากหัวข้อ 3.3.1 แหล่งที่มาของเงินทุน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเพื่อการค้าหรือเก็งกำไรทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 บริษัทฯ มีภาระหนี้สินระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ประกอบด้วยสกุลเงินเยนจำนวน 7,770 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 2,789 ล้านบาท และหนี้สินระยะยาวสกุลเงินเยนจำนวน 7,700 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 2,768 ล้านบาท เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขาย เงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสำหรับเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เป็นเงินตราต่างประเทศทั้งหมด รวมทั้งสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนจำนวน 7,700 ล้านเยน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการค้าหรือเก็งกำไรทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ความเสี่ยงจากความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียน บริษัทฯ ใช้แหล่งเงินทุนในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าของบริษัทฯ จากเงินกู้ยืม ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 บริษัทฯ มียอดลูกหนี้การค้าสุทธิจำนวน 12,789.62 ล้านบาท และได้ใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมจำนวน 12,214.93 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงแหล่งเงินทุนแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป บริษัทฯ จึงกระจายความเสี่ยงในการจัดหาเงินทุน โดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง แบ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศจำนวน 7 แห่ง และธนาคารในประเทศจำนวน 5 แห่ง โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มิได้พึ่งพิงเงินกู้ยืมจากธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งในสัดส่วนที่เกินกว่า ร้อยละ 30 ของเงินกู้ยืมรวม ในเดือนกรกฎาคม 2545 บริษัทฯ ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกัน จำนวน 1 พันล้านบาท อายุ 3 ปี โดยเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันภายในประเทศ นอกจากนี้ ในระหว่างปี 2545 บริษัทฯได้ออก ตั๋วแลกเงินอายุ 3 ปี วงเงิน 1,387.07 ล้านบาท และ อายุ 2 ปี วงเงิน 990.41 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความเพียงพอของแหล่ง เงินทุน บริษัทฯยังได้ทำสัญญากับสถาบันการเงินเพื่อช่วยในการจัดหาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่นๆ ในลักษณะวงเงินกู้ยืม ผูกพัน (Commitment Line) ในวงเงินจำนวน 700 ล้านบาท และ 1,000 ล้านเยน นอกจากนี้ บริษัทฯยังมี นโยบายที่จะจัดหาเงินทุนให้เพียงพอกับการขยายตัวของการให้สินเชื่อของบริษัทฯ โดยการเพิ่มความหลากหลายในการจัดหา เงินทุนในระยะยาว โดยการออกหุ้นกู้ ตั๋วเงิน การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์ เป็นต้น
ความเสี่ยงจากการที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งข้อมูลเท็จ บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการที่ผู้ขอสินเชื่อหรือร้านคู่ค้าแจ้งข้อมูลเท็จในการขอสินเชื่อซึ่งอาจทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย เนื่องจากบริษัทฯ จะไม่สามารถติดตามหนี้จากผู้ขอสินเชื่อรายดังกล่าวได้ และบริษัทฯ ก็จะต้องทำการตัดจำหน่ายหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้สูญในที่สุด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จึงมีกระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่รัดกุม โดยพนักงานอนุมัติสินเชื่อจะตรวจสอบจากฐานข้อมูลของบริษัทฯ ตรวจสอบจากชื่อผู้จดทะเบียนขอใช้โทรศัพท์ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งไว้ในใบคำขอสินเชื่อ รวมทั้งการยืนยันความถูกต้องโดยการโทรศัพท์สอบถามทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หากยังมีข้อสงสัยก็จะส่งพนักงานตรวจสอบไปตรวจสอบบ้านและที่ทำงานเป็นการเพิ่มเติม
ความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงานอนุมัติสินเชื่อ บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงานอนุมัติสินเชื่อ เช่น การอนุมัติเกินวงเงินที่ผู้ขอสินเชื่อควรจะได้รับหรือ การอนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ขอสินเชื่อที่มีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ได้ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานระดับหัวหน้าของฝ่ายควบคุมสินเชื่อสุ่มตรวจสอบการอนุมัติสินเชื่อว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดไว้หรือไม่ นอกจากนั้น ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินจะส่งรายงานให้แก่ผู้บริหารฝ่ายควบคุมสินเชื่อและผู้จัดการสาขาเพื่อทำการวิเคราะห์และตรวจสอบรายละเอียดของลูกหนี้ค้างชำระเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความไม่ถูกต้องในการอนุมัติสินเชื่อหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
ความเสี่ยงจากการเก็บรักษาข้อมูล เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต้องขึ้นอยู่กับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เนื่องจากบริษัทฯ จะต้องเก็บรักษา ข้อมูลของลูกค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง หรือเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ข้อมูลสูญหายหรือรั่วไหล ก็จะส่ง ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีระบบการถ่ายเทข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลักและเครื่องคอมพิวเตอร์สำรอง ซึ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์หลักขัดข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์สำรองก็จะสามารถทำงานได้โดยทันทีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการบันทึกข้อมูลต่างๆ ลงบนเทปบันทึกข้อมูล (Magnetic Tape) ซึ่งจะทำการบันทึกเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน และเพื่อความปลอดภัย บริษัทฯ จึงทำการเก็บรักษาเทปดังกล่าวไว้ยังสถานที่อื่น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการใช้รหัสประจำตัวในการเข้าสู่ระบบข้อมูลของบริษัทฯ เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
ความเสี่ยงจากการเข้ามาควบคุมของภาครัฐ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 กระทรวงการคลังได้ประกาศให้ธุรกิจบัตรเครดิต เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาต ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 และให้อำนาจ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยการผิดนัดชำระหนี้ หรือค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม และค่าบริการ และได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิต ต้องยื่นขอรับอนุญาต ในการประกอบบัตรเครดิตจากกระทรวงการคลัง โดยบริษัทฯ มีคุณสมบัติตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย และได้รับใบอนุญาตให้การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2546 นอกเหนือจากนี้แล้ว หากในอนาคตมีการออกข้อ กำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทฯ ก็จะปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวด้วย
ความเสี่ยงกรณีบริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ปัจจุบัน กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ คือ กลุ่มอิออน ซึ่งถือหุ้นรวมกันจำนวน 31,560,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 63.12 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งกรรมการ หรือการขอมติในเรื่องอื่นที่ต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ยกเว้นเรื่องที่กฎหมายหรือข้อบังคับบริษัทฯ กำหนดให้ต้องได้รับเสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนั้น ผู้ถือหุ้นรายอื่นจึงอาจไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลเรื่องที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เสนอได้
-
เพราะเหตุใด กิจการค้าจึงมักผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์ ตอบ
การที่ธุรกิจการค้ามีการผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์ เพราะกิจการค้ามีการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อด้วยตนเองไม่จำเป็นต้องเป็นพระราชบัญญัติ กำหนดนโยบายตามวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่กิจการได้วางไว้เพื่อที่จะให้ลูกค้าสามารถชำระหนี้ตรงตามความต้องการได้ จึงมักมีการผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์ ซึ่งกิจการค้ามีนโยบายที่สำคัญ ดังนี้ - การกำหนดมาตรฐานสินเชื่อ คือ การที่ธุรกิจของผู้ขายระบุอย่างชัดเจนลงไปว่าจะยอมรับความเสี่ยงของลูกหนี้แต่ละรายเพียงใด
- การกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ คือ กิจการค้าจะกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกค้าแต่ละรายไม่เท่ากัน ทั้งนี้เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายก็มีลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงในวงการค้า ปริมาณการซื้อ ระยะทาง เป็นต้น
- การกำหนดส่วนลดเงินสด คือ ส่วนลดเงินสดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ใช้คำนึงถึงการให้สินเชื่อ ส่วนลดเงินสดถือเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการที่ต้องยอมแลกเพื่อดึงดูดใจลูกค้ามาชำระหนี้ให้เร็วมากขึ้น กิจการค้านั้นก็จะมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น รวมถึงลดต้นทุนที่จมอยู่ในลูกหนี้ลงได้
-
การติดตามเร่งรัดชำระหนี้ คือ นโยบายนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากใช้นโยบายใดก็ตามแต่กิจการไม่สามารถเรียกเก็บชำระหนี้ได้จากลูกหนี้ ถือว่าประสบความล้มเหลวทางธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้กิจการค้าจะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียกเก็บหรือเร่งรัดชำระหนี้ให้เร็วที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดด้วย
ส่วนธนาคารพาณิชย์จะมีความแตกต่างจากธุรกิจการค้าตรงที่ต้องรับผิดชอบต่อคนจำนวนมากกว่ซึ่งเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์ต้องเป็นเงื่อนไขที่มักจะเป็นพระราชบัญญัติ ปัจจัยสำคัญในการกำหนดนโยบายสินเชื่อจึงต้องพิจารณา ดังนี้
- กฎหมายและเงื่อนไขต่างๆ มักเป็นพระราชบัญญัติ
- สภาพเงินกองทุนของสถาบันการเงินนั้นๆ
- การยอมรับความเสี่ยง
- ปริมาณและประเภทเงินรับฝาก
- ภาวะเศรษฐกิจในแต่ละขณะ
- นโยบายภาครัฐ
- ความสามารถของพนักงานสินเชื่อ
นายสุเทพ ใจเย็น 54127326074 การเงินการธนาคาร 02