คำถามท้ายบทที่3
ข้อที่6. ดิฉันมีความคิดเห็นว่าโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อระหว่าง บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) กับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) น่าจะมีความคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากว่าเป็น 2 บริษัทนี้อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างเนื่องจากสภาพแวดล้อมของที่ตั้งบริษัททั้งสอง หรือปริมาณรายการค้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น องค์กรที่ดีควรจะมีการปรับเปลี่ยนทั้งสินค้า บริการ และโครงสร้างองค์กรอยู่เสมอ เพื่อให้เหมาะกับภาวการณ์แข่งขันในโลกธุรกิจปัจจุบันนั่นเอง โครงสร้างโดยทั่วไป ที่องค์กรด้านสินเชื่อมักจะมีเหมือนๆกัน แต่อาจจะเรียกชื่อต่างกันไป ประกอบด้วย 1. ฝ่ายงานสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ จะทำหน้าที่พิจารณาสินเชื่อที่มีวงเงินมากกว่า 10 ล้านขึ้นไป 2. ฝ่ายงานสินเชื่อรายย่อย ทำหน้าที่พิจารณาสินเชื่อขนาดเล็ก 3. ฝ่ายงานบัตรเครดิต ทำหน้าที่พิจารณาสินเชื่อที่เกี่ยวกับบัตรเครดิตทั้งผู้ถือบัตรและผู้รับบัตร 4. ฝ่ายงานบริหารสินทรัพย์ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักประกันเงื่อนไขการให้กู้เงื่อนไขการชำระคืน
ข้อที่7. ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของบริษัท คือ
ความเสี่ยงในเรื่องภาวะเศรษฐกิจ
โดยที่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท ดังนั้นภาวะการณ์ของตลาดรถยนต์ซึ่งขึ้นอยู่กับภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจในประเทศจึงเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อธุรกิจเช่าซื้อของบริษัท โดยในปี 2544 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศได้แสดงสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมา ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 144,065 คัน ในปี 2541 เป็น 218,330 คัน ในปี 2542 เป็น 262,189 คันในปี 2543 และ 297,052 คัน ในปี 2544 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 51.5% 20.1% และ 13% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อของผู้บริโภค และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ เปรียบเทียบกับในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจระหว่างปี 2540 และ 2541 ซึ่งธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของปริมาณธุรกิจและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมการรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยพยายามขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ที่ส่งธุรกิจให้กับบริษัทให้กว้างขวางขึ้น และครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เน้นกระบวนการวิธีพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด มีระบบการควบคุม ติดตาม และดูแลการปล่อยสินเชื่ออย่างใกล้ชิด และมีนโยบายเรียกเก็บเงินดาวน์ในอัตราสูงสำหรับสินเชื่อที่มีความเสี่ยงเช่น รถยนต์ใช้แล้วหรือรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทหากลูกหนี้ผิดนัดชำระ
ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1 ปี 2545 และสิ้นปี 2544 กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 0.7% ของปริมาณสินเชื่อเช่าซื้อทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมาก ธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งมีลักษณะเหมือนกับการประกอบธุรกิจเงินทุน ซึ่งการควบคุมการดำเนินงานของฝ่ายบริหารเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากหากผู้บริหารให้สินเชื่อโดยขาดความระมัดระวัง และ ระบบควบคุมภายในรวมทั้งระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียเนื่องจากลูกหนี้ขาดความสามารถในการชำระ หรืออาจเกิดการกู้ยืมโดยมีเจตนาทุจริต ทั้งจากพนักงานภายในองค์กรหรือจากภายนอกได้ ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์บริหารงานและดำเนินธุรกิจนี้มาอย่างระมัดระวังเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยมีระบบงานที่ดีมีการจัดแบ่งหน้าที่เพื่อให้มีการตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม ระหว่างฝ่ายการตลาด ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อและฝ่ายเรียกเก็บและติดตามหนี้ โดยมีการแบ่งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการติดตามหนี้ตามระยะเวลาการชำระหนี้ ในส่วนของลักษณะงานที่จ้างบุคคลภายนอกดำเนินการ เช่น การยึดทรัพย์สินจากผู้เช่าซื้อที่ผิดนัดชำระและการนำทรัพย์สินดังกล่าวขายทอดตลาด บริษัทก็ได้จัดให้มีระบบและหน่วยงานสำหรับตรวจสอบโดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริต สำหรับการป้องกันการทุจริตจากบุคคลภายนอกเช่น การตั้งผู้เช่าซื้อปลอม หรือ การปลอมทะเบียนรถยนต์นั้น บริษัทจะมีการตรวจสอบลูกค้าใหม่โดยเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลรายนามของผู้เช่าซื้อที่ถูกดำเนินคดีทางศาล นอกจากนี้ บริษัทยังเลือกทำธุรกิจกับผู้จำหน่ายรถยนต์ซึ่งมีฐานะการเงินมั่นคงและอยู่ในธุรกิจมานานเป็นที่เชื่อถือได้เท่านั้น และจะตรวจสอบฐานะทางการเงินของผู้จำหน่ายรถยนต์รายใหม่โดยละเอียดก่อนที่บริษัทจะติดต่อหรือทำธุรกิจด้วย
ความเสี่ยงทางการเงิน
ความเสี่ยงทางด้านการเงินของกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อแบ่งได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเงินทุน สำหรับความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ยนั้น บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงด้วยการนำแบบจำลองการหามูลค่าความเสี่ยง (Value at Risk) มาใช้ในการประเมินและควบคุมความเสี่ยงไม่ให้เกินระดับของเงินกองทุนที่จัดสรรไว้สำหรับธุรกิจ
ภายหลังการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี 2542 เป็นต้นมาจนถึงในปัจจุบัน สภาพคล่องในตลาดได้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยลดลงมาโดยตลอด โดยขณะนี้น่าจะใกล้จุดต่ำสุดแล้ว บริษัทคาดว่าหากเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง อัตราเงินเฟ้อก็น่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นและทำให้อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศทยอยปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว ซึ่งจะมีผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยการให้กู้ยืมเพื่อการเช่าซื้อถูกกำหนดให้คงที่ตลอดอายุสัญญาเช่าซื้อซึ่งก็จะมีผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อลดลงได้ บริษัทตระหนักดีถึงปัจจัยความเสี่ยงข้อนี้จึงได้มุ่งขยายสินเชื่อเช่าซื้อไปในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงเพื่อรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เช่น สินเชื่อเช่าซื้อสำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์เก่า และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เป็นต้น อีกทั้งยังขยายการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ นอกจากนี้บริษัทยังได้เน้นรายได้ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ เพื่อนำมาชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่อาจจะลดลงอีกด้วย ในส่วนของความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเงินทุน ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเช่าซื้อได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธุรกิจเงินทุนเกือบทั้งหมด โดยมีแหล่งเงินทุนจากการระดมเงืนฝาก เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์บางส่วน และเงินกู้ต่างประเทศซึ่งมีอยู่เป็นส่วนน้อย เพียงร้อยละ 0.1 (ณ ไตรมาสที่ 1 ปี 2545) ซึ่งบริษัทมั่นใจว่ากลุ่มธุรกิจเช่าซื้อจะได้รับอนุมัติวงเงินกู้ในคราวต่อไป เนื่องจากบริษัทมีสัมพันธภาพที่ดี อีกทั้งผลประกอบการในปีที่ผ่านมาก็ดีขึ้น
ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง แม้ว่าคู่แข่งที่เป็นสถาบันการเงินหลายรายได้ทยอยปิดกิจการไป เนื่องจากประสบปัญหาทางการเงินในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจแต่ก็ได้มีการเข้ามาของคู่แข่งขันรายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทลีสซิ่งที่มีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างประเทศที่เข้ามาจัดตั้งบริษัทลีสซิ่งของตนเอง โดยบริษัทเหล่านี้มีความได้เปรียบในด้านของต้นทุนทางการเงินและความสัมพันธ์ที่มีกับสาขาตัวแทนของผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ที่ตนผลิต ซึ่งมีผลทำให้กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ในขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ และผู้ประกอบการให้บริการสินเชื่อบุคคล ก็ได้รุกหนักทางการตลาดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากการให้บริการสินเชื่อบุคคลลดลง
อย่างไรก็ดี จากการที่กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทมีประสบการณ์อย่างยาวนานในตลาด เป็นที่เชื่อถือแก่ลูกค้าและสถาบันการเงิน มีสัมพันธภาพที่ดีมาโดยตลอดกับผู้จัดจำหน่ายและมีการบริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทยังคงรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันต่างๆไว้ได้ นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทยังได้มีการปรับกลยุทธ์โดยดึงเอาผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่และบริษัทต่างชาติมาร่วมลงทุนในธุรกิจเช่าซื้อของบริษัท เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดและจัดหาแหล่งเงินทุนให้กับกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทด้วย กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทยังได้แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆจากการเสนอตัวเป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่บริษัทลีสซิ่งของผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้ามาเปิดดำเนินการในประเทศไทย ในเรื่องของการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงการให้บริการต่างๆ แก่ลูกค้า และการติดตามการเรียกเก็บชำระเงินค่างวดจากลูกค้า การดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล ตลอดจนให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในการจัดการธุรกิจ เช่น จัดทำบัญชี การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ค่าธรรมเนียมที่สำคัญของกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อของบริษัทในอนาคต
คำถามท้ายบทที่4
ข้อที่6. บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Ratings) ระยะยาวของบริษัทอิออน ธนสินทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (อิออน) ที่ระดับ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และอันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นที่ระดับ ‘F2(tha)’ อันดับเครดิตของอิออนสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของบริษัทในการให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ผลกำไรและความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในประเทศไทย เงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนบางส่วนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ กลยุทธการปล่อยสินเชื่อที่มีอัตราการเติบโตสูงของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้เกิดความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัท ดังจะเห็นได้จากอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสภาวการณ์ในการดำเนินธุรกิจได้อ่อนแอลงในปี 2549 และ 2550 แต่การเพิ่มขึ้นของอัตราการผิดนัดชำระหนี้และค่าใช้จ่ายการกันสำรองมีแนวโน้มคงตัวแม้ว่ายังอาจมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายการกันสำรองที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีกจากสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง กำไรสุทธิของบริษัทเติบโตในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและการกันสำรองหนี้ด้อยคุณภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนการปล่อยสินเชื่อที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไร (margin) ของบริษัทได้ถูกชดเชยด้วยรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น อิออนขยายตัวไปตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนในปัจจุบันเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งในการบริหารความเสี่ยงในด้านนโยบายการปล่อยสินเชื่อและการดำเนินการจัดเก็บหนี้ บริษัทได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่เพื่อจะช่วยจำแนกความเสี่ยงของลูกค้าและเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดลูกค้าเพื่อการจัดเก็บหนี้ นอกจากนี้อิออนยังตั้งศูนย์การจัดเก็บหนี้ในภูมิภาคทั้งหมดสี่แห่ง และกระจายภาระความรับผิดชอบเพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อิออนเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญในตลาดสินเชื่อรายย่อยสำหรับลูกค้ารายได้ต่ำ ธุรกิจของบริษัทคือการให้บริการแก่ลูกค้าในรูปแบบสินเชื่อประเภทต่างๆ ซึ่งรวมถึง สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และการซื้อสิทธิเรียกร้อง (Factoring)
ข้อที่9.ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการรายงานถึงภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ล่าสุด เดือน มิ.ย. หรือไตรมาส 2 ปี 2552 ที่ผ่านมาว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังหดตัว โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองลดลง 8.3% หรือประมาณ 228,560 คน ตามการลดลงของนักท่องเที่ยวทั้งภาคใต้ฝั่งตะวันตกและภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้ยอดอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 35.9% ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนมากถึง 42.6%โดยที่ยอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในภาคใต้ มีจำนวนทั้งสิ้น 717,140 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.5% เป็นการลดลงของทั้งฝั่งอันดามันและภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทางการเมืองในประเทศ และล่าสุด ข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย ได้แก่ จีนและเกาหลี ชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวจีนบางส่วนได้เปลี่ยนเส้นทางไปประเทศอินโดนีเซียแทน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 35-50% ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 50-60%สำหรับ การลงทุนภาคเอกชน นั้น พบว่าส่วนใหญ่ยังคงหดตัวจากเครื่องชี้การลงทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักยังมาจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในภาคธุรกิจ รวมทั้งปัจจัยลบด้านการเมืองยังคงมีอยู่ ตลอดจนความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ทำให้นักลงทุนยังชะลอการลงทุน และดัชนีการลงทุนภาคการก่อสร้างลดลง 6.5% โดยพื้นที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างในเขตเทศบาลลดลงถึง 24% ตามการลดลงของการก่อสร้างเพื่อที่อยู่อาศัยและบริการ ขณะเดียวกันการจดทะเบียนธุรกิจนิติบุคคลและโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนลดลงทั้งจำนวนราย และเงินลงทุน
ส่วน การจ้างงาน ยังทรงตัวมีจำนวนแรงงานที่เข้าโครงการประกันสังคมเพิ่มขึ้น จากระยะเดียวกันของปีก่อน 3.2%มีการบรรจุงาน 11,676 อัตรา ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน14.3% ขณะที่มีตำแหน่งว่างงาน 13,504 อัตรา เพิ่มขึ้น 32.1%มีผู้สมัครงาน 20,796 คน เพิ่มขึ้น 28.8% ขณะที่ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการมีจำนวนทั้งสิ้น 4,566 อัตราลดลง 20.9%สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดถึงความไม่แจ่มใสของภาวะเศรษฐกิจ และเป็นคำตอบว่าทำไมบรรดาแบงก์พาณิชย์ถึงได้ยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างเต็มที่ เพราะขืนปล่อยอย่างที่รัฐบาลต้องการ หากมีอะไรเกิดขึ้นแบงก์ก็จะเป็นฝ่ายเสียหายเดือดร้อนเอง จึงทำให้แบงก์พาณิชย์ยังคงเมินคำขอของภาครัฐในเรื่องการขยายสินเชื่ออยู่ซึ่งในแง่ของภาครัฐ และกระทรวงการคลังในเวลานี้ จึงทำได้อย่างเดียวคือ การพึ่งใบบุญบรรดาธนาคารของรัฐ โดยนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนสถาบันการเงินเฉพาะกิจ