แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3

ข้อ 6. บริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด ( มหาชน ) ควรมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่ออย่างไรบ้างและต่างกันกับบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด ( มหาชน ) หรือไม่

ตอบ การให้สินเชื่อส่งผลที่สำคัญยิ่งต่อกำไรและความเสี่ยงของบริษัท ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของระบบบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ( มหาชน ) ดังนั้น บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ( มหาชน ) ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ซึ่งก็คือโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อ ดังนี้คือ

ประเมินและจัดลำดับความเสี่ยงในการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยงสินเชื่อเริ่มต้นควบคู่กับกระบวนการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ ด้วยระบบ Credit Rating / Scoring ที่สามารถแยกแยะความเสี่ยงด้านสินเชื่อของผู้กู้แต่ละรายได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการอำนวยสินเชื่อและการกำหนดราคา จำนวนเงินสำรอง การดำรงเงินทุน และความสามารถในการทำกำไรของสินเชื่อดังกล่าว

ติดตามผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง (Risk Adjusted Return on Capital: RAROC) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการศึกษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกรรมแต่ละรายการ และ Portfolio สินทรัพย์ในภาพรวม

พัฒนาความสามารถในการบริหาร Portfolio สินเชื่อที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทมีกระบวนการทางด้านสินเชื่อที่เหมาะสม และสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

มุ่งสู่การจัดทำการวิเคราะห์ภายใน (Internal Analysis) และการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับแนวทาง BIS II ซึ่งล้ำหน้ากว่าระดับที่กำหนดในประเทศไทย

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงสามารถเปรียบเทียบได้ว่าบริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด ( มหาชน ) ควรมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อต่างจากบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด ( มหาชน ) เพราะบริษัททั้งสองมีผลิตภัณฑ์ของบริษัทคล้ายคลึงกันถ้าบริษัทใดไม่สร้างความแตกต่าง ก็จะทำให้ไม่สามารถพัฒนารายได้ของบริษัทตัวเองได้ ทำให้บริษัทมีความก้าวหน้าได้ยาก รวมทั้งความก้าวหน้าทางด้านอื่นๆด้วย เพราะต่างต้องใช้เงินทุนในการพัฒนา

ข้อ 7. การที่บริษัทเงินทุน ทำธุรกิจด้านการให้เช่าซื้อรถยนต์ ประเด็นใดบ้างที่ควรพิจารณาความเสี่ยง และควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร

ตอบ การที่บริษัทเงินทุน ทำธุรกิจด้านการให้เช่าซื้อรถยนต์ ประเด็นที่ควรพิจารณาความเสี่ยง และควรแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ

1.ความเสี่ยงด้านการเงิน เนื่องจากรายได้หลักของกลุ่มบริษัทเป็นดอกเบี้ยรับจากการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งถูกกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้คงที่ตลอดอายุสัญญา ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงควรได้เพิ่มสัดส่วนการกู้ยืมเงินระยะยาวจากสถาบันการเงิน

2.ความเสี่ยงด้านการตลาดและการแข่งขัน - สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สำหรับธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์นั้น ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทเงินทุนขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการในรูปบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนของบริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ หรือบริษัทข้ามชาติซึ่งมีความได้เปรียบจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำและฐานเงินทุนขนาดใหญ่ ได้แข่งขันในด้านราคาอย่างรุนแรงเพื่อให้ได้มา ซึ่งส่วนแบ่งทางการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ซึ่งอัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่ในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายประสบปัญหาจากลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ดังนั้นบริษัทจึงควรชะลอการให้สินเชื่อรถยนต์ใหม่จึงเป็นโอกาสของกลุ่มบริษัทฯในการที่จะคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพในช่วงปลายปีจึงหันมาให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่โดยแนวโน้มมีการแข่งขันที่ไม่รุนแรงจนเกินไป

3.ความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานอันเกิดจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ในการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละรายในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์สามารถทำได้ตามศักยภาพของบริษัทโดยไม่มีข้อจำกัดจากหน่วยงานใดๆ ดังนั้นผู้ประกอบการทุกรายมีโอกาสที่จะได้รับความเสี่ยงจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หากขาดความระมัดระวังในการให้สินเชื่อ และขาดระบบการบริหารและการจัดการที่ดี อย่างไรก็ตามจากการที่กลุ่มบริษัทได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อและหลักประกัน กลุ่มบริษัทจึงได้กำหนดมาตรการสำคัญในการประกอบธุรกิจ อาทิ กำหนดหลักเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อที่ชัดเจน กำหนดให้มีมาตรฐานการพิจารณาอนุมัติสินเชื่ออย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน รวมถึงการกำหนดวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกหนี้และหลักประกันแต่ละราย ทั้งนี้บริษัทได้มีการตั้งสำรองเป็นค่าเผื่อสำหรับความเสี่ยงในอนาคต เป็นจำนวนที่เพียงพอและเหมาะสมกับธุรกิจมาโดยตลอด

4. ความเสี่ยงจากการขาดทุนในการขายทรัพย์สินที่ยึดมาได้ รถยนต์ที่กลุ่มบริษัทยึดคืนมาจะถูกนำมาจำหน่าย ซึ่งโดยทั่วไปหากลูกค้าชำระค่างวดมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 งวดจะสามารถลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจากการขายทรัพย์สินที่ยึดมาได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการขาดทุนเกิดขึ้น ส่วนต่างจากการขาดทุนดังกล่าว ยังสามารถติดตามทวงถามจากผู้ใช้บริการเช่าซื้อและผู้ค้ำประกันได้ ซึ่งจะสามารถชดเชยความเสียหายดังกล่าวลงได้ อนึ่งจำนวนผลขาดทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ สภาพ ยี่ห้อ รุ่นรถ จำนวนปี และความต้องการในท้องตลาดที่มีต่อสินค้านั้นๆ นอกจากนี้บริษัทยังมีการปรับสภาพรถยนต์ของบริษัทเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าก่อนนำออกจำหน่าย ทำให้สามารถลดความเสี่ยงจากการขาดทุนในการขายสินทรัพย์ที่ยึดมาได้อีกทางหนึ่ง

5.ความเสี่ยงจากการพึ่งพาอาศัยผู้เชี่ยวชาญ จากการที่บริษัทใช้ระบบการอนุมัติที่มีมาตรฐาน ประกอบกับคู่มือการปฏิบัติงาน รวมทั้งการใช้ระบบการให้คะแนนสินเชื่อ สำหรับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ พนักงานสินเชื่อสามารถปฏิบัติงานอย่างมีมาตรฐาน และบริษัทสามารถลดการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ได้ อย่างไรก็ดีบริษัทมีการให้ผลตอบแทนที่จูงใจต่อ พนักงาน ประกอบกับการอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานต่อไป

6.ความเสี่ยงจากการเข้ามาควบคุมของภาครัฐ ปัจจุบันธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อถูกกำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งกำกับดูแลสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ บริโภค เช่น กำหนดระยะเวลาและขั้นตอนการบอกเลิกสัญญา และอัตราเบี้ยปรับการผิดนัดจ่ายชำระในอัตราไม่เกิน MRR ของธนาคารกรุงไทย+10%โดยมิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในอนาคตหากภาครัฐพิจารณาเข้ามากำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ เพื่อควบคุมให้การดำเนินงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกบริษัทที่อยู่ในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ อย่างไรก็ตามปัจจุบันกลุ่มบริษัทได้ปฏิบัติตามแนวทางที่ทาง ธปท. ใช้กำกับสถาบันการเงิน เช่น เกณฑ์การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ นโยบายการรับรู้และหยุดรับรู้รายได้ ดังนั้น กลุ่มบริษัทจึงเชื่อว่าการเข้ามากำกับดูแลของภาครัฐในอนาคตจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีหากในอนาคตภาครัฐเข้ามาควบคุมกิจการประเภทเช่าซื้อมากขึ้น จะเป็นการกดดันต่อผู้ประกอบการรายเล็กๆที่ยังไม่มีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐาน และเป็นการสร้างกำแพงป้องกันมิให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในธุรกิจประเภทนี้ได้ง่ายเหมือนเช่นในอดีต

7. ความเสี่ยงจากความแตกต่างระหว่างอายุของสินเชื่อเช่าซื้อกับแหล่งเงินทุน สินเชื่อรถยนต์อยู่ระหว่าง 48 ถึง 60 เดือน หากกู้เงินระยะสั้นจำนวนมาก ซึ่งอาจพิจารณาได้ว่าเป็นความเสี่ยงหากถูกสถาบันการเงินเรียกเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวคืนทันที ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและเป็นลูกค้าชั้นดีของสถาบันการเงินกว่า 14 แห่ง ไม่เคยมีปัญหาด้านการเงินหรือการผิดนัดชำระหนี้ แม้กระทั่งในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ที่สถาบันการเงินจำนวนมากประสบปัญหาแต่กลุ่มบริษัทก็มิได้ถูกเรียกเงินกู้ยืมคืนแต่อย่างใด เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการจ่ายชำระคืนเงินกู้ บริษัทจึงได้เพิ่มเงินกู้ระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงในด้านทรัพย์สินและหนี้สิน

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4

ข้อ 6. จงอธิบายลักษณะความเสี่ยงภัยของการให้สินเชื่อของบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด

ตอบ ปัจจุบันธุรกิจบริการด้านการเงินมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นบริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัดจึงสรรหากลยุทธ์ที่หลากหลายมา เพื่อใช้ในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึง เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ทั้งนี้ การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า จัดเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัดล้วนพยายามจัดหาบริการใหม่ๆ และนำเอาเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้เพื่อดึงดูดใจลูกค้า สถานการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากขึ้น และบริษัทก็จะได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงที่มีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจ ความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ เช่น สินเชื่อของบัตรเครดิต ที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ 5,000 บาท ซึ่งการที่ทาง บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด ได้กำหนดเช่นนี้ส่งผลดีแก่ลูกค้าแต่ในทางกลับกันอาจจะส่งผลเสียแก่บริษัทเพราะลูกค้าอาจไม่มีเงินจ่ายชำระค่าบัตรเครดิต เพราะฐานลูกค้ามีเงินน้อยไม่มีเงินเพียงพอที่จำนำมาจ่าย ดังนั้น บริษัทฯ จึงควรพิจารณาหนทางในการป้องกันและแก้ไขความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเหล่านี้อย่างจริงจัง และควรนำเอาระบบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล มาใช้เพื่อคุ้มครองความลับ ความถูกต้อง และความพร้อมใช้งานให้แก่ทรัพย์สินด้านข้อมูลทั้งหมดของบริษัท

ข้อ 9. เพราะเหตุใด กิจการค้าจึงมักผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์

ตอบ เพราะลูกค้าหรือนักลงทุนส่วนใหญ่จะเห็นว่าธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงทางการเงินมากกว่ากิจการค้าโอกาสในการสูญเสียหรือลงทุนไปย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่าในการที่มาลงทุนกับกิจการค้า เพราะฉะนั้นกิจการค้าจึงต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อมาเอาใจลูกค้าหรือนักลงทุนให้หันมาทำการค้ากับกิจการค้า และดังนั้นกิจการค้าจึงมักผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์ เช่นตัวอย่างต่อไปนี้

1.กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือไม่มีอัตราดอกเบี้ยเลย

2. ระยะเวลาให้กู้ยาวกว่ารวมทั้งมีระยะเวลาผ่อนผัน

3. ไม่ต้องจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลานานกว่า เงินกู้ผ่อนปรนมักเป็นเงินให้กู้จากองค์การระหว่างประเทศหรือรัฐบาล เช่น เงินกู้จากธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาหรือเพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินระหว่างประเทศของประเทศนั้น เงินให้กู้จากรัฐบาลเพื่อการพัฒนาชนบทหรือเพื่อการลงทุนในกิจการที่รัฐส่ง เสริม มักจะเป็นเงินกู้ผ่อนปรนด้วย

เป็นต้น

นางสาว ประภา ทองหอม

รหัสนักศึกษา 54127326085

สาขาการเงินการธนาคาร 02