คำถามประจำบทที่3
6.บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ควรมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่ออย่างไรบ้าง และต่างกันกับบริษัทปูซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือไม่ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ควรมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อ คือ
ฝ่ายสินเชื่อ – กลุ่มสินเชื่อธุรกิจ - ฝ่ายสินเชื่อ 1
- ฝ่ายสินเชื่อ 2
- ฝ่ายปฏิบัติการสินเชื่อ
- ฝ่ายบริหารงานสินเชื่อ
- ฝ่ายข้อมูลสินเชื่อ
- ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ
- กลุ่มสินเชื่อรายย่อย - ฝ่ายสินเชื่อรายย่อย 1
- ฝ่ายสินเชื่อรายย่อย 2
- ฝ่ายปฏิบัติการสินเชื่อรายย่อย
- ฝ่ายบริหารงานสินเชื่อรายย่อย
- ฝ่ายข้อมูลสินเชื่อรายย่อย
- ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อย่อย
ส่วนบริษัทปูซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) น่าจะมีโครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะทั้ง 2 บริษัทเป็นคู่แข่งธุรกิจขนาดใหญ่กันเลยทีเดียว ***โครงสร้างองค์กรด้านสินเชื่อ เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น
7.การที่บริษัทเงินทุน ทำธุรกิจด้านการให้เช่าซื้อรถยนต์ ประเด็นใดบ้างที่ควรพิจารณาความเสี่ยง และควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร ประเด็นที่ควรพิจารณาคือ
1.ปัจจัยความเสี่ยง จากลักษณะของธุรกิจการให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตของบริษัทมีดังนี้
1.1ความเสี่ยงจากการแข่งขัน
จากสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมา และจากการที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งได้อย่างเสรี รวมทั้งการขยายตัวของตลาดรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ให้ความสนใจเข้ามาประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลิสซิ่งเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการในรูปบริษัทลิสซิ่งที่เกิดจากการร่วมลงทุนของบริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ เพื่อรักษาหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งส่วนแบ่งตลาด แนวทางแก้ไขความเสี่ยงจากการแข่งขัน คือควรจัดตั้งการร่วมลงทุนกับบริษัทอื่นที่มีการประกอบการนำเข้ารถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มยนตรกิจ) ซึ่งเป็นผู้ประกอบและนำเข้ารถยนต์ชั้นนำจากยุโรปหลายยี่ห้อ โดยการทำข้อสัญญากับบริษัทนั้นๆ ว่าให้บริษัทนั้นใช้ความพยายามอย่างสูงในการแนะนำลูกค้าที่ต้องการเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัท นอกเหนือจากความสัมพันธ์อันดีในระดับผู้ถือหุ้นแล้บริษัทควรมุ่งเน้นการรักษาส่วนแบ่งทางตลาด โดยการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้จำหน่ายรถยนต์รวมทั้งการให้ผลตอบแทนที่ดีซึ่งเป็นการชวยให้บริษัทมีลูกค้าเช่าซื้อรถใหม่อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พร้อมกับขยายฐานลูกค้าเช่าซื้อรถยนต์ในกลุ่มบริษัทนั้น นอกกลุ่มบริษัทนั้น และรถยนต์แล้ว เพื่อเสริมปริมาณธุรกิจของบริษัท
1.2ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
บริษัทกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมาใช้ในการดำเนินงานที่มีอายุสั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยได้ เนื่องจากหากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวสูงขึ้น และเงินกู้ระยะสั้นถึงกำหนดชำระคืน บริษัทอาจต้องกู้เงินใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปล่อยสินเชื่อได้ ในทางกลับกันถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลง ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของบริษัท ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แนวทางแก้ไขความเสี่ยงจากความผันผวนอัตราดอกเบี้ยคือ ควรจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ และมีอายุเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกับพอร์ตสินเชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่ต้องปล่อยออกไปโดยจะเสนอขายหุ้นกูครั้งนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่แก่ผู้ลงทุนสถาบัน
1.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินจากแหล่งเงินลงทุนระยะสั้น
บริษัทได้เลือกใช้แหล่งเงินทุนระยะสั้นมาใช้ในการประกอบธุรกิจ เนื่องจากบริษัทส่วนมากมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูง จึงไม่มีความจำเป็นแก่การเลือกใช้เงินทุนระยะยาว หากบริษัทมีการขายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่มากในอนาคตการใช้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวเพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ระยะสั้นมากเกินไป บริษัทอาจมีความเสี่ยงจากการที่สถาบันการเงินที่ให้บริษัทกู้ยืมเงินระยะสั้นทำการเรียกคืนเงินกู้ก่อนกำหนดหรือไม่ต่ออายุเงินกู้โดยเฉพาะเงินกู้ระยะสั้น แนวทางแก้ไขความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินจากแหล่งเงินลงทุนระยะสั้น คือ ควรขอวงเงินสินเชื่อกับธนาคารหลายๆแห่ง เพื่อให้มีเสถียรภาพในการบริหารแหล่งเงินกู้ได้ดีขึ้นและสอดคล้องกับการทำธุรกิจของบริษัท
1.4ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน
ผู้ประกอบการเช่าซื้อสามารถขยายธุรกิจได้ตามศักยภาพของบริษัท โดยไม่มีข้อจำกัดจากหน่วยงานใดๆ เหมือนกับการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ การให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ ระบบการควบคุมภายในที่ดี รวมทั้งความซื่อสัตย์ของบุคลากร จึงเป็นปัจจัยหลักในการประกอบธุรกิจ หากผู้ประกอบขาดความระมัดระวัง หรือขดระบบควบคุมภายในที่ดีผู้ประกอบการอาจประสบปัญหาในการเรียกชำระหนี้ได้ แนวทางแก้ไขความเสี่ยงจากการดำเนินงาน คือ ควรมีมาตรการในการพิจาณาเครดิตอย่างเข้มงวด โดยอาจนำมาตรฐานของบริษัทเงินทุนรายใหญ่มาดำเนินการ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีระบบการควบคุม ติดตม และดุแลการปล่อยสินเชื่อที่ดี อีกทั้งควรมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรา และมีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพที่สามารถช่วยลดปัญหาสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และทำให้บริษัทสามารถลดความเสี่ยงจากการก่อทุจริตภายในบริษัทลงด้วย
1.5ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ถือหุ้น
เนื่องจากลูกค้าใหม่ท่าใช้บริการสินเชื่อของบริษัทนั้น มากจากการแนะนำของบริษัทนั้น ดังนั้นหากบริษัทสูญเสียลูกค้าที่มาจากบริษัทนั้นไป อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทได้ แนวทางแก้ไขความเสี่ยงจากการพึ่งพึงผู้ถือหุ้น ควรทำการขยายขอบเขตการทำธุรกิจไปในตลาดสินเชื่อรถยนต์ใหม่นอกจากกุ่มบริษัทนั้น และตลาดสินเชื่อรถยนต์เกาเพิ่มเติมเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ถือหุ้น
1.6ความเสี่ยงจากกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เนื่องมาจากมีกิจการที่แข่งขันกัน
บริษัทเงินทุนรายใหญ่ อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการบริหารงานเพื่อประโยชน์สุงสุดของบริษัท แนวทางแก้ไขความเสี่ยงจากกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เนื่องมาจากมีกิจการที่แข่งขันกัน คือ กลุ่มลกค้าของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน โดยอาจบริษัทนั้นมีการเน้นการให้บริการสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคในรูปแบบเช่าซื้อและลิสซิ่งแก่ลูกค้ารายใหญ่ทั้งเก่าและใหม่ ส่วนบริษัทให้บริการเช่าซื้อแกลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่ยังมีอิสระในการหาลูกค้านอกกลุ่มบริษัทนั้นเช่นเดียวกัน
คำถามประจำบทที่4 6.จงอธิบายลักษณะความเสี่ยงภัยของการให้สินเชื่อของ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ จำกัด
ปัจจัยความเสี่ยง ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท สามารถสรุปได้ดังนี้ 1.1) ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยหากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนในการจัดหาเงินทุนของบริษัทฯ สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ยโดยบริษัทฯ ได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ และเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวให้เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินบาทอัตราดอกเบี้ยคงที่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำสัญญากำหนดเพดานสูงสุดของอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจำนวน 1 สัญญา เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวสกุล เงินบาทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งรายละเอียดของสัญญาสามารถดูได้จากหัวข้อ 3.3.1 แหล่งที่มาของเงินทุน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเพื่อการค้าหรือเก็งกำไรทั้งในปัจจุบันและอนาคต
1.2) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 บริษัทฯ มีภาระหนี้สินระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ประกอบด้วยสกุลเงินเยนจำนวน 7,770 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 2,789 ล้านบาท และหนี้สินระยะยาวสกุลเงินเยนจำนวน 7,700 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 2,768 ล้านบาท เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขาย เงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสำหรับเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เป็นเงินตราต่างประเทศทั้งหมด รวมทั้งสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสำหรับเงินกู้ยืมระยะยาวสกุลเงินเยนจำนวน 7,700 ล้านเยน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีนโยบายที่จะทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อการค้าหรือเก็งกำไรทั้งในปัจจุบันและอนาคต
1.3) ความเสี่ยงจากความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียน
บริษัทฯ ใช้แหล่งเงินทุนในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าของบริษัทฯ จากเงินกู้ยืม ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2546 บริษัทฯ มียอดลูกหนี้การค้าสุทธิจำนวน 12,789.62 ล้านบาท และได้ใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมจำนวน 12,214.93 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงแหล่งเงินทุนแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป บริษัทฯ จึงกระจายความเสี่ยงในการจัดหาเงินทุน โดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง แบ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศจำนวน 7 แห่ง และธนาคารในประเทศจำนวน 5 แห่ง โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ มิได้พึ่งพิงเงินกู้ยืมจากธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งในสัดส่วนที่เกินกว่า ร้อยละ 30 ของเงินกู้ยืมรวม ในเดือนกรกฎาคม 2545 บริษัทฯ ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกัน จำนวน 1 พันล้านบาท อายุ 3 ปี โดยเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันภายในประเทศ นอกจากนี้ ในระหว่างปี 2545 บริษัทฯได้ออก ตั๋วแลกเงินอายุ 3 ปี วงเงิน 1,387.07 ล้านบาท และ อายุ 2 ปี วงเงิน 990.41 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความเพียงพอของแหล่ง เงินทุน บริษัทฯยังได้ทำสัญญากับสถาบันการเงินเพื่อช่วยในการจัดหาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอื่นๆ ในลักษณะวงเงินกู้ยืม ผูกพัน (Commitment Line) ในวงเงินจำนวน 700 ล้านบาท และ 1,000 ล้านเยน นอกจากนี้ บริษัทฯยังมี นโยบายที่จะจัดหาเงินทุนให้เพียงพอกับการขยายตัวของการให้สินเชื่อของบริษัทฯ โดยการเพิ่มความหลากหลายในการจัดหา เงินทุนในระยะยาว โดยการออกหุ้นกู้ ตั๋วเงิน การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์ เป็นต้น
1.4) ความเสี่ยงจากการที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งข้อมูลเท็จ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการที่ผู้ขอสินเชื่อหรือร้านคู่ค้าแจ้งข้อมูลเท็จในการขอสินเชื่อซึ่งอาจทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย เนื่องจากบริษัทฯ จะไม่สามารถติดตามหนี้จากผู้ขอสินเชื่อรายดังกล่าวได้ และบริษัทฯ ก็จะต้องทำการตัดจำหน่ายหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้สูญในที่สุด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จึงมีกระบวนการในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่รัดกุม โดยพนักงานอนุมัติสินเชื่อจะตรวจสอบจากฐานข้อมูลของบริษัทฯ ตรวจสอบจากชื่อผู้จดทะเบียนขอใช้โทรศัพท์ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ขอสินเชื่อแจ้งไว้ในใบคำขอสินเชื่อ รวมทั้งการยืนยันความถูกต้องโดยการโทรศัพท์สอบถามทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หากยังมีข้อสงสัยก็จะส่งพนักงานตรวจสอบไปตรวจสอบบ้านและที่ทำงานเป็นการเพิ่มเติม
1.5) ความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงานอนุมัติสินเชื่อ
บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการทุจริตของพนักงานอนุมัติสินเชื่อ เช่น การอนุมัติเกินวงเงินที่ผู้ขอสินเชื่อควรจะได้รับหรือ การอนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ขอสินเชื่อที่มีคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ได้ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานระดับหัวหน้าของฝ่ายควบคุมสินเชื่อสุ่มตรวจสอบการอนุมัติสินเชื่อว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดไว้หรือไม่ นอกจากนั้น ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินจะส่งรายงานให้แก่ผู้บริหารฝ่ายควบคุมสินเชื่อและผู้จัดการสาขาเพื่อทำการวิเคราะห์และตรวจสอบรายละเอียดของลูกหนี้ค้างชำระเพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความไม่ถูกต้องในการอนุมัติสินเชื่อหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
1.6) ความเสี่ยงจากการเก็บรักษาข้อมูล
เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต้องขึ้นอยู่กับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เนื่องจากบริษัทฯ จะต้องเก็บรักษา ข้อมูลของลูกค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง หรือเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ข้อมูลสูญหายหรือรั่วไหล ก็จะส่ง ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีระบบการถ่ายเทข้อมูลซึ่งเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลักและเครื่องคอมพิวเตอร์สำรอง ซึ่งหากเครื่องคอมพิวเตอร์หลักขัดข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์สำรองก็จะสามารถทำงานได้โดยทันทีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการบันทึกข้อมูลต่างๆ ลงบนเทปบันทึกข้อมูล (Magnetic Tape) ซึ่งจะทำการบันทึกเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน และเพื่อความปลอดภัย บริษัทฯ จึงทำการเก็บรักษาเทปดังกล่าวไว้ยังสถานที่อื่น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการใช้รหัสประจำตัวในการเข้าสู่ระบบข้อมูลของบริษัทฯ เพื่อเป็นการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
1.7) ความเสี่ยงจากการเข้ามาควบคุมของภาครัฐ
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 กระทรวงการคลังได้ประกาศให้ธุรกิจบัตรเครดิต เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาต ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 และให้อำนาจ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยการผิดนัดชำระหนี้ หรือค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม และค่าบริการ และได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิต ต้องยื่นขอรับอนุญาต ในการประกอบบัตรเครดิตจากกระทรวงการคลัง โดยบริษัทฯ มีคุณสมบัติตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย และได้รับใบอนุญาตให้การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2546 นอกเหนือจากนี้แล้ว หากในอนาคตมีการออกข้อ กำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทฯ ก็จะปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวด้วย
1.8) ความเสี่ยงกรณีบริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นเกินร้อยละ 50
ปัจจุบัน กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ คือ กลุ่มอิออน ซึ่งถือหุ้นรวมกันจำนวน 31,560,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 63.12 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตั้งกรรมการ หรือการขอมติในเรื่องอื่นที่ต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ยกเว้นเรื่องที่กฎหมายหรือข้อบังคับบริษัทฯ กำหนดให้ต้องได้รับเสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนั้น ผู้ถือหุ้นรายอื่นจึงอาจไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลเรื่องที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เสนอได้
9.เพราะเหตุใด กิจการค้าจึงมักผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์
การที่ธุรกิจการค้ามีการผ่อนปรนเงื่อนไขมากกว่าธนาคารพาณิชย์ อันเนื่องมากจากปัจจัยในการกำหนดนโยบายสินเชื่อของธุรกิจการค้า ซึ่งการกำหนดนโยบายสินเชื่อของธุรกิจการค้านั้นขึ้นอยู่กับ การที่ต้องการจะเข้มงวดกับลูกค้าของตนมากน้อยเพียงใด รักษาระดับความเสียหายคือหนี้ค้างชำระเกินกำหนด และหนี้สูญต่างๆ ไว้ในระดับที่ยอมรับได้ และถ้าธุรกิจของตนมีความคล่องตัวพอสมควรแล้วก็มักจะผ่อนคล้ายให้กับลูกค้า ซึ่งมักจะเกิดจดสิ่งต่อไปนี้ 1.กิจการนั้นมีสภาพคล่องสูง 2.เป็นกิจการขนาดใหญ่ มีความชำนาญในการพิจารณาลูกค้า 3.สภาพการแข่งขันที่รุนแรง จำเป็นต้องเร่งขาย รวมถึงผ่อนปรนในแง่ของเงื่อนไขสินเชื่อทั้งวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และยืดหยุ่นในการชำระคืน 4.มีสินค้ามากเกินไป การเร่งระบายสินค้าโดนการขายเชื่อจะช่วยลดต้นทุนการดูแลสินค้าได้มาก 5.พิจารณาเห็นว่า ลูกค้าจะมีแนวโน้มการทำธุรกิจที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากปัจจัยการกำหนดนโยบายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ คือ ธนาคารพาณิชย์ต้องรับผิดชอบต่อคนจำนวนมากกว่า เพราะเจ้าของเงินฝากที่นำมาให้ปล่อยกู้มีเป็นจำนวนมาก ส่วนปัจจัยสำคัญในการกำหนดนโยบายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ก็จะมี 1.กฎหมายและเงื่อนไขต่างๆ 2.สภาพเงินกอทุนของสถาบันการเงินนั้นๆ 3.การยอมรับความเสี่ยง 4.ปริมาณและประเภทเงินรับฝาก 5.ภาวะเศรษฐกิจในแต่ละขณะ 6.นโยบายภาครัฐบาล 7.ความสามารถองพนักงานสินเชื่อ ซึ่งอาจสรุปได้ว่า ธนาคารพาณิชย์เป็นธนาคารใหญ่ต้องรับผิดชอบต่อคนจำนวนมากกว่าในการให้สินเชื่อจึงมีเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าธุรกิจการค้า เพราะธุรกิจการค้าสามารถกำหนดลูกหนี้ของตนว่าจะให้มีมากน้อยเพียงใด และสภาพคล่องตัวของธุรกิจการค้า