น.ส. ภัทรภร จีระดีพลัง
MBA Y#14 Sec.12 รหัสนักศึกษา 555740063-8
Personal Mastery (ครั้งใดที่ไปทำอะไรมารู้สึกว่ามีเป้าหมายมากขึ้น?) : เมื่อครั้งที่ฉันจะสอบเอนทรานซ์ ฉันไม่มีความรู้สึกว่าชอบคณะไหนเป็นพิเศษ แต่ที่ชอบคณะการเงินนั้นเป็นเพราะว่าที่บ้านอยากให้เรียนคณะนี้ จึงได้เลือกลองคณะนี้ดู แล้วพอผลประกาศออกมา ก็ได้รู้ว่าสอบติดในคณะนี้ และเห็นพ่อแม่ดีใจมาก ทำให้รู้สึกคิดได้ว่าขนาดสอบเข้าคณะนี้ติด พ่อแม่ยังดีใจขนาดนี้ และถ้าฉันเรียนจบในคณะนี้ พ่อแม่จะดีใจขนาดไหน จึงมีเป้าหมายว่าจะพยายามเรียนให้จบเพื่อพ่อแม่และเพื่อตัวเราเอง และวันนั้นก็มาถึงวันที่เรียนจบภายใน 4 ปี แล้วก็เป็นวันที่พ่อแม่ดีใจและภาคภูมิใจจริงๆ
Dialogue (ใครไหน ได้ฟังใครพูด แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดี) : เมื่อครั้งฉันยังเรียนอยู่ม.2 ซึ่งที่บ้านฉันทำอาชีพค้าขาย ซึ่งเมื่อตอนที่ฉันไม่ได้ไปโรงเรียนก็จะตื่นสาย อยู่มาวันหนึ่งพ่อกับแม่ฉันต้องไปทำธุระที่บ้านญาติ ซึ่งเมื่อแม่กับป้าฉันกลับมาที่บ้านซึ่งเกือบๆจะเที่ยง ก็พึ่งจะเห็นว่าฉันนั้นพึ่งจะอาบน้ำและเดินลงมาข้างล่าง ซึ่งก็มีคนมารอซื้อของอยู่หน้าบ้าน แล้วไม่มีคนขายของให้ ป้ามาเห็นว่าฉันนั้นพึ่งจะเดินลงมาจากบนบ้าน ก็เลยว่าแม่ฉันว่าทำไมถึงไม่สอนให้ลูกตื่นแต่เช้า แล้วลงมาขายของแทน ซึ่งที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ อยู่แต่แม่บ้าน เดี๋ยวก็โดนขโมยของหรอก ป้าว่าจนแม่ฉันที่นั่งอยู่ข้างๆฉันนั้นร้องไห้ออกมา ฉันจึ่งรู้สึกว่าทำไมป้าของฉันเองไม่ว่าที่ตัวฉันแต่ไปว่าแม่ฉันที่ไม่ยอมสั่งสอนฉัน จึงทำให้ฉันได้คิดว่าขนาดคนที่เป็นญาติกันยังเห็นว่าลูกนั้นทำตัวไม่ดีเพราะพ่อแม่ไม่ยอมสั่งสอนลูก แล้วคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติเราล่ะจะรู้สึกยังไง นับจากวันนั้นฉันก็เลยตื่นแต่เช้า ลงมาช่วยแม่ขายของทุกวัน จนแม่ฉันชมว่าฉันนั้นเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เริ่มรู้จักขายของหาเงินเอง เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากขึ้นที่สามารถทำตัวให้ประโยชน์ไม่ให้ใครมาว่าเราได้อีก
Mental Model (ไปทำอะไรมารู้สึกว่าครั้งนั้น เปิดหูเปิดตามากขึ้น) : เมื่อตอนปิดเทอมสมัยมัธยม ฉันนั้นได้มีโอกาสไปเรียนภาษาอยู่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในตอนนั้นฉันนั้นได้ไปอยู่กับโฮสต์ ฉันนั้นได้ไปเรียนคนเดียวประมาณเดือนกว่า ซึ่งฉันก็ได้เจอกับเพื่อนชาวต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนจีน คนเวนิซูเอล่า คนญี่ปุ่น คนพม่า คนเวียดนาม คนเกาหลีหรือแม้กระทั่งคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งฉันนั้นได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆกับเพื่อนใหม่ๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งชาวสิงคโปร์นั้นจะมีชาวจีน ชาวมาเลย์อยู่มาก และยังเคยเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติอีกด้วย ทำให้ชาวสิงคโปร์นั้นสามารถพูดภาษาจีนกับภาษาอังกฤษได้ และเพื่อนคนจีนยังสอนฉันให้พูดภาษาจีนบางคำที่ง่ายๆ ทำให้ฉันรู้สึกชอบภาษาจีนมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ฉันนั้นได้เปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับอาหารการกินของชาวจีน หรือมาเลย์ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานเทศกาลของชาวต่างชาติ อาทิ เช่นวันEaster dayและงานสงกรานต์ไทยซึ่งจัดขึ้นในต่างประเทศ ว่าคนไทยในต่างประเทศเวลาจะเล่นน้ำสงกรานต์ต้องไปเล่นอยู่ที่หน้าสถานทูตไทย ซึ่งจะเป็นที่รวมตัวกันของคนไทย ซึ่งในประเทศสิงคโปร์นั้นจะเล่นกันทุกวันที่15 ของเดือนเมษายน แล้วก็จะมีคนต่างชาติที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย
Team Learning (ครั้งไหนที่ไปทำงานเป็นทีมมาแล้วดีที่สุด เล่าสาเหตุ ปัจจัยด้วย) : ตอนช่วงม.5 นั้น ทางโรงเรียนได้จัดให้มีงานวันวิทยาศาสตร์ ซึ่งทางโรงเรียนได้กำหนดให้ชั้นม.5 ทุกห้องได้จัดทำแบบจำลองการใช้พื้นที่โดยประมาณ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงขนาดเล็ก ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเราเอง และครอบครัว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด (พื้นที่ประมาณ ๙ ไร่) ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้เวลาทั้งหมด1อาทิตย์ ทั้งห้องนั้นจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันออกเงินกันซื้ออุปกรณ์การทำรูปแบบจำลอง โดยใช้แผ่นโฟมเป็นพื้นที่จำลองขนาด 9ไร่ และนำไม้จิ้มฟันมาทำเป็นโมเดลบ้าน และนำสีมาทาเป็นสระน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย และเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด ทางห้องของฉันก็ได้นำแบบจำลองนี้ออกมาตั้งประกวดและอธิบายให้เพื่อนๆในโรงเรียนนั้นได้ฟังและได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ผลประกาศก็ออกมา ซึ่งแบบจำลองที่ห้องฉันได้ทำนั้น ได้รางวัลที่1 คนในห้องฉันรู้สึกภูมิใจกับผลงานที่ออกมา และมีความสามัคคีกันมากขึ้น และยังได้ทำงานกับเพื่อนที่ยังไม่รู้จัก แถมยังได้เพื่อนสนิทมากขึ้นอีกด้วย
System Thinking (เรารู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราสัมผัสมีระบบที่ดี) : ฉันได้มีโอกาสได้นั่งเครื่องบินการบินไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งฉันรู้สึกว่า ระบบของการบินไทยนั้นเชื่อมโยงและสอดคล้องกันซึ่งตั้งแต่ ฉันได้เข้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
- มีพนักงานเช็คอินตั๋วเครื่องบินสำหรับการขึ้นเครื่องและพนักงานขนสัมภาระขึ้นเครื่อง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำสานเคมี ของเหลว ของมีคมขึ้นเครื่องบิน
- เมื่อเราจะเดินทางออกนอกประเทศ จะมีคนคอยเช็คตั๋วและนำขึ้นรถบัสเพื่อไปต่อยังเครื่องบิน
- เมื่อเราขึ้นเครื่องบินแล้วจะมีกัปตันพร้อมด้วยลูกเรือคอยยืนต้อนรับหน้าประตูทางเข้า และคอยหาที่นั่งให้และยังเก็บสัมภาระไว้บนที่เก็บสัมภาระ
- ขณะอยู่บนเครื่องจะมีแอร์โฮสเตสและสจ๊วตบนเครื่อง คอยสอนการใช้อุปกรณ์บนเครื่องบิน และคอยเสริฟอาหาร และคอยดูแลเราบนเครื่องบิน
- ขณะเครื่องบินถึงจุดหมายปลายทาง จะมีกัปตันและลูกเรือคอยบอกสภาพอากาศ เวลาท้องถิ่นและยืนต้อนรับขณะเราลงจากเครื่อง
ซึ่งทำให้ฉันรู้ว่าทำไมชาวต่างชาติและคนไทยจึงมั่นใจที่จะเดินทางไปกับสายการบินการบินไทย เพราะว่าระบบของการบินไทยนั้นให้บริการดี คอยดูแลใส่ใจเราเมื่อเรามีปัญหาขณะอยู่บนเครื่องบินจนถึงจุดหมายปลายทาง