หัวข้อที่1: ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์

  1. ประโยชน์ที่ได้รับ ได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องภาวะผู้นำที่ดีควรเป็นอย่างไร จะต้องมีวิสัยทัศน์ (Vision) และรู้จักการมอบอำนาจ (Empowerment) ซึ่งวัตถุประสงค์ของหัวข้อนี้ทำให้ผู้บริหารต้องศึกษาเรื่องภาวะผู้นำอย่างแท้จริง, การสร้างความตระหนักในการเป็นผู้นำมากกว่าการเป็นผู้บริหาร ซึ่งมีความแตกต่างกันระหว่างผู้นำและผู้บริหาร โดยที่ผู้บริหารระดับนี้มักจะมีความชำนาญการด้านการบริหารแต่ยังขาดทักษะและการฝึกฝนในการผู้นำ ได้เข้าใจถึงชนิดของผู้นำ (Types of Leadership) ในแต่ละชนิดว่ามีอะไรบ้างเช่น Autocratic leadership, Bureaucratic leadership, Democratic leadership and Laissez-Faire leadership เป็นต้น แต่ละชนิดคืออะไร ซึ่งมีวิธีการสร้างความเป็นผู้นำในแต่ละชนิดอีกด้วย ที่สำคัญในหัวข้อนี้ยังได้เรียนรู้ถึงคุณสมบัติของผู้นำในหลายๆระดับ ตั้งแต่ระดับองค์กร ระดับประเทศ ไปจนถึงระดับโลก ทำให้เราได้นำคุณสมบัติหรือแบบอย่างที่ดีเหล่านั้นกลับมาพัฒนาและ/หรือเลือกคุณสมบัติที่มีความใกล้เคียงพอที่จะสร้างตนให้เป็นผู้นำได้นั่นเอง การสร้างผู้นำหลายแบบ เช่น The leadership Pipeline, by Ram Charun, The 5E’s cycle model – Engagement, Exploration, Explanation, Elaboration and Evaluation รวมถึงจากอาจารย์จาก University of Washington

  2. สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของการเคหะแห่งชาติ ได้ดังนี้ เมื่อเรามีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงว่าเราอยู่ในฐานะผู้บริหารที่กำลังจะก้าวสู่ภาวะความเป็นผู้นำ จึงต้องนำความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชนิดของผู้นำ (Types of Leadership) แบบอย่างของผู้นำในหลายๆระดับตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับโลก, วิธีการสร้างผู้นำหลากหลายวิธีมาปรับใช้ โดยการเลือกคุณสมบัติของผู้นำที่ได้ศึกษามาประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งไม่มีผู้นำชนิดไหนที่ดีที่สุดหรือเลวที่สุด มีแต่ผู้นำที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ เช่น หากองค์กรอยู่ในสภาวะการณ์ที่ฉุกเฉินหรือเกิดวิกฤติ เราก็จำเป็นต้องสั่งการหรือเป็นแกนหลักให้ลูกน้องทำตาม มากว่าที่จะปล่อยให้ดำเนินเรื่อยเปื่อยเหมือนในสภาวะปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำคุณสมบัติที่ได้ศึกษามาที่มีความใกล้เคียงกับตนเองมากที่สุด เพื่อเลือกวิธีการสร้างผู้นำที่ง่ายสำหรับตน และฝึกปฏิบัติตนเองทันทีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 3เดือน แล้วจึงค่อยประเมินผลอีกที

หัวข้อที่ 2 การบริหารการเปลี่ยนแปลง 1. ประโยชน์ที่ได้รับ

ได้มีความรู้ ความเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมที่จะกระแสโลกาภิวัตน์
2.ผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงต่อองค์กรมีปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกอะไรบ้าง
3.เมื่อกระทบต่อองค์กรแล้วเราในฐานะผู้บริหารขององค์กรจะจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่น
    - วิเคราะห์และทบทวน วิสัยทัศน์, โอกาส, ภัยคุกคาม ให้ชัดเจนในภารกิจหลักขององค์กร วัตถุประสงค์, จุดอ่อน ,จุดแข็ง ดูว่าทำอะไร เพื่อใคร
    - กำหนดเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลง
    - จัดทำ Roadmap ขั้นพื้นฐานของการรับรู้ , ต้องการ, ความรู้ ,ความสามารถ
4.วิธีการบริหารเมื่อมีการปรับโครงสร้างเข้ากระบวนงานและวิธีการทำงาน
    -ปรับระบบการเงิน และงบประมาณ
    -ปรับระบบการบริการบุคคลและค่าตอบแทน
    -ปรับวัฒนธรรมและค่านิยม
    -ฯลฯ

  1. ปรับมาใช้ในการทำงานการเคหะฯ อย่างไร การปรับใช้ในการทำงาน เนื่องจากงาน HR เป็นงานที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา จึงเป็นหน่วยงานที่จะต้องนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่องค์กรตลอดเวลาด้วย โดยจะมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
    1. การวิเคราะห์และทบทวนวิสัยทัศน์ของฝ่าย ดูโอกาส, สร้างความรู้ภายในภารกิจ, จุดอ่อน, จุดแข็ง งาน HR แล้วมากำหนดวัตถุประสงค์ของการเปลี่ยนแปลง 2.จัดทำ Road map และแผนปฏิบัติการทุก process 3.ที่สำคัญต้องมีการวิเคราะห์และกำหนดวิธีการที่จะบริหารการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงออกมาเป็นแผนคู่ขนานออกมารองรับ 4.ตามแผนปฏิบัติการ 5.ประเมินผล

                                     กำหนดเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลง
      
      

วิเคราะห์และทบทวนวิสัยทัศน์ ภารกิจ จัดทำ Roadmap แผนปฏิบัติการ

    จุดอ่อน  จุดแข็ง ฯลฯ                                                              และแผนบริหารการต้านเปลี่ยนแปลง


       ประเมินผล                                                                        ปฏิบัติตามแผนฯ

ดังนั้นจะนำความรู้ที่ได้รับ มาปฏิบัติในงาน HR ตามเนื้อหาข้างต้น