แน่นอนทุกคนย่อมต้องการประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจปรารถนาไว้ นำคุณค่าที่ดี ๆ มาสู่ตัวเรา หากเราไม่คิดวางแผนการทำงานสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เราคงจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการนั้นแน่หรือก็เกือบแย่ ดังนั้นจึงควรพิจารณาว่าจะทำอย่างไร จึงจะวางแผนการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นๆ ได้ ก็คงจะต้องคิดให้มีประสิทธิภาพในรูปแบบเชิงรุก หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ทำอย่างไรให้มีคุณภาพเกิดคุณค่าได้
การทำอย่างมีคุณภาพและเกิดคุณค่านั้น คงจะคิดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ การทำแบบนี้จะต้องมีกระบวนการ มีขั้นตอน อาจจะอธิบายโดยใช้ 3 องค์ประกอบหลัก คือ
องค์ประกอบที่ 1 “ความรู้พื้นฐาน” การทำเพื่อให้มีคุณภาพได้นั้นจะต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นอย่างพอเพียงเสียก่อน นั่นคือ เราจะต้องหมั่นเพิ่มเติมความรู้อย่างสม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องเรียนเพียงแต่ขยันอ่านหนังสือหรือตำราที่มีอย่างมากมายในปัจจุบันและรู้จักแยกแยะความเหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหรือเนื้อเรื่องที่สนใจ กล่าวคือเราจะต้องขวนขวาย หมั่นเพียร ให้สม่ำเสมอต่อเนื่องกัน ดังนั้นถ้าเรามีความรู้พื้นฐานดีพอจะทำให้เราเห็นรากเง้าของปัญหา มองแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็น เราจึงสามารถกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้
องค์ประกอบที่ 2 “การปฏิบัติ” หลังจากมองเห็นแนวทางในการปฏิบัติงานแล้ว หากเราเพียงแต่คิดว่า อย่างนี้น่าจะ…………อย่างนี้น่าจะ……….อยู่เรื่อยไป แน่นอนการคิดลักษณะนี้ก็จะคิดแบบแพลนนิ่งไม่เคลื่อนไหว ไม่เกิดเป็นรูปธรรมได้ ดังนั้นจะต้องพยายามที่จะหาโอกาสปฏิบัติจริงตามแนวทางที่วางไว้ ซึ่งการปฏิบัตินับว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
เนื่องจากหากมีโอกาสในการปฏิบัติย่อมทราบถึงแนวทางการปฏิบัติว่าแนวทางใดมีผลกระทบอย่างไรบ้าง อาจจะต้องมีส่วนประกอบย่อยในการปฏิบัติคือ มีพลังแห่งการปฏิบัติได้แก่ มีกลุ่มหรือทีมงาน จะมีทีมงานที่ชัดเจนได้จะต้องมีใจเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างบริสุทธิ์ใจ ส่วนประกอบที่สองคือ มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ รู้จักบทบาทหน้าที่ การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างรู้มือรู้ใจ ซึ่งก็เป็นผลจากส่วนประกอบแรก หากทุกคนรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองแล้ว เชื่อได้เลยว่าปัญหาในองค์กรคงจะเกิดขึ้นน้อยมาก
ส่วนประกอบที่สามคือ มีภูมิปัญญา ในที่นี้มิใช่ ความรู้จากตำแหน่งหน้าที่ หรือ ใบประกาศใด ๆ แต่เป็น ภูมิปัญญา ที่สามารถสร้างสรรค์ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดผลของการดำเนินกิจกรรมตามเป้าหมาย และส่วนประกอบสุดท้าย คือ มีความปิติ มีความสุขจากการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ หากเรามีส่วนประกอบเหล่านี้จะทำให้องค์ประกอบของการปฏิบัติเกิดประสิทธิผลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก กล่าวโดยรวมคือ การปฏิบัติอาจจะต้องนำสิ่งต่างๆ มาผสมผสานกันทั้งคุณธรรม จริยธรรม ความมุ่งมั่นตั้งใจ สม่ำเสมอ วิเคราะห์พิจารณาตามสภาพเป็นจริง มีการทดลองทำ ประเมิน ปรับปรุงและพิจารณา หรือที่ชอบเรียกตามภาษาอังกฤษว่า P–D–C–A นั่นเอง องค์ประกอบที่ 3 “การฝึก” เป็นส่วนที่ต่อยอดจากองค์ประกอบที่ 2 ให้เกิดความชำนาญ มีประสบการณ์ ครบวงจร เนื่องจากเรื่องบางเรื่องมีความละเอียดอ่อน การปฏิบัติอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ แต่มันมิใช่ปัญหา หากเกิดความผิดพลาดเราก็ใช้ความผิดพลาดนั้นมาพิจารณาปรับปรุงแนวทางฝึกเพิ่มเติมให้เกิดความผิดพลาดลดลง และหาแนวทางเสริมจุดอ่อนนั้นด้วยปัญญา การคิดมองไกลและความเพียร อดทน สม่ำเสมอ ประสานเข้ากับความซื่อสัตย์ สุจริต พอเหมาะพอควร หากพิจารณาองค์ประกอบทั้งสามแล้ว และลองดำเนินกิจกรรมตามที่ได้กล่าวมา ปีใหม่นี้ก็คงจะทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพแน่นอน