EADP 8 ช่วงที่ 4

สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือ MOJO

MOJO คือพลังเชิงบวกต่อสิ่งที่เราทำอยู่ในเวลาปัจจุบัน ออกจากภายในตัวเราแผ่ออกสู่ภายนอกให้คนอื่นรับรู้ถึงพลังนี้ได้ องค์ประกอบของ MOJO 4 ประการ 1.Identify (ความเป็นตัวเรา) ตัวตนของเราในความคิดของเราเอง เรามองตัวเองว่าเป็นอย่างไรในปัจุบัน หากรู้สึกดีก็สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกได้ 2.Achievement (ความสำเร็จ) ตัวเราทำอะไรมาแล้วบ้าง และต้องพิจารณาดูว่าความสำเร็จนั้นต้องเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตเราจริงๆ เราสามารถเพิ่ม MOJO ในตัวเราได้ ด้วยการเปลี่ยนระดับของความสำเร็จ ให้สูงขึ้นหรือต่ำลง ที่จะทำให้ตัวเราเองมีความสุขมากขึ้น 3.Reputation (ชื่อเสียง) คนอื่นคิดอย่างไรกับตัวเราและคิดอย่างไรกับสิ่งที่เราทำ 4.Acceptance (การยอมรับ) การยอมรับความจริง และปล่อยวางบางอย่างที่เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ บางครั้งการเป็นทุกข์กับอดีต การกังวลกับอนาคต การเก็บความโกรธแค้นและความรู้สึกลบในตัวเองเป็นการลด MOJO ในตัวเอง แต่ถ้าหากยอมรับความจริงและปล่อยวางก็สามาถเพิ่ม MOJO ในตัวเองได้ MOJO Paradox : ความขัดแย้งของ MOJO : ทั้งๆที่ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ต้องการที่สุดในชีวิต คือ ความสุข “Happiness” และการมีชีวิตที่มีความหมาย “Meaning” แต่มีปฏิกิริยาทางธรรมชาติบางอย่างที่ทำให้เราไม่ทำอย่างที่ต้องการแต่ทำทุกอย่างด้วยความเฉี่ยยชา “Inertia”และยังทำเหมือนเดิมทุกวันจนกลายเป็นวงจรความเฉื่อยชา”Cycle of inertia” ซึ่งจะมีผลต่อเรามากในอนาคต ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนเพื่อตัดวงจรนี้ โดยทำแบบสอบถามตัวเองประเมินกิจกรรมที่ทำใรเรื่อง “ความสุข” และ’ความหมาย” ประเมินทุกวัน จะทำให้มีสคิรับรู้ได้ทุกช่วงเวลาและรับรู้ได้ว่า มันควรค่าแก่การทำหรือไม่ ตัวผมเองเพิ่งรู้ว่าตัวเองว่าบ่อยอยู่เหมือนกันที่ตกอยู่ในวงจรความเฉื่อยชา ชึ่งต้องพยามตัดมันออกไป ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ ดร.จิระ ที่ทำให้เรารู้จัก MOJO

15 พ.ค.2555 การบรรยาย ของ ท่านผู้ว่าการ สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์

ท่านได้แนะนำว่า การเป็นผู้นำต้องเห็นในด้านกว้างเพราะศาสตร์ในการตัดสินใจกว้างขวางมากและพลาดไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาตนเองให้พร้อมตลอดแวลา มีต้นทุนที่เก็บเกี่ยวไว้ตลอดเวลา ต้องฝึกคิดให้ใหญ่กว่าตำแหน่งที่เป็นอยู่อย่างน้อย 1 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจ NGO เข้าใจเรื่องสังคม และมีความรู้ทางด้านธุรกิจ ท่านชี้ให้เห็นว่า ปัญหา HR ใน กฟผ. มี 2 ปัญหา 1. Generation ขาดช่วง เนื่องจากมองจากภายนอกจำนวนคนต่อ MW มีจำนวนมาก เลยถูกกดอัตราเอาไว้ 2. สร้างผู้นำมาไม่ทัน เนื่องจาก กฟผ. คนจะถูกพัฒนามาตาม Function ซึ่งต่างจาก บริษัทที่สามาถดูภาพรวมได้ แม้ปัจจุบันจะมีแผนอัตรากำลัง 5 ปี ปีละ 700 คน โดยเฉลี่ย แต่ กฟผ. ไม่ใช่องค์กรที่ดีที่สุดที่คนอยากมาอยู่ และเงินเดือนก็ไม่ได้สูงสุด คนที่เข้ามาใหม่ก็จะเป็นพวกที่ชอบงานท้าทาย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงาน ที่จะต้อง train และปลูกฝังอย่างไรให้เขารักที่จะทำงานกับเราอีกนาน กฟผ.จะขับเคลื่อนไปได้ต้องสร้างต้นทุน ต้นทุนนั้นคือคน กฟผ.จะพัฒนาให้ยั่งยืนได้ ก็อยู่ที่คน เพราะถ้าคนโกง คนตัดสินใจผิดพลาดก็จะทำให้องค์กรพังได้ นอกจากนี้ท่านไดย้ำอีกว่า การเป็นผู้นำไม่ต้องการเฉพาะสมองสติปัญาอย่างเดียว ต้องมีหัวใจที่จะให้ เสียสละ อดทน ไม่เสแสร้ง การสร้างบารมีต้องทำด้วยจิตใจซึ่งเป็นต้นทุนที่ได้มาโดยไม่รู้ตัว

Leadership in Changing World โดย อ.ประกาย ชลหาญ

การเป็น Leadership (ผู้นำ) จะต้องมีผลงาน (Performance)ให้กับองค์การ ซึ่งมี 2 ส่วน คือ Competency และ Motivation การเป็น Leadership ที่ดีจะต้องมีบทบาท 4 ข้อ คือ 1. กำหนดนโยบายให้กับองค์กร 2. สร้างทิศทางให้กับคนในองค์กร 3. มีการกระจายอำนาจ มอบอำนาจ ให้กับลูกน้อง และมีการติดตาม 4. เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้อง นอกจากนี้หากองค์กรมี วัฒนรรมองค์ที่แข็งแรง ก็จะทำให้องค์กรก้าวย่างไปอย่างมั่นคง Change management : การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ถ้ารู้อยู่แล้วว่าต้องเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน

พลังงานกับเศรษฐกิจไทย โดย ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์

จากที่ได้ฟังบรรยายของ ศ.ดร.พรายพล ในวันนี้สิ่งที่ได้รับความรู้จากที่ไม่เคยรู้มาก่อน ก็คือเรื่องโครงสร้างราคา น้ำมัน และก๊าซ โครงสร้าภาษี ราคาน้ำมันและก๊าซที่เหมาะสม (ตามที่อาจารย์ทำตารางคำนวนมาให้ดู) แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้สอบถามเนื่องจากเวลาไม่พอ ก็คือราคาค่าการกลั่นของทั้งน้ำมันและก๊าซมีรายละเอียดเป็นมาอย่างไรมีความเป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือไม่ เนื่องจากในบรรยายของอาจารย์ระบุว่าถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่สกปรก จึงได้มีโอกาศได้ชี้แจงว่าด้วยเทคโนโลยี่ปัจจุบันสามารถทำให้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดแล้ว หาก กฟผ.มีโอกาสได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็จะใช้เทคโนโลยี่นี้และที่แม่เมาะ กฟผ.ก็ได้แก้ไขปัญหาแล้ว อาจารย์ได้แย้งว่ายังมีปัญหาเรื่อง CO2 หลังจากนั้นก็มีผู้อภิปรายต่ออีกหลายท่าน ผมก็เลยไม่มีโอกาสได้ทราบว่าในความเห็นของอาจารย์เชื้อเพลิงอะไรที่เหมาะกับเศรษฐกิจไทนในอนาคต

16 พ.ค.2555 ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. โดย ดร.กมล ตรรกบุตร และ ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

ท่าน ดร.กมล ท่านได้บรรยให้เราได้รับทราบถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเภทต่างๆ ท่านได้เล่าถึงก่อนการเกิดเหตุการณ์ ระหว่างการเกิดเหตุการณ์ และหลังเหตุการณ์และปัจจุบัน ทีเกิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูจิม่า ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหว จนมีผลทำให้โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนรวมทั้งของประเทศไทย โดยรัฐบาลนี้ให้เลื่อนไปอีก 6 ปี (โรงแรกปี 2026) ท่านได้ฝากข้อความกับเราว่า “เราสร้างโรงไฟฟ้ามาไม่ใช่เพื่อชื่นชม เราสร้างมาเพื่อใช้งาน โดยเฉพาะ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย” ท่าน ศ.ดร.ปณิธาน ท่านได้บรรยายถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวต่างๆทั่วโลก ท่าได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงขนาดความรุนแรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นและท่านได้เปรียบเทียบให้เห็นว่า หากอาคารมีการออกแบบไว้ดีก็จะเกิดความเสียหายที่น้อยกว่า ท่านได้ทิ้งท้ายกับเราว่า “ธรรมชาติเป็นเรื่องไม่แน่นอน เราต้องจัดการกับความไม่แน่นอนนั้น”

ทิศทางพลังงานการทำงานของ กฟผ. โดย อดีต ผู้ว่าการ ไกรสีห์ กรรณสูตร และ รวห วิรัช กาญจนพิบูลย์

ท่านอดีต ผู้ว่าการ ไกรสีห์ ท่านได้เล่าให้เราฟังว่า ในอดีต กฟผ.ขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถกำหนดนโยบาย วางแผนทุกอย่างเองหมด และผลิตไฟฟ้าแต่ผู้เดียว แต่ปัจจุบันมี Regulator กำกับดูแล รับนโยบายจากรัฐบาลผ่านกระทรวงพลังงาน มีเอกชนมาแบ่งสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า แต่หน้าที่ของ กฟผ.ยังคงต้องผลิตไฟฟ้าให้มีคุณภาพคำนึงถึงความมั่นคงพลังงานที่จะต้องมีเพียงพอ ท่านได้มองทิศทางพลังงานในอนาคตว่า จะมีโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมากขึ้น (พลังงานทดแทน) กฟผ.จะต้องเตรียมตัวเรื่องระบบไฟฟ้าว่าจะเอาอยู่หรือไม่ อาจต้องใช้เทคโนโลยี่ Smart grid ต้องส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี่โรงไฟฟ้าและสายส่งจะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่านมองว่าการต่อต้านโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้นมาก คนกฟผ.จะต้องสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนยอมรับ ท่าน รวห.วิรัช ท่านชี้ให้เห็นว่าทิศทางพลังงานในอนาคต อัตราการใช้พลังงานจะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่แหล่งพลังงานในประเทศจะหมดไป การต่อต้านโรงไฟฟ้าใหม่มีมากขึ้น ที่ผ่านมามีการถกเถียงกับ NGO ที่ปลายเหตุคือปริมาณการใช้ไฟ อาจจะต้องกลับมาพิจารณากันที่ต้นเหตุว่าจำเป็นต้องใช้ไฟหรือไม่ ท่านมองว่าที่ผ่านมา ปัญหา CSR ของ กฟผ.เกิดจากความไม่รับผิดชอบ ดังนั้นต่อไป กฟผ.จะต้องมี CSR in process คือต้องทำงานทุกขั้นตอนอย่างมีความรับผิดชอบ ท่านทิ้งท้ายไว้ว่า “ จะได้สัดส่วนการผลิตเท่าไรไม่สำคัญถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเราก็สามารถส้างได้มากขึ้นเอง"

” Trendy Technology and Social Media for EGAT Executive โดย ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช

ดร.วิรัช ท่านได้บรรยายให้รับทราบในเรื่อง IT Technology ว่ามีทิศทางอย่างมีแนวโน้มเป็นเช่นไร มีหลายเรื่องเหมือนกันที่ท่านพูดถึงผมไม่เคยรู้จักอาจเลย คงต้องกลับมาดูอีกครั้งว่ามันคืออะไร ท่านได้ให้ความคิดของผู้นำยุคใหม่จากต้องมีวิธีการทำงานใหม่ เช่น สนับสนุนพนักงานเสนอโครงการเอง มีการให้รางวัลคนทำผิดพลาด ในด้านการพัฒนาท่านให้คำนึงถึง 3 เรื่อง คือ Vision, Mission และ Passion