ขอบคุณค่ะ คุณน้องชลัญธร ขอร่วมกุศลด้วยค่ะ ไม่ได้ไปบริจาคที่พิมายนะค่ะ ปกติพี่จะบริจาคที่นี่ ปัตตานีึค่ะ ครบรอบสามเดือนก็รวมกับเพื่อนๆขับรถไป และนัดกับที่รพ.ที่ห้องเลือดก็ได้รับความสะดวกดีมาก บางครั้งให้ไม่ได้ก็เว้นไป ค่อยให้ใหม่เมื่อมีโอกาส และมักจะเชิิญชวนนักศึกษาให้ไปบริจาคเช่นกันค่ะ เป็นกุศลที่บริจาคเลือดเนื้อให้กับผู้ป่วยที่จำเป็น เลยมีบัตรบริจาคเลือดติดตัวไ้ว้เสมอในกระเป๋าตังค์
ตอนที่ไปเรียนต่างบ้านต่างเมืองใน UK. ก็บริจาคเลือดให้ค่ะ เพราะกรุ๊ปเลือดอย่างเราชาวเอเชีย บางครั้งเมื่อมีเหตุฉุกเฉินก็หายาก เพราะเค้าตรวจหา Rh ด้วยค่ะ (ของพี่ก็ A Rh+) แต่กว่าที่ครั้งแรกจะบริจาคได้ ถูกซักประวัติเสียมากมาย โดยเฉพาะประเด็นมาลาเรีย เพราะเรามาจากเขตร้อนชื้นที่ยังมีความเสี่ยง ทั้งที่บอกว่าเรามาจากบริเวณที่ eradicate ไปแล้วโรคนี้ อาจมีเฉพาะตะเข็บรอยต่อชายแดนบ้าง เค้าก็ยังซักมาก เลยถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ไปด้วยเลยค่ะ แม้กระทั่งแบบฟอร์มที่เค้าให้กรอกก็สนุกดี อ่านไปก็ขำไป กับคำถามที่มาจากต่างวัฒนธรรมกัน ต่อคำถามเรื่อง sex, gender, marital status ;-)) เหล่านี้มีเรื่องตลกล้อเลียน ให้เห็นกันมากมาย ครั้งถัดๆไปเลยคล่องหน่อย เพราะเค้ามีระบบฐานข้อมูลกรอกเอาไว้แล้วเราก็มีบัตรคล้ายๆกับบัตร ATM อย่างนั้น ผ่านเครื่อง อ่านข้อมูลได้เร็ว นอกจากนี้ยังเชิญชวนเพื่อนๆในแล็บที่เรียนด้วยกันให้ไปบริจาคด้วย ส่วนใหญ่หนุ่มๆ มักจะกลัวเข็ม ทั้งๆที่เป็นนักกีฬารักบี้ เวลาสกรัมบอล์ มีเลือดอาบไม่เป็นไร แต่บริจาคเลือดเป็นเรื่องราว บอกว่าไม่ไหว?? พอเรายืนยันว่าไม่เจ็บเลยก็มีน้องๆในแล็บที่สนใจลองบริจาคบ้าง แต่แหม... พอเจ้าหน้าที่อธิบายว่า ตอนแทงเข็มถ้ากลัวเจ็บก็มียาชาเฉพาะที่นะ..สรุปแล้วเค้าก็เลือกทางนั้น เลยต้องนั่งคอยกันว่าจะเสร็จกระบวนก็นานพอดู รอให้ยาชาหมดฤทธิ์ เลยได้ความรู้เพิ่มเติมว่า วิธีการอย่างงี้ก็มีด้วยที่ UK ...KM ตอนบริจาคเลือดนะค่ะ :-))