อ. ขจิตค่ะ.... ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ.:-)) . เป็นที่น่าสังเกตนะค่ะ . นกกระเรียนตัวโตกว่าตั้งเยอะ แต่เต่าตัวน้อยกลับให้ยืนอยู่บนหลังได้นานแสนนาน เป็นภาพที่น่ารัก น่าคิดค่ะ .... ก็เลยรักทั้งนกและเต่า.... อาจารย์เห็นด้วยใช่ไหม๊ค่ะ?? กลับมาจากการทริบครั้งนั้น ได้ผลเลยค่ะ สมกับไปเที่ยวมหาวิทยาลัยเก่าแก่ หาหนังสือมาอ่านซะจุใจ จริงๆที่ีนั่นก็คล้ายๆกับบ้านเรา ที่สมัยก่อนการศึกษาเริ่มจากวัดจากการบวชเรียน หรือที่อังกฤษ/ไอร์แลนด์ก็เริ่มจาก monastery ถึงแม้เก่าๆก็ยังเก็บรักษาไว้ เพราะเป็นรากเหง้าจากบรรพชน สังเกตว่าเริ่มเรียนรู้จากภายในก่อนด้วยการมองจิตวิญญาน ส่วนที่ฮานอย บริเวณ the temple of literature มีสถาปัตยกรรมสวยงาม ตามเอกลักษณ์ ประตูเข้าออกก็ให้บุคคลผ่านได้ต่างกันระหว่าง เชื้อสายกษัตริย์ ข้าราชบริพารและลำดับรองๆลงมา พื้นที่ภายในแบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อจุดประสงค์ต่างๆกัน และส่วนใหญ่ก็จะประดับประดาด้วยนกกระเรียนเหยียบหลังเต่า ไม่ว่าจะเป็นไม้ดัด โลหะ หรือปูนปั้น โดยเฉพาะบริเวณหอประกาศเกียรติคุณ ที่นี่เน้นการนำคำสอนของขงจื้อมาปฏิบัติ เห็นได้ชัดว่าเน้นความรู้คู่กับคุณธรรม ตามปราชญ์ขงจื้อ ทุกศาลาจะมีสัญญลักษณ์นกและเต่า ความดีที่สั่งสมก็จะได้กับการยกย่อง น่าชื่นชมค่ะ ..ส่วนเรื่องตลกๆก็มี สื่อผ่านทางตุ๊กตาของที่ระลึก ปั้นเป็นรูปต่างๆ หัวเราะ ร้องไห้ ฯลฯ เพราะแสดงออกถึงอารมณ์นั้นที่บุคคล ต้องมีความพยายาม ฝึกฝน อดทนกว่าจะผ่านการสอบ ..:-))