ผมคนหนึ่งที่เป็นทุกข์กับการเปลี่ยนแปลงนี้

อย่างเช่น การสอบเข้าเรียนต่อในระดัมมหาวิทยาลัย

ด้วยระบบ ทุกๆมหาวิทยาลัยต่างก็มีการรับตรงไปหมด และต่างคนก็ต่างจัดสอบเอง นักเรียนก็ต้องเดินสายสอบกัน ส่งผลให้

ในปีหนึ่งๆผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินสายสอบไม่ใช่น้อยๆ อย่างทางหาดใหญ่ขึ้นกรุงเทพ ก็ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐บาท/ครั้ง เฉลี่ยคนละ ๓ ครั้ง ทั้งประเทศสัก ๕๐,๐๐๐ คน ก็เงินสะพัด แต่ผู้ปกครองต้องควักกัน ต้องจ่ายกันประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาททีเดียว หรือนี่คือวิธีสร้าง GDP ของรัฐบาลผ่านทางอธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่างๆครับ

ผมว่า มันเป็นวิธีคิดที่อำมหิตกับประชาชนมากๆๆน้ะครับ

ครอบครัวฐานะไม่ดี หาเช้ากินค่ำ ก็ถูกตัดสิทธิ์ ถูกตัดโอกาสทันที มันไม่เป็นธรรมเลยกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศน้ะครับ

เป็นประเด็น สิทธิมนุษยชน อย่างเด่นชัด โดยตรง แต่แปลก คณะกรรมการสิมธิมนุษยชนแห่งชาติ เจ้าของเรื่องโดยตรงไม่คิดทำอะไรบางหรือครับ ?

ผมมองว่า เป็นการเผาผลาญ ทุนทรัพย์ของชาติ อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตมากๆทีเดียว ทำให้ เงินที่ควรนำไปใช้ดูแลคุณภาพชีวิตของคนทั้งครอบครัว ก็ต้องนำไปใช้กับคนส่วนน้อยของครอบครัว ทำให้สมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวด้อยคุณภาพลง

แต่ก็คิดได้ในอีกหลายๆมุมน้ะครับ ก็แล้วแต่ใครจะหยิบมุมในมาคิด ผมขอหยิบมุมว่า คนรวย คนจน ต้องมีโอกาสในการได้รับการคัดเลือกเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีการคัดเลือกด้วยความรวยความจนในด่านแรก จริงไหมครับ