สรุปการบรรยาย (ต่อ)
Case Study of Excellent Research University
University of Washington (UW)
มีเงินวิจัยมหาศาล สามารถหารายได้จากการวิจัยได้ถึง 50% คณะที่ทำได้ดีทางการวิจัยคือ Medical Science
- Strong in computer science and medical science
- Number 1 or 2 in research grant from Federal of Government as public university.
- Income from research 50% of total income of university.
- Why it is good? เพราะเหตุใดถึงทำได้ดี
4.1) Culture of research สร้างวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการวิจัย การทำให้ได้ผลจริง ๆ คือต้องทำเป็น Package
4.2) University level and faculty level work together ชื่อเสียงทางด้านการวิจัยของคณะแข็ง
4.3) Vision is
- Outstanding climate of support for research เน้นการสร้างบรรยากาศงานวิจัย
- Go to advances and new frontier of research เขียนให้มากกว่าที่เขาคิดไว้และต้องทำให้ได้
Strategies
- Shared Responsibility มีความรับผิดชอบร่วมกัน
- Ethical Standard มาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมดี
- Enhance Researcher’s ability to obtain and manage grants ในที่นี้คือภาคเอกชน
- Transparency in Research Management ทำให้โปร่งใส ชัดเจน
- Create Value added from research
- Maximizing public benefits
- Creativity and Innovation สำคัญที่สุด
Guiding Principles
- Respect
- Creativity and Innovation ทำอะไรให้มีไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ
- Integrity ทำอะไรให้ถูกต้อง สัญญาแล้วต้องทำตาม มี Trust
- Communication เริ่มจากในคณะก่อน แล้วค่อยไปที่ลูกค้าเรา Diversity
- Quality คนที่เป็นผู้นำทำประโยชน์จริง ๆ คือใคร
- Support การสร้างระบบที่จะสนับสนุนให้เกิด Research Foundation
UNIVERSITY OF OXFORD
Research with vision and Strategy
- Retain and recruiting researchers of instinction ในอนาคตการรับอาจารย์ไม่ใช่แค่มองการเป็นอาจารย์อย่างเดียว แต่ให้มองถึงการเป็น Researcher ด้วย
- Attract the best research students nationally and internationally เน้น research student มากกว่าเรียนเฉย ๆ
- Support the good Research Environment ระบบที่ดีที่สุดขณะนี้คือ California University
- Collaboration of research and linkage across nationally and internationally research institutions and funding bodies การทำร่วมกับเอกชนต้องไป Link กับต่างประเทศด้วย ทำเป็น Total Package
Harvard University
- Conflict of Interest needed to be avoided ต้องเรียนรู้การเจรจาต่อรอง
- Integrity of Research is the key ความโปร่งใส ความมีคุณธรรมสำคัญ ถ้าพร้อมเรียนรู้ก็จะอยู่รอดได้
- Code of Conduct in research is needed เช่นต้องมี Ethics , Privacy การเปิดเผยข้อมูล
University of Cambridge
- Aim for benefit of society
- Provide creative and supportive environment for research ideas to flourish (การทำวิจัยต้องคิดก่อนว่าจะทำอะไร และเพื่ออะไร เน้นการมี Interesting Question ต้องถามก่อน)
- Networking is the key to success
- Multi – discipline research is needed
Workshop 2
กลุ่ม1 Where are we?
1.1) สถานการณ์ปัจจุบัน
ในกลุ่มมอง 2 ประเด็นหลักคือ ที่เป็นตัวตนตัวเอง และภาคอุตสาหกรรมมองเป็นอย่างไร
- การมองตัวตนตัวเอง
- ประเด็นแรกคือเรื่องคน ภาระงานมีมากในระบบ
อาจารย์ใหม่ไม่เข้าใจระบบในการทำงานว่าทำงานกับภาคเอกชนควรดำเนินการอย่างไร
ไม่สามารถปรึกษากับใคร และไม่รู้จะทำอย่างไร
หรือแม้กระทั่งอาจารย์ที่มีอยู่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอย่างไร
จึงอยากได้คนสามารถชี้แนะ
และนำเสนอว่าการทำงานกับภาคเอกชนควรทำอย่างไร
- การตีโจทย์ยังไม่ตรงเป้ากับที่เอกชนมอง
- ในแง่ของนักวิจัย ระบบการติดต่อ ประสานงาน การทำงานร่วมกับภาคเอกชนไม่มี Supporting Staff ที่เพียงพอเพื่อช่วยให้อาจารย์ทำงานร่วมกับภาคเอกชนได้อย่างดี
- ตัวระบบ ระบบ IT มีระบบเอกสารในการกรองเท่ากับระบบที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้ ซึ่งมีความยุ่งยากในขั้นตอนการกรอกทำให้ไม่อยากทำ
- ในมุมด้าน Industrial Side ที่มองมาคือ ภาคเอกชนยังมีความต้องการเข้ามาขอคำปรึกษาจากมหาวิทยาลัยสูงอยู่
- โจทย์ที่เข้ามามีหลายระดับ ความต้องการมีหลายแบบ โจทย์ที่ต้องการมีหลายแบบ การศึกษาก็ต้องหลายแบบ จึงทำให้เวลาทำงานเสมือนตาบอดคลำทางไม่รู้ว่าควรจะติดต่อใคร และหาใครแน่ชัด
- ภาคเอกชนมีการทำงานที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงาน แต่ราชการทำงานไม่คล่องตัว ขาดความรวดเร็ว
- สิ่งที่อยากให้ทางคณะทำคือ
1.เมื่อทราบโจทย์ที่ต้องการ เวลาโทรมาแล้วสามารถแก้ปัญหาได้เลย
2. R&D
3.การทำงานในลักษณะ Long Term
1.2) X-Ray ตัวเองว่าอยู่ตรงไหน?
- การมองที่ตัวคนก่อนที่ Man Power 1,2 พบว่า
- มีความหลากหลายในอุตสาหกรรมการเกษตรสามารถตอบโจทย์ได้
- มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสามารถตอบโจทย์ได้
- มี Teamwork ที่ดี
- สิ่งที่อยากทำคืออยากให้มี Principle ที่สามารถขับเคลื่อนในลักษณะองคาพย
- อาจารย์ไม่มีเวลา เนื่องจากมีงานสอนมาก
- มี Supporting Staff แต่มีไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องช่วยสอนด้วย ทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์ทางอุตสาหกรรมได้ทัน
- Facility ไม่ครบวงจร ทำงานไม่ทัน
- มีการแบ่งสรรเวลา ทำให้ไม่สามารถดำเนินการอย่างรวดเร็วตอบสนองทันต่อภาคเอกชนได้
- Managing System ยังไม่มีรูปแบบและดำเนินได้ตามสะดวก สิ่งที่อยากได้คือการมีรูปแบบที่ชัดเจนและเรียบง่าย
- การเชื่อมโยง มีความยุ่งยากในการเชื่อมโยงระบบข้อมูล
- Research ซึ่งเป็น Material ที่จะตอบโจทย์ภาคเอกชน ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยระดับสากล ไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลา
- งาน Research เป็น Basic Research ไม่สามารถตอบโจทย์ได้
- ในภาคอุตสาหกรรมอยากให้ตอบโจทย์ได้เร็ว และลดขั้นตอนการทำงานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Commentator
Commentator ดร.สิรี
- เป็นการมองตนเองที่ดีคือเอกชนต้องการทำงานร่วมกับทางคณะมาก แต่เราไม่สามารถตอบสนองได้ เนื่องจากในเรื่อง Facility และบุคลากรที่เพียงพอ ถ้าจ้างงานเพิ่มขึ้นต้องจ่ายเงินเพิ่ม 1,000,000 บาท ดังนั้น การใช้จ่ายต้องระมัดระวัง การแก้ปัญหาคือ ต้องหาเงินเพิ่มขึ้นเพื่อมา Support ตรงนี้ บางครั้งอาจตั้งเป็นกองทุนและ คิดว่า Industries ยินดีสนับสนุน
Commentator ดร.ไพศาล
- อยากให้มองถึง Positive Thinking เพื่อสร้างกำลังใจในการทำงานด้วย ต้องมองตัวเราเองว่าเราจะเป็นผู้นำได้อย่างไร เช่น การมีบุคลากรเหนือกว่าที่อื่น มี Ph.D 80 คน มี Facility ที่ดี ดังนั้นทำอย่างไรที่จะดึงความร่วมมือบุคลากรเพื่อทำงานกับภาคเอกชนได้ ทำอย่างไรให้กลุ่มวิจัย Active เพื่อให้คนอยากทำงานร่วมกัน ทำอย่างไรให้ต้นกล้าเจริญงอกงาม อยากให้มองในแง่บวกว่าสามารถคิดทำอะไรได้บ้าง
Commentator ดร.สิรี
- มีเพียงกลุ่มวิจัยบางกลุ่มที่ไม่ Active ไม่ใช่ทั้งหมด เสนอให้มองในแง่มุมทางด้าน Positive ด้วย
Commentator ดร.จีระ
- บอกว่ามีคำพูดหนึ่งคือ เอกชนมองเข้ามาจับประเด็นไม่ได้คือ Invisible เราจะเปลี่ยนให้เป็น Visible ได้อย่างไร และการที่เอกชนยัง Define ไม่ออก ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เรามองไม่เห็น จุด Contact ที่วิ่งมาหาเรา ถ้ามีทุนไม่เพียงพอ และไม่ต่อยอด ก็จะพลาดตรงนี้ไป อยากให้ลงทุนในการสร้างระบบและคนเพื่อรองรับ Research นี้ด้วย ต้องคิดก่อนว่าจะสร้าง Connection กับภาคเอกชนได้อย่างไร และได้มูลค่าเพิ่ม ต้องมุ่งมั่นและทำต่อไป ต้องแก้ปัญหาในหลาย ๆ ด้าน ทั้งนี้ถ้าทุกคนเห็นด้วย อยากให้คณบดี Follow Through
กลุ่ม 2 Where do we want to go?
2.1) SWOT
- Strength
- มีความหลากหลายในบุคลากร มีการปาวรณาตัวและเป็นตัวเชื่อม จงใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- บุคลากรที่นี่ยังเด็ก และมีความทุ่มเทมาก
- มี Networkที่ดี คือมีศิษย์เก่าที่เข้มแข็งสามารถ link กับเอกชนได้อย่างดี
- Weakness
- งบประมาณมีจำกัด
- ไม่มีการสื่อสารที่ดีพอ ไม่รู้เขารู้เรา
- ระบบ Support มีปัญหา
- Opportunities
- มีความต้องการสูงมาก
- ในโลกมีการบีบบังคับในด้านต่าง ๆ อยู่แล้ว ทำให้เราคิดวิธีที่สามารถอยู่ให้รอดได้
- Threat
- พบว่าภาคธุรกิจ มี 95% เป็น SMEs เป็นกลุ่มที่มีเงินไม่เยอะ ดังนั้นจึงไม่เน้นการทำวิจัย
2.2) Vision + Goal +Timeframe
- Vision เพื่อเป็น World Class Creation ภายใน 10 ปี เพื่อ Set Value Creation
- Goal ต้องการเป็น Opinion Leader, Regional , World
- ต้องการเพิ่ม Research Impact ในการมีส่วนร่วมจากภาคต่าง ๆ ภายในระยะเวลา 2 ปี
- ต้องการสร้าง Platform ที่ Innovative มาก ๆ แบบไม่เหมือนเดิม โดยต้องผ่าน Social Innovation, Consortium
- ต้องการศักยภาพที่เป็นองค์รวม เพื่อ Support Research ของเรา
- เสนอเพิ่มเติมคือ งาน Research ต้องมุ่งสู่การคงไว้ซึ่งการรักษาวัฒนธรรม วิถีชีวิต เอกลักษณ์ ความกินดีอยู่ดี อัตลักษณ์ และความรับผิดชอบในองค์กรของเรา
Commentator ดร.สิรี
- เราเป็นที่ Recognize ในระดับ Regional มากกว่าในระดับประเทศเรา
- เรื่อง World ตั้งไว้ 10 ปี ดังนั้นเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่จะนำไปสู่ความเป็นเลิศ
Commentator ดร.ไพศาล
- เป็นสิ่งที่ดีที่ขอเป็นอาสาคณะในการทำวิจัยเพื่อส่วนรวม
- คนที่ทำหน้าที่ Matching ได้ต้องรู้ข้อมูลต่าง ๆ เป็นอย่างดี ก็จะเกิดงานขึ้น และมีความยินดีถ้าภาควิชา AITM (Agro Industry Technology Management)ทำด้านนี้
Commentator ดร.จีระ
- ขอชื่นชมที่พูดได้ดีมาก สิ่งที่เหมือนกันบนเส้นทางเดียวกันคือการมี Impact ต่อสังคม แต่ดร.จีระใช้งบประมาณน้อย กิจกรรมของดร.จีระ จะเป็นการกระตุ้นให้คนข้างนอกรู้สึกถึงความมีส่วนได้ส่วนเสีย
- เกษตรอุตสาหกรรม บางครั้งคนอาจไม่เข้าใจเท่ากับคำว่า Food Science ดร.จีระ แนะนำว่าอะไรที่เป็นสิ่งหลักให้ทำต่อไป แต่อะไรที่เบา ๆ หรือไม่สำคัญก็ลดลง
- สิ่งที่เป็นคุณค่าต่อสังคมไทย ของจริงกับของปลอมต่างกัน ดังนั้นอะไรที่จุดประกายให้คนในสังคมยอมรับ น่าควรจะทำ และถ้าทำแล้วทำให้ต่อเนื่องก็จะดีมาก
- กิจกรรมที่ทำต่อข้างนอก สังเกตว่าทำไมต่างประเทศยอมรับ แต่ในประเทศไม่ยอมรับ เพราะเหตุใด จึงอยากให้ทำตรงนี้ให้ดี
- เสนอให้ทำแบบ Less for more ถ้าอะไรที่มี Impact ไม่พอ ก็อาจไม่ทำให้สังคมยอมรับ เพราะฉะนั้น ควรประชาสัมพันธ์ตรงส่วนนี้ให้มากขึ้น
กลุ่ม3 How to develop effective strategies?
3.1) กำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม:คน+สมรรถนะ+ค่าตอบแทน (Incentives)+การสนับสนุน+Training+Learning
จากการประเมินกลุ่ม 1,2 ทำงานให้หมดแล้ว ปัญหาคือ
- เอกชนเข้ามาไม่รู้ติดต่อใคร
- อาจารย์ที่จะเจรจากับภาคเอกชนทำไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
- ภาระงานยังเยอะอยู่
- อื่น ๆ
ยุทธศาสตร์ 1. สร้างกลไกการบริหาร แบ่งเป็นคน และสถานที่
1.คน มีทีมบริหารมาจากทุกภาคดำเนินการ เวลาติดต่อให้เข้ามาที่นี่ มีทีมเจรจา มีทีมหน่วยงานประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดความรู้ มีทีม Staff ที่เข้มแข็ง เน้นความเร็วถูก ดี
2.สถานที่ ต้องมีลักษณะการทำสภาพแวดล้อมให้เป็น Industries อย่าง Professional มีสถานที่ ๆ ดี มีการรับรองที่ดี สะดวกสบาย
3. การ Integration งานเข้าไปในงาน Routine ของอาจารย์
4. ภาระงาน ถ้ามีภาระงานที่ชัดเจน เป็นการสร้างแรงจูงใจได้มากขึ้น ทำให้ได้ทั้งคนทั้งกล่อง
ให้มีการส่งเอกสารภายใน 2 วัน ตั้งแต่เริ่มจนจบ
5.Team Consult สามารถเข้าไปได้หลายทีมด้วยกัน
6.เรื่องกฎหมายการทำงานกับภาคเอกชนมีเรื่องกฎหมายเกี่ยวข้อง ถ้ามีคนของคณะช่วยจัดการหรือเร่งตรงนี้ทำให้การจัดการรวดเร็วขึ้น
กลุ่ม 4 How to execute with success? -Overcome obstacles
- ทำอย่างไรให้สำเร็จ ปัญหาคืออะไร วัตถุประสงค์คืออะไร อยากให้มีเงิน เครื่องไม้เครื่องมือมากขึ้นกว่าเดิม
- การขาดความชำนาญ – ทีมงานวิจัยเก่งแต่ไม่เก่งเรื่องเจรจา
- ความต้องการไม่ตรงกัน หลายครั้งที่คุยกับเอกชนแล้วไม่จบที่ Win-Win ทำให้โอกาสหลุดไป เนื่องจากตอนเริ่มต้นเราปล่อยให้นักวิจัยเจรจา บางครั้งเอกชนอยากได้ยาวิเศษ และคำตอบทันที แต่หลายครั้งคำตอบไม่มี ถ้ารู้ทุกอย่างก็ทำเอง
- One Stop Service อยากได้ข้อมูลทุกอย่างเมื่อเดินมาพบกับคน ๆ หนึ่ง ดังนั้นจึงอยากให้มีหน่วยงานกลาง ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทน
- เรื่องสัญญา จะมีมาตรฐานหรือไม่ ค่าตอบแทน มีนักกีฬาที่มีความสามารถมาก แต่ไม่มีคนเจรจาที่เหมาะสมให้กับนักกีฬาของเรา
- คำว่าคณะอุตสาหกรรมเกษตร ไม่ค่อยมีคนรู้จักส่วนใหญ่จะวกกลับไปที่ Food Science โดยเฉพาะคำว่า AITM ยิ่งไม่มีคนรู้จักใหญ่
- ทางแก้ปัญหาคือ จะต้องเปลี่ยนจาก Fixed Mindset เป็น Growth Mindset คือตั้งรับ บริการ วิชาการจ๋า
- มีหน่วยงานกลาง มีคณะกรรมการมาจากทุกภาควิชาเพื่อนำความรู้การวิจัยจากทุกภาคตั้งเป็น Board ว่าจะส่ง Staff ไปทำ Marketing ที่ไหนดี เปรียบเสมือนคนชี้นำ วิจัย การบริการต่าง ๆ ว่าควรจะเป็นอย่างไร มีการกำหนดทิศทางและการตัดสินใจ เราควรจะทำอย่างไร รับงานนี้หรือไม่ และส่งข้อมูลกลับไปอย่างไร
Board จะช่วย Staff ในการหางาน มีการประชาสัมพันธ์ เข้าประชุม เจรจาต่อรองต่าง ๆ
AITM น่าจะทำงานตรงส่วนนี้เลยเท่าที่เป็นไปได้
Commentator ดร.สิรี
- ทั้ง 2 กลุ่ม เห็นด้วยในเรื่องกลไกบริหาร และการบริการเชิงวิชาการ แต่ในความเป็นจริงหาคนที่ทำงานในระดับนี้ยากมาก เคยจ้างเจ้าหน้าที่มาแล้ว 2 คนมาทำการศึกษาแต่ละภาควิชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะ แต่เมื่อมีคนมาติดต่อเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อได้ถูกว่าจะติดต่อไปที่ใคร ปัญหานี้ เป็นปัญหากับทุกมหาวิทยาลัย และทุกประเทศ
- ตัวอย่างมหาวิทยาลัย คอร์แนล มี Web base เวลาใครมีปัญหามา Search แต่คนก็จะเคยชินในการโทรไปหาหัวหน้าองค์กร เนื่องจากมีฐานข้อมูลเยอะมาก
- ในเรื่องทีมเจรจาเป็นเรื่องจริง เห็นด้วยที่เราต้องการการฝึกอีกมากในเรื่องการเจรจา เราไม่สามารถ Train ทีมใดทีมหนึ่งเป็นนักเจรจาที่ดีไปเจรจาแทนได้
- ในเรื่องต่าง ๆ ต้องการการประชาสัมพันธ์ อย่าง Education , Communication ในการทำ
Commentator ดร.ไพศาล
- เห็นด้วยกับทุกกลุ่ม น่าจะมี Solution อย่างหนึ่งคือน่าจะมีหน่วยประสานงานในคณะที่ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานในคณะกับภาคธุรกิจ
- ด่านแรกคือมี KU First การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่สามารถตอบ และแก้ปัญหาได้ เกิดปัญหาการโยนกันไปกัน มา เป็นจุดไม่ดีที่ทำให้เขาเบื่อเรา ดังนั้นเราควรมีหน่วยงานที่รับเรื่องได้ และประสานได้ น่าเป็นสิ่งที่ดี
- งานวิจัยต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะทำวิจัยอะไรเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่เป็น Outcome ออกมาสร้างชื่อเสียงให้กับคณะฯ แล้วให้คนรับรู้
- การทำงานวิจัยต้องมีหลายหน้าที่ มีหลาย ๆ Product เราจะรับบ่มเพาะให้ธุรกิจได้อย่างไร
- เรามี KPI ที่โดนประเมินแล้วตกทุกปีคือผลงานวิจัยของอาจารย์เอามาใช้ประโยชน์ด้านใดได้บ้างโดยเฉพาะการเรียนการสอน แต่หาไม่เจอ ค้นไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่ทำ ดังนั้นอย่าละทิ้งตรงนี้
- ดังนั้นอยากให้อาจารย์ฝึกนักศึกษาให้ปฏิบัติจริง จะได้ทำได้จริง แล้วการประเมินจะไม่ตก
Commentator ดร.จีระ
- สรุป โต๊ะ 1และ 2 เนื่องจากมีประสบการณ์แล้ว สรุปออกมารับได้แล้ว มากลุ่มที่ 3 เน้นที่คน ระบบ ประชาสัมพันธ์ Location สำหรับการจัดผังม.เกษตรศาสตร์ น่าจะมีการปรับปรุงสักทีหนึ่ง อีกอย่างมหาวิทยาลัยของโลกถ้าจะรองรับภาคเอกชนต้องจัดบรรยากาศ Surrounding Matching
- โต๊ะ 4 โจทย์ที่ให้ไปตอบคล้าย ๆ กัน คือยังไม่มีผลงานวิจัย แต่จริง ๆ สมมุติถ้าเรามีงานวิจัยขึ้นมา คืองานวิจัยจะประสบความสำเร็จต่อภาคเอกชนได้จริงหรือไม่
- ในทางวิชาการ มีสูตร 3 สูตรคือ
1.มี Strategy ต้องไป Link กับ Human Capital
2.ไปดูระบบในแต่ละองค์กรว่า ทำให้ Strategy ไปสู่ความสำเร็จหรือไม่อย่างไร
3.ถ้ารับ Project มาแล้วให้ไปสู่การดำเนินอย่างแท้จริง
ถ้าเอกชน หรือราชการ อ่านใจเขาถูกจะมีมูลค่าที่ดี กับเรา ในการจ่ายเงินเช่น มี Willing to pay จากต้นทุนของเขาได้ โดยเฉพาะคณะฯ Value น่าจะสูงมากกว่าภาคเอกชน ประเด็นคือต้องทำความเข้าใจ
- Economic Rent คือสิ่งที่ต้องมอง เราต้องคิดจาก Opportunities Cost ของอาจารย์ เราต้องให้ค่าตัวในการทำวิจัยสมน้ำสมเนื้อ ส่วนเกินก็แบ่ง Incentive กัน ถ้า Pay สำหรับงานวิจัยได้ก็จะเป็นประโยชน์
- ต้องจัดระบบ Equity ในมหาวิทยาลัยให้ได้ แม้กระทั่ง Volume ของภาคเอกชนยังต้องการอยู่ เมื่อได้เงินมาแล้ว ต้องมาบริหาร Quality ให้ดี ถ้าเราต้องการยก Resource ขึ้นมาอาจช่วยแบบไม่มีค่าตัวก็ได้ หา Additional Resource แล้วมาแบ่งกัน
- วิชาการมีแล้ว แต่การเจรจาต่อรองต้องทำให้ดี
- ความอดทน ต้องอดทน และยื้อกับเขาให้ดี