สรุปการบรรยายโดยทีมงาน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายเรื่องกลยุทธ์การทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนอย่างมืออาชีพ

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

วันที่ 3 พฤษภาคม 2555

ณ โรงแรมอิมพีเรียลหัวหิน บีช รีสอร์ท

 

เกริ่นนำ

  • การที่ ดร.จีระ มีโอกาสได้ไปสอนนักศึกษาที่เรียน Food Science รู้สึกยินดีที่ได้เห็นทิศทางในความสนใจเรื่องคน เรื่อง การจัดการเพิ่มขึ้น
  • อยากให้แต่ละกลุ่มมองถึงเรื่อง

กลุ่มที่ 1  ทำเรื่อง  Where are we ?

กลุ่มที่ 2  ทำเรื่อง Where do you want to go ?

กลุ่มที่ 3  ทำเรื่อง How to get there ?

กลุ่มที่ 4  ทำเรื่อง How to overcome difficulty?

  • ดร.จีระ  ได้บอกว่าการทำการวิจัย ขึ้นอยู่กับ
  1. Timing กับ Brain Level ต้อง Match กัน
  2. การFocus ที่ Customer
  3. การเน้นที่ Quality อย่างเช่น Research จากคณะอุตสาหกรรมเกษตรต่อไปควรเน้นที่ Quality มากขึ้น คือการเปลี่ยน Value เป็น Value Added , Value Creation

สรุป คือสิ่งที่เราควรจะ Deal กับภาคเอกชน ควรให้มีการ Complex มากขึ้น เน้น Mindset, Change management ,Negotiation โดยสิ่งที่สำคัญคือการปรับวิธีการคิดที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

  • ทฤษฎี Equity ,จะ Use Research Asset National Benefit ได้อย่างไร ดังทฤษฎี Think macro act micro ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
  • ดร.จีระ ยังได้เสริมว่าการใช้ความรู้ทางวิชาการเป็นตัวช่วยเชื่อมการทูตภาคประชาชนกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นในอนาคตข้างหน้า คณะอุตสาหกรรมเกษตร สามารถทำนโยบายการทูตภาคประชาชนได้

Quotations

  • โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว และมองไม่ออกว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างภาคเอกชนจะเห็นว่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาMichael Hammer
  • เราต้องเปลี่ยนแปลงก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง Jack Welch   สรุปคือเราต้องทำงานปรับตัวให้เข้ากับภาคอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นองค์กรเราจะตายไปด้วย
  • ถ้าเราไม่เปลี่ยน องค์กรของเราก็จะตาย  Peter Drucker
  • นกเพนกวินยังปรับตัวเองได้เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
  • “คน คือ ทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร”  พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
  • จินตนาการสำคัญมากกว่าความรู้ Einstein
  • Mindset กับ Attitude คล้ายกัน แต่ Mindset คือการฝังราก ถ้าฝังรากนาน ๆ ก็จะเปลี่ยนไม่ได้  ... ทฤษฎีค้นพบว่าในโลกมีคน 2 ประเภทคือ Fixed Mindset กับ Growth Mindset Dr.Carol S. Dweck

ข้อสังเกต

  1. อย่าคาดหวังสูงเกินไป เว้นแต่จะสร้างความตระหนักและทำต่อเนื่อง
  2. ถ้าทุกคนในห้องนี้พร้อมจะเรียนรู้ ปรับทัศนคติ ลด Ego ของตัวเอง แบ่งปัน รับฟัง การทำงานวันนี้ ก็ คือ “Ladder” หรือ “บันไดไปสู่ความสำเร็จ”
  3. ไม่มีสูตรตายตัว แต่อาจจะมีตัวอย่างของต่างประเทศมาประกอบ โดยมองบริบท และ Context ที่แตกต่างกัน
  4. ผมมาที่นี่เพื่อจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย
  5. ข้อดี คือ
  • มีประสบการณ์ เปิดโลกกว้าง
  • เคยเป็นอาจารย์ และผู้บริหารวิจัยมาก่อน ดร.จีระ เสนอว่าการเป็นคนเก่งต้องทำทุกอย่าง
  • ถ้าเห็นโอกาสในวันนี้..จะต่อยอด
  • เป็นคนข้ามศาสตร์ วิทยาศาสตร์/สังคมศาสตร์  (Social Science and Science must work together)
  1. ถ้ามีโอกาส..อยากเห็น
  • Value Added สร้างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว
  • Value Creation คิดใหม่ทำใหม่  อย่างคณะอุตสาหกรรมเกษตรต้องมี Equipment และบรรยากาศในการทำงานที่ดีขึ้น  คิดร่วมกัน  ทำให้เกิด Idea Economy
  • Value Diversity ปัจจุบันสังเกตว่ามหาวิทยาลัยชั้นนำในโลกมองเรื่อง Research และความหลากหลายร่วมกัน , Trend ของ Diversity มาแรงมาก ดังนั้นเวลาทำวิจัยยควรมองเรื่องความหลากหลายมากขึ้น

วัตถุประสงค์หลัก

  1. ค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วใช้ Strong Point  องค์กรจะอยู่ไม่ได้ถ้าเราไม่รู้จักตัวเอง และเมื่อพัฒนาตนเอง  พัฒนาองค์กรแล้ว ก็สู่การพัฒนาประเทศ
  2. เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้มากที่สุด
  3. มี Habit ในการใฝ่รู้ และเรียนรู้เพิ่มขึ้น (public of perish เป็น indicator ของนักวิชาการ) สรุปคือ Food Science ต้องใฝ่รู้ตลอดเวลา หาช่องว่างตลอดเวลา แล้วจะรู้ว่าช่องว่างอยู่ตรงไหน  ถ้าคณะฯ ลดงานประจำที่เป็น Basic แล้วคิดเป็นยุทธศาสตร์ ไม่เฉพาะ Private Sector ในเมืองไทย แต่อยากให้ข้ามไปที่บริษัทข้ามชาติด้วย  สิ่งที่จะทำได้ดี คือ ต้องเป็นคนที่กัดไม่ปล่อย แล้วจะทำให้การทำงานประสบความสำเร็จ แล้วไปได้ดี  ดังนั้นวันนี้คำว่า Research คือการมองไปถึง International Connection
  4. มี Energy ที่จะเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้

วิธีการเรียนรู้

ทฤษฎี 4L’s

  1. Learning Methodology  เน้นการกระตุ้นให้คนในห้องนี้คิด
  2. Learning Environment อยากให้คนในห้องนี้อบอุ่น และมีอารมณ์ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
  3. Learning Opportunity มีการปะทะกันทางปัญญา  ตัวอย่างประเทศไทยชอบอยู่ใน Silo มากเกินไป อย่างคนในห้องนี้มีความสามารถสูงมาก แต่ต้องรับฟังคนอื่นด้วย
  4. Learning Community ทำให้เกิดชุมชนในการเรียนรู้

ทฤษฎี 2 R’s

  • Reality - มองความจริง       ตั้งโจทย์ด้วยความจริงก่อน แล้วให้คนบิดเบือนบ้างด้วยความดี อยากให้การเรียนในคณะ Back to Basic ก่อน แล้วเลือก อะไรที่  Relevance
  • Relevance - ตรงประเด็น    เช่น สิ่งที่คณะฯ ต้องทำคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตร

กฎของPeter Sengeอยู่ในหนังสือ Rethinking the Future (เจ้าพ่อของทฤษฎีการเรียนรู้)

  1. Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง
  2. Mental Models     มีแบบอย่างทางความคิด  อย่ามีแบบความคิดเดียวพร้อมเอาข้อมูลเข้ามา
  3. Shared Vision      มีเป้าหมายร่วมกัน
  4. Team Learning    เรียนรู้เป็นทีม ช่วยเหลือกัน
  5. System Thinking  มีระบบการคิด มีเหตุมีผล

ตัวอย่าง ทางคณะฯ อาจขาด 2,3 คือบางครั้งอาจมีการ Fixe ความคิด และการ Share เป้าหมายร่วมกัน

พระเจ้าอยู่หัวฯ ของเรา พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของวิธีการคิด 4 แนว ก่อนที่จะเริ่มทำงานใดๆ ให้คิดถึงสิ่งต่อไปนี้

1)        ทำอะไร
 2)    ทำอย่างไร
 3)    ทำเพื่อใคร
 4)    ทำแล้วได้อะไร

6 หลักการในการทำงาน

  1) คิด Macro ทำ Micro

 2) ทำเป็นขั้นเป็นตอน

 3) ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

 4) ทำอะไรให้นึกถึงภูมิสังคมของที่นั้นๆ

 5) การสื่อความ การประสานงาน และการบูรณาการ   

     (Communication, Coordination, Integration)

 6) ทำอะไรต้องมีผู้เป็นเจ้าของ

โลกและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่าง ๆ ถึงปัจจุบัน

จากยุคที่ 1 ยุคเกษตรกรรม สู่ยุคอุตสาหกรรม สู่ยุค Information Technology ปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุคที่ 4 หรือ Forth Wave ซึ่งในอนาคตเราจะต้องเน้น

  • sustainability+
  • wisdom+
  • creativity+
  • Innovation+
  • intellectual capital.

ความจำเป็น – ความท้าทาย?

(1)   การแข่งขัน / การออกนอกระบบ

(2)   กระตุ้นให้คณะฯ มีรายได้มาช่วยด้านอื่น ๆ

(3)   ประเทศไทยต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเกษตร

(4)   สร้างทุนมนุษย์ สร้างทุนทางปัญญา

(5)   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะต้องเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศที่ทำให้ Productivity สูงขึ้น

(6)   การพัฒนางานวิจัย ฝึกอบรม การให้คำปรึกษา การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

(7)   กระตุ้นให้อาจารย์และพนักงานมีความตื่นตัวที่จะทำงานอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความสุข และความสมดุล  ควรมีการ Support Service ที่ดี

 

(8)   ความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015

ทางออกของปัญหาเริ่มที่ผู้นำ

ü เน้น Networking

ü เน้น 8K’s + 5K’s

ü เน้น Execution

ทฤษฎี 8K’s+5K’s (ใหม่) เป็นเครื่องมือที่จะสร้างและพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ (ทุกระดับ)รองรับโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลง

8K’s

1.      Human Capital             ทุนมนุษย์

2.      Intellectual Capital       ทุนทางปัญญา

3.      Ethical Capital            ทุนทางจริยธรรม  

                                  (Conflict of interest ,ความโปร่งใสในการทำวิจัย)

4.      Happiness Capital        ทุนแห่งความสุข (ดูทฤษฎีความสุขของ ดร.จีระ)

(Dr. Chira Hongladarom’s Model)

1.      สุขภาพทางร่างกายและจิตใจพร้อมไม่หักโหม(Healthy)

2.      ชอบงานที่ทำ (Passion)

3.       รู้เป้าหมายของงาน (Purpose) – เอาภาคเกษตรมาสร้างมูลค่าเพิ่ม

4.       รู้ความหมายของงาน (Meaning)

5.      มีความสามารถที่จะทำให้งานสำเร็จ (Capability)- ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

6.      เรียนรู้จากงานและลูกค้าตลอดเวลา (Learning) – พร้อมเรียนรู้

7.      เตรียมตัวให้พร้อม (Prepare)

8.       ทำงานเป็นทีม อย่าทำงานคนเดียว (Teamwork)- น่าจะมี Teamwork ที่     แบ่งหน้าที่กัน เช่น Proposal,Presentation

9.       ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ทีมงานและลูกทีม (Coaching) – ท่านอาจารย์ที่อายุมาก ก็ต้องมีการถ่ายทอดแบบรุ่นสู่รุ่น

10.     ทำงานที่ท้าทาย (Challenge)

11.     ทำงานที่มีคุณค่า (Enrichment)

5.    Social Capital             ทุนทางสังคม (การสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างในอนาคตต้องขยาย Networking ให้มากขึ้น เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภาวะผู้นำที่ต้องมีมากขึ้น)

6.   Sustainability Capital     ทุนแห่งความยั่งยืน (การตัดสินใจวันนี้จะสร้างความยั่งยืน และสมดุลของคณะในระยะยาวจริงหรือไม่ เพราะการตัดสินใจบางครั้งระยะสั้นไปกระทบระยะยาว สรุปคือระยะสั้นต้องไม่ทำร้ายระยะยาว)

7.      Digital Capital              ทุนทาง IT

8.      Talented Capital          ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ  (การสร้าง Talented Capital ต้องมี 3 อย่างนี้)

ทฤษฎี 5K’s (ใหม่)

  1. Creativity Capital         ทุนแห่งการสร้างสรรค์
  2. Knowledge Capital      ทุนทางความรู้
  3. Innovation Capital        ทุนทางนวัตกรรม
  4. Emotional Capital         ทุนทางอารมณ์
  5. Cultural  Capital            ทุนทางวัฒนธรรม
  • ข้อ 1-3 เป็น Key ของผู้เข้ารับการอบรมในห้องนี้
  • ก่อนมี Creative Thinking ต้องมี System Thinking มาก่อน โจทย์คือจะสร้างได้อย่างไร
  • Innovation ต้องทำจากความคิดสร้างสรรค์ + ความคิดใหม่ (ใส่ New idea)  = ทำให้สำเร็จ   ต้องตอบให้ได้ว่าอุปสรรคคืออะไร จากการวิจัยที่ Harvard พบว่า

1. บรรยากาศไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง 

2. ไม่ Focus ไปที่ Customer

3. Command & Control ควรลดลง ควรให้เป็น Initiative learning  มากขึ้น

งาน Research ในคณะ ต้องให้เกิด Impact ขึ้น

  • เวลา Conflict ใน Research ต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี  ไม่ตะบะแตก
  • เกษตรมูลค่าเพิ่ม + วิถีชีวิต วัฒนธรรม มีค่ามหาศาล
  • ข้อดีของ 8K’s , 5K’s คือ Reflect Intangible Asset แต่ นักวิทยาศาสตร์บางคนอาจปฏิเสธเนื่องจากวัดไม่ได้
  • การพัฒนาทุนทางนวัตกรรมในความเห็นของดร.จีระ   มี 3 เรื่อง

1)     มี Ideas ใหม่ หรือ Creativity และบวกกับความรู้

2)     Turn ideas to action

3)     ทำให้สำเร็จ

Workshop  1

ให้ทุกกลุ่มคุยกัน 3 นาที แล้ว Comment ว่ามีมุมมองอะไรบ้างสำหรับ เช้าวันนี้ โต๊ะละ 1 Idea

ความคิดเห็น

กลุ่ม 1   ได้มุมมองของการมองตัวเองมากขึ้น , Check list สิ่งที่ทำ ภายใต้ Happiness

ดร.จีระ     บอกว่าคนสมัยใหม่ให้ Know yourself กับ Beyond yourself มากขึ้น

  • พูดถึง Happiness เป็น Invention ของ ดร.จีระ , Happiness Capital เป็น Choice ของแต่ละท่าน 
  • ทุนมนุษย์เกิดจากนักเศรษฐศาสตร์ที่ ชิคาโก ปัจจุบันไม่ได้วัดจากการจบปริญญาเท่านั้น ไม่ได้วัดที่ตัวเงินเท่านั้น แต่ดูไปถึงผลกระทบของสังคม และสามารถจัดการกับสังคมให้ดีขึ้นได้
  • Happiness Capital คือ Yourself – Want to be happy คือเลือกงานที่มี Meaning

กลุ่ม 2  1.     สะดุดกับที่ Where we want to go ? หมายถึงต่อไปเราจะอยู่ใน Silo ไม่ได้

  1. 2.            การข้ามศาสตร์ของการวิจัย มีโจทย์ในการคิดค้น และทำวิจัยใหม่ ๆ

,การทำงาน เกิดการทำงานร่วมกับคนอื่นง่ายขึ้น

ดร.จีระ  1.  เห็นด้วย ต้อง Win – Win ทั้งคู่ ระวังเนื่องจากแต่ละท่านสามารถเป็น Victim of Silo     เช่นกัน   สังคมต้องยอมรับว่าเป็น Professionalism เสียก่อน

2. Discipline ของคณะ ฯ ต้องแข็งก่อนข้ามศาสตร์มาก ๆ  ต้องระวัง Pressure มาก ๆ ต้องข้ามแต่ให้ตัวเองมีศักดิ์ศรีอยู่ใน Field นั้น

กลุ่ม 3  คล้ายกลุ่ม 2 แต่แปลงไปทาง Action คือ Creative แบบอย่างยืนก็คล้ายข้ามศาสตร์ มีการร่วมคิดกับภาควิชา กับภาคชุมชน คือทำอย่างไรที่จะกระตุ้นการสร้างบรรยากาศให้เกิดการข้ามศาสตร์

ดร.จีระ  บอกว่าคุณภาพสินค้าไม่ได้มาจากการเมือง แต่มาจากของแท้ เมือวันหนึ่งคณะไป Link กับ AEC กับกรมเจรจาธุรกิจ แล้วยกสินค้าเกษตรให้เป็น World class ก็จะชนะ  อย่างเรื่อง Packaging คณะฯนี้น่าจะเป็นผู้นำได้

กลุ่ม 4  จุดเด่นของคณะฯ คือมีความหลากหลาย และเป็นสิ่งที่น่าจะทำได้ในอนาคต ส่วนอีกเรื่องคือ Shared Vision เพราะมี Diversity ทำอย่างไรให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ดร.จีระ บอกว่า Trend ของคณะ ฯ และของโลกน่าจะไปด้วยกันได้ เพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำในโลกเน้นเรื่อง Diversity มาก เพียงแค่ State Development ยังห่าง  ส่วนเรื่อง Shared  Vision ให้หารือกันบ่อย ๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน อย่าให้ลูกศรเป็นคนละทาง