กระผมดีใจมากครับที่ได้อ่านความรู้สึกของผู้มีความรู้ที่เข้าใจชาวนา  ยอมรับครับว่าตอนเด็กๆ ไม่อยากเลี้ยงวัวควาย-ทำนา ทั้งที่คุณปู่คุณย่าเคยเป็นชาวนาเพราะกลัวเหนื่อย เป็นเหตุผลให้เรียนมาจนจบปริญญาโท (คุณพ่อคุณแม่หวังอยากให้ลูกได้ทำงานราชการแล้วกระผมก็เลยพยายามทำให้ท่านสมความปราถนาครับ) แต่เมื่อมีโอกาสได้ไปช่วยชาวนาที่ทำนาแบบใช้รถไถเดินตามก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและเหนื่อยพอดูครับ ย้อนคิดถึงสมัยคุณปู่คุณย่าที่ใช้วัวใช้ควายคงจะเหนื่อยยิ่งกว่าและคงต้องใช้เวลามากกว่าเครื่องจักร  พอตอนหว่านข้าวอีกก็ทำให้ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยครับขนาดแค่ช่วยหว่านข้าวไปได้แค่ 2 ถังที่คนงานก่อสร้างใช้ขนปูน (ส่งสัยได้มาจากตอนช่วงไม่ได้ทำนาคงจะไปเป็นแรงงานอย่างที่อาจารย์ได้กล่าวไว้)  เพื่อหารายได้ทั้งเพื่อใช้ในการดำรงชีพและเพื่อส่งให้ลูกได้เรียนสูงๆ เพื่อจะได้ทำงานราชการหรืองานที่มีเงินเดือนมีสวัสดิการ ทำให้คนที่มีความรู้กลับเข้ามาสู่อาชีพทำนาเพียงจำนวนน้อย  กระผมได้มีโอกาสสอนเด็กหลายวัย และมาจากหลายภูมิภาค ในช่วง 2 ปีกว่าๆ กระผมมักจะถามเด็กเกี่ยวกับเรื่องการทำนา จากร้อยกว่าโรงเรียนมีเด็กที่เคยช่วยทางบ้านทำนาไม่ถึง 10 คน แล้วกระผมก็เชื่อมโยงให้เด็กๆได้คิดต่อครับว่าทำไมประเทศมหาอำนาจพยายามจะจดลิขสิทธิ์ข้าวหอมมะลิ แล้วทำไมประเทศญี่ปุ่นพัฒนามาปลูกข้าวในอาคาร เพื่อหวังว่าสักวันคงมีเด็กที่จะเติบโตอย่างเข้าใจชาวนาและสามารถค้นหาวิธีที่จะช่วยเหลือชาวนาด้วยความเข้าใจ และเมื่อถามว่าใครหุงข้าวเป็นบ้างค่อยเบาใจเด็กรุ่นใหม่ยังหุงข้าวเป็น(หุงกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าได้แต่เตาถ่านไม่ได้) แล้วให้ลองนับดูว่าคุณแม่หรือคุณพ่อหุงข้าวให้กินกี่มื้อกว่าจะโตเท่านี้แล้วเราหุงข้าวให้ท่านรับประทานกี่มื้อ ช่วงตอบแทนท่านได้คือช่วงที่อยู่กับท่านทำได้ง่ายที่สุดคือช่วยงานบ้านหุงข้าว  กระผมฝันไว้วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อทำหน้าที่ลูกสมบูรณ์แล้ว(รับราชการ)หรือมีโอกาสกลับไปทำงานใกล้ชาวนา กระผมจะลงไปช่วยแบบเต็มตัว เพื่อจะได้รู้ปัญหาอย่างถ่องแท้และแก้ปัญหาได้ถูกจุดยิ่งขึ้น  เพราะปัญหาแต่ละที่ย่อมแตกต่างกัน  แต่กระผมเชื่อว่าทุกคนต้องการความมั่นคงทั้งชีวิตครอบครัวและชีวิตการทำงาน ดังนั้นถ้าเราทำให้เกิดความมั่นคงได้กระผมเชื่อมั่นว่าความสุขย่อมเกิดขึ้นทั่วหน้า หากมีโครงการอะไรที่กระผมสามารถช่วยเหลือเกษตรกรหรือชาวนาได้กระผมก็ยินดีร่วมโครงการครับ(วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นแค่นี้ก่อนนะครับเวลาจำกัด)