สวัสดีค่ะ "ดร. ยุวนุช, พี่นุช หรือ คุณนายดอกเตอร์" ขออนุญาตเรียกว่า คุณนุช นะค่ะ น่ารักดี ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ที่แวะเข้าไปดูเว็บไซต์ "บูรงตานี" ผลงานสเกลเล็กๆ แต่สร้างมาด้วยความรักในหลากหลายมิติค่ะ เพียงแต่ คุณนุช แวะเข้ามาทักทายนี่ก็เป็นกำลังใจมากมายแล้วค่ะ แถมด้วยคำชมอีก ขอบคุณมากมายค่ะ
จริงๆโดยส่วนตัวได้แวะเวียนเข้ามาอ่านงานใน GTK เป็นครั้งคราวตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ก็เห็นข้อเขียนของคุณนุช มีภาพสวยๆและเรื่องราน่าอ่าน บางทีก็เรื่องเรียนที่ FR. คิดว่าทั้งคุณนุช และตัวเอง มีความชอบคล้ายๆกัน ..หนึ่งในนั้นคือ ธรรมชาติ ทำให้ ธรรม-ชาติจัดสรรมาเจอกันในฐานะ "คนใน" เพราะเป็น "คนนอก" มาซะนาน ก็มิอาจ comment งานของใคร ขอลองฝึกทำอะไรๆดูก่อน ได้รสชาติเป็นอย่างไร ก็จะนำมาแลกเปลี่ยนกัน ช่วงนี้ก็เลยเข้ามาเป็นสมาชิก GTK ค่ะ เลยเข้าไปให้ดอกไม้ในงานเขียนที่น่าอ่าน ชวนติดตามไปเที่ยวด้วย ..บังเอิญเคยแวะพัก transit เครื่องที่สนามบินนาิริตะก่อนไปนำเสนองานที่ชิคาโก ช่วงเดือนนี้เช่นกันเมื่อหลายปีก่อนโน้น เห็นดอกไม้สวยตั้งแต่บนเครื่อง ก่อนแตะรันเวย์ เลยคิดถึงเช่นกัน
คุณนุชค่ะ ดีจังเลย ที่ได้ฟังเพลงบุรง กา กา ที่คุณแม่ฮัมเพลงนี้ให้ฟังสมัยเด็กๆ .ทำนองและเนื้อร้องน่ารักจริงๆค่ะ สังเกตดูว่าเมื่อพบเจอเพื่อนต่างชาติไม่ว่าจะregion ไหน เรื่องราวสมัยเด็กก็จะถูกนำมาแลกเปลีียนไม่ว่าจะเป็นเพลงเด็กๆ นิทานอีสป หรือ จิตสาธารณะ girl guide ...คุยกันได้อรรถรสดีในทุกเื่รื่อง วัยเยาว์จึงมีความหมายมากนะค่ะ
เมื่อไหร่มีโอกาสลงมาทางใต้ ใกล้ๆถิ่นนี้คงได้มีโอกาสเจอกันบ้าง :-))
สิ่งหนึ่งที่นำเอาภาพการฝึกเล่นไวโอลิน เพลงบุรงกากามาเขียนในบล็อก ก็เพราะว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ที่นี่ (มอ. ปัตตานี) มากกว่า 90 % เป็นมุสลิม, ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันเป็น มลายูถิ่น ต่างกันเลยกับครู ซึ่งไม่มีพื้นฐานภาษานี้เลย จึงใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างฝึกกันได้ เรียนรู้กันได้ ครูก็มี mode ของการทำไม่เป็น/ไม่ได้ในบางเรื่องเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่นักศึกษา มักจะมองและส่งผ่านกันมาว่า อาจา่รย์น่ะ "สาวมั่น แถมเรียนจบ ดร. เป็น ผศ. อะไรๆที่เป็นเปลือกนอกเค้าก็จะเห็น ทำให้ช่องว่างที่เค้าสร้างยิ่งห่างมากกับเราในฐานะผู้สอน บรรยากาศเลยไม่น่าอภิรมย์ คิดหาวิธีว่าทำอย่างไรจะให้เค้ารู้สึกว่า เราเป็นผู้ชี้แนะ กล้าเข้ามาหา ปรึกษาอะไรๆ ต่างๆ เลยถือโอกาสทำอะไรที่เฟอะฟะไม่ได้เรื่องบ้างให้เห็นว่า นี่ไง.. คุณมีความรู้มากกว่าครู ที่ช่วยสอน ภาษามลายูถิ่นให้ครูได้ .ดนตรีที่เพิ่งฝึกเล่นก็เป็นกระบวนการเรียนรู้ .เราร่วมเล่น ร้อง เพลงนี้อย่างสนุกสนานค่ะ คุณนุช เมื่อแรกนำไปใช้ในการทำกิจกรรม เด็กๆนักศึกษา ออกเสียงภาษามลายูถิ่น เข้ากับเพลงที่เล่น ฟังแล้วเพลิน สุขใจทั้งครูและเด็ก สร้างความเชื่อมั่นในตัวนักศึกษามากขึ้นด้วย ค่อยๆทำไปทีละน้อย ด้วยคาถา "รัก&เมตตา" ก็จะดีๆขึ้นไปค่ะ....พื้นที่แดนใต้แห่งนี้เคยเปี่ยมด้วยความรักของผู้คนถูกเปลีียนเป็นความชังที่แฝงไว้ในรูปแบบต่างๆ จะได้กลับมาเหมือนเดิมหรือใกล้ๆกับสภาพเดิม...เลยเล่าให้ฟังซะยืดยาวเลยนะค่ะ :-))...ถูกใจจริงๆ อิอิ..