การฝึกสมาธิจึงไม่ใช่กิจของฆราวาส....เอ...อันนี้ต้องตรองให้ดีนะครับ เท่าที่ผมร่ำเรียนมา อันว่าศีล(สติ) สมาธิ ปัญญา นั้น ปุถุชน(คนหนา)ซึ่งหมายถึงฆราวาสทั่วไป และ พระภิกษุที่ยังไม่เป็นอริยบุคคล ทำได้เสมอกันหมดครับ แต่ความรู้ ความเข้าใจ และจริตของแต่ละบุคคลมีระดับต่างกัน ดังนั้น จะเอาอะไรขึ้นก่อน หรือเป็นแกนนำ ก็สุดแล้วแต่ คนมีปัญญามากก็อาจใช้ปัญญานำ คนมีวิริยะมากก็อาจเอาสมาธิเป็นแกนนำ แต่สติ จะต้องเป็นฐานเสมอ
การฝึกสตินั้นส่วนใหญ่จะต้องมีหลักยึด เหมือนฝึกม้า ฝึกวัวให้เชื่องก็ต้องมีหลักผูก หลักของจิตก็มีได้หลากหลายแล้วแต่สำนักอาจารย์ สำหรับท่านพพจ. ท่านนิยมลมหายใจ ก็เรียกกันว่า อานาปานสติ ถ้าใช้อิริยาบททางกายเป็นหลักก็เรียกว่า กายคตาสติ ครับ ...ที่ผมเสนอให้คุณชลัญธร กำหนดสติที่การสั่นของอวัยวะอันเนื่องจากโรคพาร์กินสัน ก็น่าอนุโลมเป็น กายคตาสติได้ ซึ่งท่านพพจ.ท่านว่าทำให้มากแล้วจะเกิดอานิสงส์มาก ..ถึงขาดหลุดพ้น บรรลุธรรมได้นั่นเลยเทียว
พาร์กินสันพาบรรลุธรรม...คงได้ลงกินเนสบุคแน่ๆ ...ลองดูครับ เอาใจช่วย