ขอออกตัวว่า เป็นคนพูดตรง แบบ ขวานผ่าซากนะครับ ขอทุกท่านอย่าได้คิดว่าเป็นคนปากไม่ดีนะครับ แท้จริงแล้ว เป็นคนใจดี การบวชในสมัยปัจจุบันนี้นั้น บวชตามประเพณีเฉยๆ บวชเพื่อหนีปัญหา(ในบางคน) บวชเพื่ออื่นๆที่สังคมบีบคั้น ........แต่ จะมีใครสักคนที่บวช .....เพื่อการหลุดพ้นจริงๆ ผมปฏิบัติธรรมนับแต่ปี 47 เป็นต้นมา ตอนนี้ก็ 8 ปีเต็มแล้ว ก็ได้อะไรเยอะ แม้จะไม่ได้บวช แต่ก็มีจริตเหมือนพระเข้าไปทุกที พ่อแม่ครูอาจารย์( มั่น ภูริทัตโต ท่านพ่อตื้อ อจลธมฺโม และหลวงตามหาบัวฯ )ท่านก็สอนมาดี ก็พอได้เย็นใจ อยู่ดีมีสุข นาม ครูอาสา ได้มา เพราะมาอาสา สอนหนังสือเป็นเฮือกสุดท้าย ของชีวิตฆราวาส นับจากนี้อีกไม่กี่ปี ก็จะละจากเรือนไปแล้ว ........การบวชครั้งนี้ สำหรับผม คงเป็นการบวชครั้งที่ 2 ในชีวิต (ครั้งแรก บวชหน้าไฟ ) และคงจะไม่มีครั้งที่ 3 ตลอดชีวิต เพราะ รู้ว่า ชีวิตคืออะไรแล้ว ตื่นแล้ว ลืมตาแล้ว โผล่แล้ว เห็นทางไปแล้ว จึงไม่ขออยู่ทำความวุ่นวายเดือดร้อนรำคาญใจให้ตนเองอีก ไม่ขอหอบบาป หาบกรรม ใส่ตัว มัวระเริงไปกับโลกอีกแล้วล่ะ โลกนี้มันวุ่นวาย (ถ้าเห็นนะ)
เคยสะกิดสหธรรมิกเรื่อยมาว่า ทำธรรม ให้เป็นธรรม อย่าทำธรรม ให้เป็นทำ เพราะไม่งั้น มันจะไม่เป็นธรรม (พอฟังเ้ข้าใจหรือเปล่าน้อ) ทำให้พอดี พองาม มันจึงเป็นธรรม เพราะแท้ที่จริงแล้ว เราท่านนั่นล่ะ คือธรรม แต่ถึงจะอยู่กับธรรม แต่ไม่รู้ธรรม ไม่เห็นธรรม ก็เลยไม่ทำให้เป็นธรรม วกไปวนมา กลัวพากันปวดหัว ขอพอแค่นี้ล่ะครับ
ขอสรุปว่า
บวชเพื่ออะไร ถามใจตัวเองดู