Let's put the search for origin of the Thai word 'ภาษี' on 'hold - waiting for responses'.
The best information we have so far is from
กรมสรรพากร
>ประวัติการจัดเก็บภาษี >สมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
:
การจัดเก็บภาษีอากรในสมัยกรุงธนบุรี (พ.ศ.
2311 - พ.ศ. 2324)
และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 3 ระหว่างพ.ศ.
2325-พ.ศ. 2394)
...ดังนั้น คำว่า ภาษี
จึงเข้าใจว่าคงเกิดขึ้น ในรัชกาลที่ 3 นี้เอง โดยคาดคะเนกันว่า
น่าจะมาจาก คำในภาษาแต้จิ๋วว่า บู้ซี อันหมายถึง สำนักเจ้าพนักงาน
ทำการเก็บผลประโยชน์แผ่นดินซึ่งตั้งขึ้นจากระบบเจ้าภาษีนายอากรนี่เอง
คำว่าภาษีนี้ จะใช้กับอากรที่เกิดขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3
เพื่อให้ฟังดู แตกต่างจากอากรเก่าที่เคยจัดเก็บมาแต่โบราณ
ดังที่ปรากฎในหนังสือพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงอธิบายว่า "...เกิดอากรขึ้นใหม่ๆ ได้เงินใช้ในราชการแผ่นดิน
ดีกว่ากำไรค้าสำเภา อากรเหล่านั้นให้เรียกว่า ภาษี
เพราะเป็นของที่เกิดขึ้นใหม่เหมือนหนึ่งเป็นกำไร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระราชประสงค์จะให้เห็นว่าเงินเก่าเท่าใด
เกิดขึ้นในรัชกาลของท่านเท่าใด... การบังคับบัญชาอากรเก่าใหม่เหล่านี้
จึงได้แยกออกเป็นสองแผนก อากรเก่าอยู่ในพระคลังมหาสมบัติ
อากรใหม่ซึ่งเรียกว่า ภาษี อยู่ในกรมพระคลังสินค้า
คงเรียกชื่อว่าอากรอยู่ แต่หวยจีนก.ข.
ซึ่งเป็นของเกิดใหม่แต่คล้ายกับอากรบ่อนเบี้ยของเดิม
จึงคงเรียกว่าอากร แต่ก็คงยกมาไว้ในพวกภาษีเหมือนกัน"
ที่มา ::
หนังสือที่ระลึกในการเปิดอาคารกรมสรรพากร 2 กันยายน 2540
http://www.rd.go.th/publish/3458.0.html
Last update : Wednesday, April 18, 2007
There is no evidence for the change of บู้ซี to บู้สี? to ภูสี? ... ภาษี
The use of 'ภ' and 'ษ', which are Pali/Snaskrit letters, is quite interesting. It could be an imaginative creation of new word. It could be a tactical move to legistimate new taxes as 'ancient taxes' and at the same time separate the new tax collectors (Chinese) from bearing the blame for the new taxes (under Pali/Sanskrit-like name).