สวัสดีค่ะคุณปริม...บันทึกชวนคิดหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกดีนะคะ(อ่านแล้วคิดถึงบันทึกคุณหมอ ป.ค่ะ)

...เรื่องราวเกี่ยวกับมะเร็งเมื่อเร็วๆนี้ได้อ่านเรื่องราวของอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ(อ่านได้ที่ www.matichorn.co.th "นิตยสารเส้นทางเศรษฐี"ค่ะ) เป็นแนวทางชีวิตที่แม้คนไม่ป่วยหากดำเนินวิถีชีวิตแบบนี้เชื่อว่าทุกคนคงค้นพบสิ่งที่ตามหาได้ง่ายขึ้น นั่นคือ "ความสุข"

..."ไม่มีข้อมูลใดจากการทดลองในห้องแลป จนกว่าจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มาช่วยยืนยัน"

ประโยคดังกล่าวนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงสิ่งที่ได้พบเห็นกับตัวเอง (น้ำเหลือง)ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แปรสภาพเป็นเม็ดเล็กๆละเอียดยิ่งกว่าเม็ดทรายสีทองเปล่งแสงยิ่งกว่าทองคำ(จัดแสดงที่วัดป่าบ้านตาด)

และอึ(ขี้)ของหลวงปู่ขาว อนาลโย (วัดถ้ำกองเพล จ.หนองบัวลำภู) ที่แปรสภาพเป็นพระธาตุวาววับ แบบครึ่งต่อครึ่ง(บางส่วนที่ยังไม่แปรสภาพยังเห็นเป็นก้อนอึอยู่) จากสิ่งที่น่ารังเกียจกลับกลายเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ได้กราบไหว้บูชา ก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะว่า จะหาหลักฐานจากอะไร นอกจากหัวใจที่เชื่อและศรัทธาปฎิบัติตามแก่นธรรม...

...ข้าพเจ้าเคยอ่านพบในหนังสือธรรมะพระอรหันต์องค์หนึ่ง ท่านบอกว่าสิ่งเหล่านี้เรียกว่า"วิทยาศาสตร์ทางใจ" ค่ะ ไม่มีผลการทดลองในห้องแลป(ไม่มีตัวตนใช้อวัยวะภายนอก(มือ)จับต้องไม่ได้ นอกจากใช้หัวใจ)...

...ขอบคุณบันทึกชวนคิดพิจารณาก่อนนอนค่ะ...