แม่น้ำปากพนังแหล่งรวมธรรมชาติผืนสุดท้ายที่เป็นดั่งสายเลือดชาวปากพนัง เพราะป่าชายเลนกำลังจะเป็นแค่ชื่อ ที่ถูกเรียกว่า เคยมีอยู่ที่นั้น มันกำลังจะหมดไปทุกๆวัน ธรรมชาติ สิ่งที่มนุษย์ไม่ได้สร้าง แต่กลับเป็นผู้ครอบควรอง เมื่อก่อนก็น่าจะเป็นแหลมตะลุมพุกที่เป็นจุดขายของปากพนัง แต่ก็กลับกลายเป็นความทรงจำของชาวนคร และชาวไทยไปแล้ว ทุกคนยังไม่ลืม เราทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำลายเราเอง
วันก่อนเคยไปเที่ยวปากพนังตอนที่เป็นฤดูร้อน นากุ้งชาวบ้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ หากมาจากหัวไทร อยู่ติดริมทะเลมาก ผมเห็นผมยังกลัวเลย หากคลื่นตีแตกแค่ 1 บ่อ ที่เหลือก็จบ ถนน บ้าน สิ่งปลูกสร้างต่างๆก็คงหมด เราเจอภัยพิบัติทุกปี นั่นคือ น้ำท่วม คลื่นลมแรง พายุ เราเจอทุกปี แล้วรู้ด้วยว่ามันต้องเกิด อันนี้ภาษาชีววิทยา เขาเรียกว่า พฤติแบบฝังใจ คือรู้ว่ามันต้องเกิดแน่ เสียหายแน่ เราก็ต้องทำยังไง ให้มันเสียหายน้อยที่สุด แต่เรากลับทำให้มันเป็นพฤติกรรมแบบเคยชิน คือ รู้ว่ามันมาแน่ แต่จะมีปฎิกิริยาตอนมันเกิด มันก็สายไปแล้ว รู้ว่ามันเกิดอย่างไร รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะทุเลาความรุนแรง รู้ว่าป่าชายเลยดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่กลับไม่เคยปลูกแถมยังไปทำลายอีก
อย่าทำกรรมให้ลูกหลานท่านอีกเลย รุ่นของท่านไม่รุนแรงหลอก คนรับกับการกระทำของท่านคือคนที่อยู่ข้างหลังทั้งนั้น เราคือคนเดือดร้อน ท่านทำขยะไว้ให้ลูกหลานท่านทั้งนั้นแล้วมาพูดได้อย่างไร ว่าสร้างความเจริญ เจริญท่ามกลางภัยพิบัติ คงไม่ไหว
อย่าโทษ เทพ เทวดา น้าฟ้า นางสวรรค์ เจ้ากรรม นายเวร เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กรรม คือการกระทำ ที่เราทำกันมาเอง