ดังที่คุยกันนะคะแมว เมื่อไลโพเกิด พ.ศ.๒๕๑๑ เขาจึงมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนตั้งแต่เกิดโดยผลของมาตรา ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ฉบับดั้งเดิม
แต่อย่างไรก็ตาม หากฟังว่า มารดาเป็นกะเหรี่ยงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า มีสัญชาติไทย มารดาจก็จะถูกสันนิษฐานโดยมาตรา ๕๗ และ ๕๘ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ว่า มีสถานะเป็น "คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย" อันทำให้ไลโพตกอยู่ภายใต้ข้อ ๑ แห่ง ปว.๓๓๗ อันทำให้เสียสิทธิในสัญชาติไทยที่มีผล ไลโผจึงตกเป็นคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายนี้มีผล
แต่อย่างไรก็ตาม อีกครั้ง เมื่อมีการยกเลิก ปว.๓๓๗ และนำมาตรา ๗ ทวิ มาใช้ โดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ไลโผก็กลับมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนอีกครั้ง เพราะมาตรา ๑๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ กำหนดให้มาตรา ๗ ทวิ ถูกนำมาใช้แก่คนที่เกิดก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๕ และเมื่อไลโผมีบิดาเป็นคนสัญชาติไทย ไลโผซึ่งเคยตกอยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ ก็ไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ
จึงสรุปได้ว่า ไลโผกลับมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดอีกครั้งตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕
นอกจากนั้น ความเป็นบุตรของบิดานอกสมรสที่มีสัญชาติไทย ก็อาจทำให้ไลโผมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา หากมีการดำเนินการตามมาตรา ๗ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ แต่เมื่อยังไม่มีการดำเนินการเช่นนั้น การอ้างสิทธิดังกล่าวก็คงทำไม่ได้
การเขียนบทความอ่านง่ายๆ ก็น่าจะสรุปข้อกฎหมายแบบอ่านง่ายๆ แต่เขียนง่ายๆ จนเขียนผิด ก็คงไม่ดีนักนะคะ ข้อกฎหมายที่แมวให้มาไม่ถูกต้อง
การที่แมวบอกว่า อำเภออุ้มผางมีการสำรวจแบบของอำเภอเองนั้น ถ้าทำผิดกฎหมายของรัฐสภา ก็ไม่น่าจะดีต่อชาวบ้าน บทเรียนที่เราได้จากแม่อาย แม่สาย แม่ฟ้าหลวง เชียงแสน ก็คงเตือนใจเราได้ดี การช่วยเหลือชาวบ้านนั้นก็ควรจะช่วยแบบที่มีผลยั่งยืน มิใช่การช่วยที่มีผลเพียงชั่วคราว แม้ง่ายดายและเร็วก็อาจนำไปสู่การเพิกถอนในอนาคน
ในที่สุด ก็ขอชมว่า บทความนี้ดีมากให้ความรู้หลายอย่าง ความมีอยู่ของกะเหรี่ยงดั้งเดิมแห่งอุ้มผาง ความไร้สัญชาติของคนสัญชาติไทย ความรักระหว่างพ่อและลูก
รออ่านผลงานของแมวอีกค่ะ