ระดับนี้แล้ว คงไม่หวั่นไหว ถือสา อะไรนักหนากับคำด่าหรอกมั้ง ไม่งั้นคงไม่เขียนมาจนถึงทุกวัน

(นึกเสียว่าปิดทองหลังพระก็แล้วกัน อิอิ) ในสมัยพุทธกาล พพจ.ตรัสกับคนหนึ่งที่มาด่าว่า

"พราหมณ์ เวลาเธอไปบ้านคนอื่น แล้วเขาเอาข้าวปลายกมาต้อนรับ ถ้าเธอไม่กิน อาหารนั้นจะเป็นของใคร"

พ. ตอบว่า "ก็เป็นของเจ้าของบ้านสิขอรับ" พระพุทธองค์ทรงบอกว่า " ฉันใดก็ฉันนั้น คำด่าที่เธอประเคนใส่ฉัน

เมื่อฉันไม่รับ ก็ต้องตกเป็นของคนด่า " จริงไหมคะ อาจารย์ ^-^

ปัญหาทุกอย่าง ไม่ได้เป็นของเราคนเดียว ปล่อยวาง บ้างก็ได้ แต่ทำต่อไปจะดียิ่งกว่า 555

สมัยพุทธกาล พพจ. บอกกล่าว ตรัสสอนใคร หากผู้ใดไม่ยอมเชื่อฟัง พระพุทธองค์ ก็ทรงเดินผ่านไป

เพราะพูดไป ก็ไม่ทำให้คนผู้นั้น เห็นชอบได้ (เพราะเล็งเห็นว่าเป็นกรรมของเขา) ทรงถือเอาว่า หากทำอะไร

แล้วไม่เกิดประโยชน์ เสียเปล่า ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา แต่ว่ากรณีของอาจารย์ เป็นประโยชน์มาก เลยนะ

ดังนั้น ต้องบ่น ต่อไป อาจารย์ไม่ได้จับผิดใคร แต่ให้ข้อเสนอแนะ อย่างตรงไปตรงมา ต่างหาก ใช่มั้ย