เมื่อฉันได้อ่านกาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวานแล้ว ฉันคิดว่าเป็นกาพย์ที่สอนเราในหลายๆเรื่องและสามารถนำไปปรับปรุงใช้ได้ในหลายอาชีพ ดังที่อาจารย์ได้สอนในคาบเรียน เช่น นักภาษาศาสตร์-เรียนรุ้การใช้ภาษาและการเปลี่ยนแปลงไปของภาษา,นักประวัติศาสตร์-ได้รู้ถึงการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศและวัฒนธรรมประเพณีของคนในสมัยนั้น ฯลฯ โดยกาพย์นี้ได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถในการแต่งกาพย์ของรัชการที่ 2 อีกด้วย เพราะพระองค์สามารถแต่งโดยการนำอาหารมาเปรียบเทียบกับชีวิตรักของพระองค์ได้อย่างลงตัว ไม่มีข้อติดขัดอีกทั้งยังแสดงว่าพระองค์เป็นบุคคลที่เข้มแข็งมากที่ยังยืนหยัดมีชีวิตต่อไปโดยไร้ซึ่งบุคคลที่รักได้

ต่อไปนี้ฉันจะค่อยๆเขียนความรู้สึกทีละส่วนค่ะ มัสมั่น-ยวนใจ = ท่อนนี้ทำให้รู้สึกถึงว่าไทยได้มีการติดต่อกับต่างชาติ ซึ่งก็คือญี่ปุ่นกับแถบอินเดียโดยเรานำน้ำปลาของญี่ปุ่นมาใส่ลงในยำใหญ่ และนำเครื่องเทศของอินเดียมาใส่ในมัสมั่น

ตับเหล็ก-ใจโหย = ท่อนนี้ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่า พระมเหสีของรัชการที่ 2 อาจเคยทำตับเหล็กหรือก็คือม้ามลวกให้พระองค์ได้เสวย เพราะมีส่วนที่ว่า ‘ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง’

ก้อยกุ้ง-เสวยรมย์ = ท่อนนี้บอกได้ถึงการทานอาหารอีก 2 อย่าง คือก้อยกุ้งและปลาเทโพ แต่ไม่ได้มีเนื้อหาใดๆมากนัก

ความรัก-ตรากตรอม = ท่อนนี้เป็นท่อนที่มีความสำคัญมาก เพราะได้แสดงออกมาโดยตรงว่าความรักของพระองค์(รัชกาลที่ 2)ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วและยังได้เปรียบเทียบระกำกับความรักที่โศกเศร้าอีกด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เป็นความรักระหว่างพระมเหสีกับพระองค์

ช้าช้า-กลางทรวง = ท่อนนี้แสดงถึงอาการโหยหาและความคิดถึงพระมเหสีของพระองค์ ซึ่งแสดงให้ได้เห็นชัดยิ่งนักว่าทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เป็นด้านที่อ่อนแอของรัชกาลที่ 2 ที่หวั่นไหวคิดถึงพระมเหสีนั่นเอง

รังนก-หวานนาง = ท่อนนี้พระองค์ได้เปรียบเทียบนกที่เราไปพรากรังของมันมากับตัวพระองค์เองว่าเหมือนกันด้วยความต้องแยกจากกัน และเล่าถึงคำพูดที่ดูฝืนทนไม่ตอบมาตรงๆของพระมเหสีอีกด้วย อีกทั้งมีการเล่นคำถึงใบโศกกับความโศกเศร้าด้วย

ไม่ว่าอย่างไรกาพย์เรื่องนี้ก็ได้ให้ความรู้และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากเลยทีเดียว เพราะยิ่งทำให้เราได้รู้จักวิธีการแต่งกาพย์เห่เรือ ซึ่งใช้การแต่งแบบกาพย์ห่อโคลง คือ ใช้โคลงในการนำอย่างไม่จำกัดและต่อด้วยกาพย์

โดยเราใช้โคลง คือโคลงสี่สุภาพ ส่วนกาพย์ก็เป็นกาพย์ยานี๑๑ ในการแต่งโคลงสี่สุภาพก็ยิ่งทำให้เราได้รู้อะไรมากขึ้นอีก คือ คำเอก-คำที่ใช้ไม้เอก,คำโท-คำที่ใช้ไม้โท,เอกโทษ-คำที่ใช้ไม้เอกแต่แปลงเป็นโท เช่น เล่น-เหล้น,

โทโทษ-คำที่ใช้ไม้โทแต่แปลงเป็นเอก แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามกาพย์เรื่องนี้ก็เป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ดังนั้นฉันคิดว่าเหมาะสมมากที่จะนำมาสอนค่ะ ขอบคุณ อ.เฉลิมลาภมาก เพราะ ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยาก เนื่องจากมีคำศัพท์ยากๆและการแปลซับซ้อนในบางแห่ง แต่ตัวอาจารย์เองกลับสอนได้เข้าใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ เมื่อนักเรียนนำเสนอพลาดอาจารย์ก็สอนในสิ่งที่ควรทำ เช่น การทำงานในกลุ่มคนต้องทอย่างไรจึงจะเหมาะสม,การรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นงานกลุ่มหรือเดี่ยว ขอบคุณค่ะ ^0^