เมื่อผมได้อ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ผมคิดว่ากาพย์นี้เป็นกาพย์ที่มีมายาวนาน เพราะมีการใช้ศัพท์เก่าๆ เช่น กล คือเหมือน ความขำ คือ ความลับ เคร่า คื่อ คอย ช้าช้า คือ คำอุทานแสดงความดีใจ แด คือ ใจ เป็นต้น คำศัพท์พวกนี้บางคำสมัยนี้ก็เปลี่ยนความหมาย โดยกาพย์นี้มีชื่ออาหารของสมัยก่อนที่ค่อนข้างหายากในตอนนี้ เช่น ลำเตียง แสดงให้เห็นวัฒนธรรมการกินอาหารในสมัยก่อนที่เน้นความสวยงาม ฝีมือในการแต่งกาพย์ในสมัยก่อนที่ทำให้เราเห็นว่ากลอนและกาพยานีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาววังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะในสมัยในหลวงรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นยุคทองของการแต่งกลอน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้บอกเราหลายอย่างที่เกี่ยวกับประเทศไทย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยในข้อความที่ว่า "รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ" ความสัมพันธ์ระหว่างชาวอิสลามกับไทย ในข้อความที่ว่า "มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง" (เพราะมัสมั่นเป็นแกงของอิสลาม) และความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับต่างประเทศในข้อความที่ว่า "ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ" (เทศในที่นี้ คือ ต่างประเทศ) สุดท้ายนี้แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไม่สมหวังของในหลวงรัชกาลที่ 2 ในข้อความที่ว่า "ล่าเตียงคิดเตียงน้อง" แสดงว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่กับคนรัก