เมื่อผมได้อ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
ผมคิดว่ากาพย์นี้ทำให้ผมได้รู้ถึงชื่ออาหารคาวหวานในสมัยนั้นและ ได้รู้ถึงความรักอันหวานซึ้งที่รัชกาลที่2 มีต่อพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี โดยพระองค์ท่านได้ทรงนำชื่ออาหารคาวหวานมาประพันธ์เปรียบเทียบเปรียบเปรยกับความรู้สึกที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพระนาง จนผมรู้สึกคล้อยตามไปด้วย เช่น
“ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำสมโรยพริกไทย
โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง”
หมายความว่า ตับเหล็กลวกนี้ รสชาติอร่อยมาก ใครทำก็อร่อยไม่เท่าฝีมือของพระนางได้เลย
ซึ่งแสดงว่าพระองค์ท่านทรงติดใจในเสน่ห์ปลายจวักของพระนางเป็นอย่างมาก
“ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม
กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น”
หมายความว่า ความรักของคนเราไม่แน่นอนมีทั้งทุกข์และสุขเปรียบเหมือนน้ำยากับแกงขมที่มีทั้งรสเผ็ด หวานและขม ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมเหมือนกับความรักก็มีทั้งสุขและทุกข์คละเคล้ากันไป
ซึ่งแสดงว่าพระองค์ท่านทรงรักพระนางฯ มาก เพราะขนาดรสชาติของน้ำยากับแกงขม พระองค์ยังทรงนำมาเปรียบเทียบกับความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระนางได้
ท้ายนี้ ผมคิดว่าบทประพันธ์ของกาพย์นี้ สามารถพรรณนาถึงอาหารคาวหวานและความรัก ความคิดถึง ที่มีต่อหญิงอันเป็นที่รัก โดยนำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีบททำนองอันไพเราะเสนาะหู ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตามในความอร่อยของอาหารและความรักที่มีให้แก่กัน ซึ่งผมขอชื่นชมว่าผู้ประพันธ์สามารถประพันธ์ภาษาได้สละสลวย รู้จักเปรียบเทียบเปรียบเปรยอารมณ์ความรู้สึกได้เหมาะสมเป็นอย่างดี