หลังจากที่ผมได้เรียนเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ผมรู้สึกประทับใจในความสามารถของคนไทยในสมัยก่อนในทุกทุกด้านเช่น วัฒนธรรม ประเพณี การใช้ถ้อยคำ วิธีการแต่งกลอนแต่ที่ผมประทับใจมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องอาหารเพราะคนไทยในสมัยก่อนมีฝีมือในการทำอาหารสูงซึ่งผมเรียนไปมากขึ้นเท่าไรยิ่งชวนให้อยากรับประทานมากขึ้นเท่านั้นอาหารบางอย่างในสมัยก่อนนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยปัจจุบันซึ่งอาหารของคนไทยนั้นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศไทยเราเช่นมัสมั่นในสมัยนี้นั้นได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติอย่างมากเพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ของประเทศไทยเรา และเครื่องเทศที่มีรสฉุนอีกช่วยเพิ่มความน่ารับประทานของเมนูนี้ยิ่งขึ้นไปอีกและทำให้เราได้รู้ว่ายังมีอาหารอีกหลายชนิดในสมัยก่อนที่ถ้าผมไม่ได้เรียนเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานแล้วนั้นผมอาจไม่รู้ก็ได้ว่ามีอาหารประเภทนี้อยู่จริงและประเทศไทยเราในสมัยก่อนนั้นก็มีการติดต่อกับประเทศต่างๆได้เป็นอย่างดีเพราะดูจากวัตถุดิบในการทำอาหารแต่ละชนิดแล้วทำให้เรารู้ว่าประเทศไทยนั้นมีการติดต่อกับประเทศอะไรบ้างเช่น แกงมัสมั่น มีเครื่องเทศที่ได้มากจากพวกมุสลิม แล้วจากการเรียนเรื่องนี้ผมจึงได้รู้ประวัติของรัชกาลที่ 2 เป็นอย่างดีอีกด้วยแล้วยังรู้ว่าชีวิตคู่ของรัชกาลที่ 2 กับเจ้าฟ้าบุญรอดนั้นน่าเศร้าเพียงใดเมื่อทั้ง 2 ต้องจากกันและท่านยังมีความสามารถที่เก่งในการนำความรัก ความรู้สึก ที่มีมาแต่งเป็นกลอนได้และเปรียบเทียบกับอาหารอีกด้วยจึงทำให้ผมได้รู้ถึงความสามารถในการแต่งกาพย์ของรัชกาลที่2และเรื่องราวมากมายในอดีตจึงทำให้เกิดการสันนิถานได้หลายอย่างเช่นการที่รัชกาลที่ 2 ได้แต่งกาพย์ในบางบทก็ทำให้เรารู้ว่าท่านรู้สึกอย่างไรเมื่อนึกถึงชื่ออาหารที่ตรงกับความรูสึกของท่านการเรียนเรื่องนี้ผมรู้สึกดีใจที่ได้เรียนเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานเพราะทำให้เราได้มีความรู้รอบด้านอย่างมากเช่นเรื่องอาหารในสมัยก่อน วัฒนธรรมในสมัยก่อน ประเพณีในสมัยก่อนซึ่งพูดได้ว่าการเรียนเรื่องนี้เพียงแค่เรื่องเดียวทำให้เราสามารถรู้เรื่องราวในสมัยก่อนได้ย่างมากมายเลยทีเดียวและอีกทั้งยังมีเนื้อหาที่ดีและยังสอนวิธีการแต่งกาพย์อีกหลายประเภทอีกด้วยซึ่งทำให้เราได้รู้เรื่อง กาพย์-กลอนเพิ่มพูนความรู้ของเราอีกด้วยซึ่งผมประทับใจจริงๆคับที่ได้เรียนเรื่องกาพย์เห่เรือที่ดีๆเช่นนี้และผมก็จะเอาความรู้ที่ได้เรียนนั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงที่สุด