เมื่อฉันได้อ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ฉันคิดว่ากาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้ทำไห้ฉันได้รู้เรื่องเกี่ยวกับอาหารมากขึ้น ซึ่งในกาพย์นี้มีอาหาร 15 ชนิด มีทั้งอาหารที่เรารู้จักและไม่รู้จักอีกมาก เช่น ล่าเตียง ตับเหล็ก ก้อยกุ้ง หมูป่าต้ม เป็นต้น และความพิเศษของกาพย์นี้คือการที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ ร.2 ได้พระราชนิพนธ์ขึ้นเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวังของพระองค์กับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี หรือ พระมเหสี โดยการเปรียบเทียบกับอาหารของสมัยก่อน เช่น
รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง
นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
แปลได้ว่า เห็นรังนกนึ่งช่างน่าชม และคงมีรสอร่อยกว่าอาหารอื่นๆ ทำให้พี่นึกถึงการที่นกต้องพรากจากรังไปซึ่งก็เหมือนกับการที่ตัวพี่ต้องพลัดพรากจากน้องไป และเป็นการพลัดพรากที่ไม่มีวันกลับมา
เมื่อพูดถึงกาพย์เห่ คนบางคนคงยังไม่รู้ว่ากาพย์เห่คืออะไร กาพย์เห่คือ กาพย์เห่เรือนั้น ใช้คำประพันธ์ ชนิดด้วยกัน นั่นคือ กาพย์ยานี 11และโคลงสี่สุภาพ เรียงร้อยกันในลักษณะที่เรียกว่า กาพย์ห่อโคลง โดยมักขึ้นต้นด้วยโคลง 1 บท แล้วตามด้วยกาพย์ยานี เรื่อยไป จนจบตอนหนึ่งๆ เมื่อจะขึ้นตอนใหม่ ก็จะยกโคลงสี่สุภาพมาอีกหนึ่งบท แล้วตามด้วยกาพย์จนจบตอน กาพย์ห่อโครงมีการเล่นคำที่ทำให้เกิดการไพเราะขึ้น เช่น
เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
เจ็บไกลในอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ทำให้รู้เรื่องต่างๆมาก มาในด้าน ภาษา ประวัติศาสตร์ว่ามีการติดต่อการค้ากับประเทศญี่ปุ่น เช่น
ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา
รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
ได้รู้จักการกินของคนสมัยก่อนที่มีแกงเป็นส่วนใหญ่และมีอาหารดิบในบางส่วนและวัฒนธรรมในการทำอาหาร ที่ไม่เหมือนในสมัยนี้เลย และไม่ค่อยจะพบเห็นมากนัก สิ่งที่ฉันชอบในกาพย์นี้คือความสามารถในการแต่งกาพย์เห่ของท่านที่น่านับถือ การกล่าวถึงอาหารกับความรักของท่านที่ถึงจะไม่สมหวัง