เมื่อผมได้อ่ากาพย์เห่ชม เครื่องคาวหวาน

ผมคิดว่าวรรณคดีเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่แต่งถึงคนรักของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้อย่างหวานซึ้ง และงดงาม การใช้คำ และความหมายที่แฝงไปด้วยความรักของท่าน ทำให้ผมได้เห็นถึงคุณค่าของกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้ ทั้งยังสอดแทรกซึ่งความรู้มากมายให้แก่คนรุ่นหลังได้นำไปใช้ประโยชน์ เช่น ในด้านประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงระบบการค้าขายสมัยก่อน ตามบทต่างๆในกาพย์ แกงไก่มัสมั่นเนื้อ แสดงให้เห็นถึงการค้าขายระหว่างไทยและอินเดีย รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ แสดงให้เห็นถึงการค้าขายระหว่างไทยและญี่ปุ่น และข้าวหุงปรุงอย่างเทศ แสดงให้เห็นถึงการค้าขายระหว่างประเทศต่างๆ ซึ่งเข้ามาค้าขายเครื่องเทศในประเทศไทย นอกจากเรื่องค้าขายแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ทั้งยังแสดงถึงในด้านอักษรศาสตร์ ได้แก่ การเล่นคำในวรรคต่างๆ เช่น ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำเมืองบน ล่าเตียงเป็นชื่ออาหาร โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้นำชื่อล่าเตียง มาเล่นคำกับคำว่าเตียง และสามารถแปลได้ว่า เมื่อท่านเห็นล่าเตียงแล้ว นึกถึงตอนที่ท่านได้นอนเตียงกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ เป็นต้น กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนั้น เป็นกาพย์ชนิด กาพย์ห่อโคลง คือ จะขึ้นต้นด้วยโคลงสี่สุภาพ และต่อด้วยกาพย์ยานี11 โดยไม่จำกัดว่าต้องแต่งเท่าใด โคลงสี่สุภาพ มีจุดเด่นคือ การใช้คำโทและคำเอก คำเอก7ตำแหน่ง และคำโท4ตำแหน่ง กาพย์เหชมเครื่องคาวหวาน สามารถจัดได้ว่าเป็นนิราศ เพราะมีการแต่งถึงคนรัก เช่น ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือนำส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนางคือการแต่งชมอาหารที่คนรักของท่าน พระบาทสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ได้ทำขึ้นให้กับท่าน ผมรู้สึกประทับใจกับทุกๆบท ของกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้ เพราะการเล่นคำแต่ละคำนั้น ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น ทั้งยังมีชื่ออาหารหลายชนิดในสมัยก่อน ซึ่งผมไม่เคยรู้จักมาก่อน เช่นล่าเตียง หรุ่ม แสร้งว่า และยังมีการใช้คำที่สวยงามแสดงให้เห็นว่าท่านรักคนรักของท่านแค่ไหน เช่น มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ฝ่ฝันหากาพย์เรื่องนี้สอดแทรกความรู้เล็กๆน้อยๆไว้มาก หากตั้งใจอ่านดีๆ จะพบกับคุณค่าที่แท้จริงของมัน