กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
เมื่อฉันได้เรียนกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ฉันคิดว่าเป็นพระราชนิพนธ์ที่มีความสำคัญในหลายๆด้าน เช่น ฝีมือการทำอาหารของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ความรักของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่มีต่อสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และที่สำคัญที่สุดคือความไพเราะของบทประพันธ์ในการเปรียบเทียบระหว่างอาหารกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีกับพระองค์โดยใช้การแต่งกาพย์ในรูปแบบของกาพย์ห่อโคลง*และเล่นคำ
ฝีมือการทำอาหาร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยท่านได้ทรงเปรียบเทียบว่าอาหารที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากับฝีมือของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ดังบทที่ว่า
“ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง”
ความรักของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่มีต่อสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ในทุกๆบท เพราะ ในแต่ละบทจะกล่าวถึงพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เช่น
“ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อม เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน”
ซึ่งก็จะแปลได้ว่าผักโฉมนั้นมีความสวยเหมือนชื่อแต่กลับเทียบไม่ได้กับความสวยของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
การค้าขายกับต่างประเทศ จะมีการติดต่อค้าขายกับประเทศต่างๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น
“ ...รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ”
หรือ
“...ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น”
การเปรียบเทียบระหว่างอาหารกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีและตัวพระองค์
“เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ
รอยแจ้งแห่งความขำ ซ้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม”
การเล่นคำ
“ช้าช้าพล่าเนื้อ1สด กุ้งปรากฏรสหื่นหอม
คิดความยามถนอม สนิทเนื้อ2เจือเสาวคนธ์”
1. เนื้อสัตว์ที่นำมาทำอาหาร
2. ผิวเนื้อ/ร่างกายของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
*กาพย์ห่อโครง คือ คำประพันธ์ประเภทหนนึ่งที่มีลักษณะเป็นโครง๔ สุภาพขึ้นหน้าแล้วต่อด้วยกาพย์ยานี๑๑*