ข้อหารือ และแนวทางดำเนินการกรณีความเห็นของของ 4 สภาวิชาชีพต่อร่าง พรบ.การสาธารณสุขและการไม่ผ่านร่าง พรบ.ของ สบช. ทรงศักดิ์ ภูมิสายดร[email protected],[email protected] ประเด็นพิจารณา จากการที่ ร่าง พรบ.วิชาชีพการสาธารณสุขไม่ผ่านสภา ทำให้มีผลต่อการปฏิบัติงานของหมออนามัยเป็นอย่างมาก และจากการศึกษาถึงการให้บริการปัจจุบัน หมอนามัย เป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยบุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพฯ เมืองพัทยา องค์การบริการส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น หรือสภากาชาดไทยมอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2539 ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ข้อ 4 เจ้าหน้าที่ หมายถึง ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างสังกัดกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพฯ เมืองพัทยา องค์การบริการส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น หรือสภากาชาดไทย องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น หมายถึง ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศในราชกิจานุเบกษา ควบคุม หมายถึง การดูแล หรือกำกับดูแล ข้อ 5 บุคคลที่กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพฯ เมืองพัทยา องค์การบริการส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น หรือสภากาชาดไทย จะมอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ต้องเป็นบุคคลที่ระเบียบนี้กำหนด ข้อ 6 บุคคลที่ได้รับมอบหมายจะประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้เฉพาะ 6.1 ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ระเบียบนี้กำหนด 6.2 เป็นการปฏิบัติราชการ หรืออยู่ระหว่างการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตามที่รับมอบหมาย 6.3 ต้องอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อ 7 ให้บุคคลที่มีวุฒิประกาศนียบัตรพนักงานอนามัย ประกาศนียบัตรเจ้าพนักงานสาธารณสุข(พนักงานอนามัย)ประกาศนียบัตรสาธารณสุขศาสตร์ ประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์ ประกาศนียบัตรพนักงานสุขภาพชุมชน หรือผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นสอง ทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ดังต่อไปนี้ 7.1 ด้านอายุรกรรม 7.1.1 ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการหรือโรคดังต่อไปนี้คือ ไข้ตัวร้อน ไข้และมีผื่นหรือจุด ไข้จับสั่น ปวดศรีษะ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดท้อง ท้องผูกท้องเดิน คลื่นใส้อาเจียน การอักเสบต่าง ๆ โลหิตจาง ดีซ่าน โรคขาดสารอาหาร อาหารเป็นพิษ โรคพยาธิลำไส้ โรคบิด โรคหวัด โรคหัด โรคสุกใส โรคคางทูม โรคไอกรน โรคผิวหนัง และโรคติดต่อตามโครงการของกระทรวงสาธารณสุข 7.1.2 การรักษาพยาบาลเบื้องต้น (1) การให้นำเกลือในผู้ป่วยท้องเดินอย่างรุนแรง (2) การฉีดเซรุมแก้พิษงู (3) การสวนปัสสาวะ (4) การสวนล้างกระเพราะอาหารโดยใช้สายยางในรายที่สงสัยว่ารับประทานสารพิษ 7.2 ด้านศัลยกรรม 7.2.1 ผ่าฝี 7.2.2 เย็บแผลที่ไม่สาหัส 7.2.3 ชะล้าง ทำแผล ตกแต่งบาดแผล 7.2.4 ผ่าเอาสิ่งแปลกปลอมซึ่งอยู่ในตำแหน่งซึ่งไม่อันตรายต่ออวัยวะสำคัญของร่างกายออกโดยฉีดยาระงับความรู้สึกทางผิวหนัง7.3 ด้านสูตินารีเวชกรรม 7.3.1 ทำคลอดในรายปกติ 7.3.2 ทำการช่วยเหลือขั้นต้นในรานที่มีการคลอดผิดปกติ 7.3.3. ทำการช่วยเหลือในกรณีที่จะมีการแท้งหรือหลังแท้งแล้ว7.4 การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรครวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค7.5 การวางแผนครอบครัว การฉีดยาคุมและจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิด7.6 การเจาะโลหิตจากปลายนิ้ว หรือหลอดโลหิตดำเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือเพื่อบริจาคเข้าธนาคารเลือด7.7 ด้านการปัจจุบันพยาบาล ให้การปฐมพยาบาลเกี่ยวกับการได้รับสารพิษ และสัตว์มีพิษกัดต่อย การแพ้ยา การแพ้เซรุมและวัคซีน การเสียโลหิต ภาวะช็อค การหมดสติ หยุดหายใจ กระดูกหัก ข้อเคล็ด ข้อเคลื่อน ชัก จมน้ำ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไฟฟ้าดู สิ่งแปลกปลอมเข้าตา หู คอ จมูก และกระเพาะอาหาร และผู้ป่วยเจ็บหนัก จากเนื้อหาของระเบียบจะมีส่วนที่ควรพิจารณาในประเด็นดังต่อไปนี้ 1.เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของหมอนามัย ไม่ได้กล่าวไว้ในระเบียบว่าเป็นใคร เป็นการอ้างเพียงลอย ๆ ซึ่งเป็นความไม่ชัดเจน และในการปฏิบัติงานจริงของหมออนามัยปัจจุบันก็ไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาควบคุมดูแลอยู่แล้ว 2. การควบคุมตามระเบียบหมายถึง การดูแล หรือกำกับดูแล ซึ่งไม่ได้บอกขั้นตอน แนวปฏิบัติ ระดับความเข้มงวดในการปฏิบัติ เป็นความไม่ชัดเจนอีกประเด็นที่หมออนามัยต้องใช้องค์ความรู้ และกระบวนการหรือวิธีการทางปัญญา หรือความคิดที่ได้เรียนมาในการให้บริการ 3. จากระเบียบ ข้อ 5,6,7 เห็นได้ว่าการประกอบเวชกรรมของหมออนามัย มีขอบข่ายที่กว้างขวาง ลึกในเนื้อหาแต่ละประเด็น เช่น การรักษาพยาบาลเบื้องต้น การไข้ตัวร้อน ไข้และมีผื่นหรือจุด ไข้จับสั่น จะเห็นว่า อาการไข้ตัวร้อนมีสาเหตุหลายประการ อาการไข้และมีผื่นหรือมีจุด ก็เช่นกัน อาจเกิดจากหลายโรคได้ เช่น โรคหัด สุกใส ผื่นแพ้ต่าง ๆ หรือไข้เลือดออก ไข้จับสั่นก็เช่นกัน ย่อมหมายถึงอาการของโรคมาลาเรีย ซึ่งหมอนามัยต้องต้ององค์ความรู้ และกระบวนการหรือวิธีการทางปัญญา หรือความคิดที่ได้เรียนมาในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ วินิจฉัยที่ถูกต้องจึงจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้โดยความสามารถนี้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปฏิบัติ หรือทำได้ด้วยตนเอง 4. จากระเบียบ ข้อ 5,6,7 เห็นได้ว่าขอบข่ายการประกอบเวชกรรมของหมออนามัย มีที่กว้างขวาง ลึกในเนื้อหารแต่ละประเด็น เช่นกันกับการรักษาของแพทย์ และการให้การพยาบาลของพยาบาล ไม่ได้มีการซ้ำซ้อน ก้าวล่วงกันและกัน แต่เป็นการประสานสัมพันธ์ในลักษณะทีมงาน เช่นเดียวกับวิศวกร กับสถาปนิก จากประเด็นทั้ง4 ข้อสมาคมควรมีแนวทางดำเนินการดังนี้ 1. ให้สมาคมทำหนังสือหารือไปยังปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความชัดเจนในข้อ 1-2 ด้วยเหตุที่หมออนามัยไม่มั่นใจว่าการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ทำอยู่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ และขอให้ตอบในเวลากำหนด และระหว่างการรอคำตอบ หมอนามัยควรจะงดการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไปก่อน 2. หากกระทรวงตอบแล้วแยกได้ 2 แนวทาง2.1 หากตอบชัดเจนว่าสามารถดำเนินการได้ให้สมาคมนำคำตอบประกอบการฟ้องสารปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมในการสั่งการทางปกครองของกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการเลือกปฏิบัติกีดกันหมออนามัย2.1 หากตอบชัดเจนว่าขัดต่อกฎหมาย ให้สมาคมนำคำตอบฟ้องศาลปกครองคัดค้านคำสั่งทางการปกครองที่ให้หมอนามัยให้บริการที่เป็นการก้าวล่วงวิชาชีพอื่นซึ่งขัดต่อกฎหมาย และให้ยกเลิกการประกอบเวชกรรมของหมออนามัยทั้งหมด3. ให้สมาคมทำหนังสือแย้งไปยัง 4 สภาวิชาชีพชี้แจงการประกอบเวชกรรมของหมออนามัยใน ข้อ 4 ที่ขอบข่ายการประกอบเวชกรรมของหมออนามัย มีที่กว้างขวาง ลึกในเนื้อหารแต่ละประเด็น เช่นกันกับการรักษาของแพทย์ และการให้การพยาบาลของพยาบาล ไม่ได้มีการซ้ำซ้อน ก้าวล่วงกันและกัน แต่เป็นการประสานสัมพันธ์ในลักษณะทีมงาน และการให้บริการของหมออามัยมีลักษณะของการบริการแก่สังคมที่ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปฏิบัติ เช่น การสอบสวนควบคุมโรคติดต่อต่าง ๆ ไม่ได้เป็นให้บริการเฉพาะบุคคล หากแต่เป็นการกระทำหรือให้บริการแก่ชุมชนซึ่งต้องใช้ ความรู้ทั้งทางด้านสถิติ ความรู้เกี่ยวกับวิทยาการระบาด ความรู้เกี่ยวกับพยาธิสภาพของโรค ความรู้ด้านการสื่อสาร เพื่อหาข้อมูลวิเคราะห์หาสาเหตุ แหล่งรังโรค และสังเคราะห์แนวทางการควบคุม ป้องกันโรคที่เหมาะสมกับพื้นที่ การให้วัคซีนป้องกันโรค ไม่ใช้การให้บริการแก่บุคคลเท่านั้น เป็นบริการที่ให้แก่สังคมเพื่อการป้องกันโรคในภาพรวม ซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ เช่น การแพทย์ในการฉีดวัคซีน การพยาบาลในการดูแลก่อนฉีด ระหว่างการฉีด และเฝ้าระวังหลังฉีด ความรู้ในการสอน และการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ผู้ปกครอง หรือผู้รับบริการรับรู้ เข้าใจจนถึงขั้นตระหนักเห็นความสำคัญ ซึ่งทั้งหมดต้องให้ความรู้ที่รู้ลึก รู้จริงจึงจะกระทำได้ ซึ่งก็เป็นกระบวนการหรือวิธีการทางปัญญาซึ่งประชาชนทั่วไปไม่สามารถดำเนินการเองได้4 .ประสานทุกสถานีออนามัยให้จัดทำป้ายชี้แจงแก่ประชาชนทั่วไปว่าต่อไปหมออนามัยงดการบริการที่เป็นการประหัตถการ และบริการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ไว้ก่อนเนื่องจากไม่มั่นใจและไม่สบายใจที่จะให้บริการ หมออนามัยมีโอกาสถูกฟ้องได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แม้มีระเบียบกระทรวงพออ้างอิงแต่เมื่อศึกษาแล้วก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจแก่หมออนามัยเลย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจึงของดการให้บริการดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าจะมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียว และแสดงให้เห็นว่าเราก็มีความสำคัญในทีมสุขภาพ ซึ่งควรได้รับเกียรติ ศักดิ์ศรี และเท่าเทียมกับทุกวิชาชีพ