จากการตรวจสอบพบว่าปธ.สภาผู้แทนราษฎร และ สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจ ดังกล่าว ตามที่บัญญัติในข้อบังคับฯ เฉพาะที่สำคัญ ดังนี้
อำนาจ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หมายเหตุ
๑.ออกระเบียบ ๑.ออกระเบียบให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุม(ข้อ๑๑)
๒.ออกระเบียบการลงชื่อมาประชุมของสมาชิกฯ(ข้อ๑๘)
๓.ออกระเบียบตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ด้วยความเห็นชอบของที่ประชุมร่วมกันของปธ.คณะกรรมาธิการสามัญ(ข้อ๘๗)
๔.ออกระเบียบรักษาระเบียบและความสงบฯเกี่ยวกับบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาฯหรือเข้าฟังการประชุมของสภาฯ และการโฆษณาข้อความเกี่ยวด้วยการประชุม(ข้อ ๑๗๕)
๒.ออกหลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อกำหนด ๑.การจัดส่งเอกสารลับ(ข้อ๑๕)
๒.การอนุญาตให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนฯก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม(ข้อ๑๗)
๓.กำหนดวิธีการปฏิบัติใช้เครื่องออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย และกำหนดวิธีการปฏิบัติออกเสียงลงคะแนนเปิดเผยเป็นรายคน(ข้อ๗๕(๑)(๒))
๔.กำหนดวิธีการเปิดเผยร่างพรบ.ประกอบ รธน.ที่เสนอต่อสภาให้ประชาชนทราบและสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยสะดวก(ข้อ๑๐๒)
๕.กำหนดการแต่งกายของที่ประชุมสภา รวมทั้งการแต่งกายของสมาชิก(ข้อ๑๗๓)
๓.ออกคำสั่ง ๑. สั่งงดการประชุม(ข้อ๑๒)
๒.สั่งให้เปลี่ยนแปลงคำถามของกระทู้ถามสดที่วินิจฉัยแล้วว่าต้องห้ามตามข้อ ๑๔๓(ข้อ๑๕๗)
๓.อาจสั่งให้นำกระทู้ถามที่พิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปออกจากรอบรรจุระเบียบวาระการประชุม(ข้อ๑๕๐)
๔.อาจสั่งให้นำระเบียบวาระประชุมด่วนออกกรณีที่สภาต้องพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการจับหรือคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกฯ หรือให้มีการพิจารณาในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม (ม.๑๓๑ว.๑,ว.๓) เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปออกจากระเบียบวาระการประชุม แล้วแจ้งให้ที่ประชุมทราบ (ข้อ๑๗๙)
๔.ดุลพินิจสำคัญ ๑. เห็นสมควรเรียกประชุมเป็นพิเศษ(ข้อ๑๒)
๒. เห็นสมควรบรรจุเรื่องเพิ่มเติมในระเบียบวาระการประชุม(ข้อ๑๔)
๓.จัดให้มีการโฆษณาปิดประกาศคำชี้แจงกรณีมีบุคคลอื่นร้องว่าได้รับความเสียหายจากการกล่าวถ้อยคำในการประชุมถ่ายทอดทางวิทยุตามที่เห็นสมควร(ข้อ๓๔)
๔.เห็นสมควรเฉพาะกรณีในการกำหนดวิธีการปฏิบัติอื่นใดในการออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย(ข้อ๗๕(๓)
๕.อนุญาต ๑.อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมลับ
๒.อนุญาตให้รัฐมนตรีขอแถลงหรือชี้แจงต่อที่ประชุม(ข้อ๒๓)
๓.อนุญาตให้ผู้แทนศาล องค์กรตาม รธน.หรือหน่วยงานอื่นฯ เข้าแถลงหรือชี้แจงต่อที่ประชุม (ข้อ๒๔)
๔.อนุญาตให้เสนอญัตติไม่ล่วงหน้าหรือเป็นหนังสือ(ข้อ๔๖(๕))
๕.อนุญาตให้ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนได้เพียงคนเดียว กรณีผู้เสนอหรือผู้แปรญัตติมีหลายคน(ข้อ๕๘)
๖.อนุญาตให้ผู้อภิปรายนำวัตถุใดๆมาแสดงในที่ประชุม(ข้อ๖๑)
๗.อนุญาตให้ขยายเวลา(ตามที่เห็นสมควร แล้วแจ้งสภาทราบภายหลัง)คณะกรรมาธิการกรณีพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาไม่เสร็จตามกำหนด(ข้อ๙๘ว.๒)
๖.วินิจฉัย ๑.วินิจฉัยคำร้องของบุคคลอื่นที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุฯ(ข้อ๓๒)
๒.วินิจฉัยว่าญัตติใดเป็นญัตติด่วน(ข้อ๔๓)
๓.วินิจฉัยว่าได้มีการฝ่าฝืนข้อบังคับตามที่ประท้วงหรือไม่(ข้อ๖๓)
๔.วินิจฉัยว่าคำถามของกระทู้ถามสดต้องห้ามตามข้อ ๑๔๓(ข้อ๑๕๗)
๗.อื่น ๆ สำคัญ ๑.จัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุฯ(ข้อ๑๑)
๒.จัดให้มีการเผยแพร่บันทึกเทปการประชุมผ่านสื่อฯ กรณีไม่สามารถถ่ายทอดสด(ข้อ๑๑)
๓.มีอำนาจปรึกษาหารือที่ประชุม กำหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุม สั่งพักการประชุม เลื่อนการประชุม หรือเลิกการประชุม(ข้อ๒๕)
๔.มีอำนาจเตือน ห้ามปราม ให้ถอนคำพูด ห้ามพูดฯ ให้กล่าวขอขมาฯ หรือ สั่งให้ออกไปจากที่ประชุม(ข้อ๑๗๔)
อำนาจของสภาผู้แทนราษฎรตามที่บัญญัติในข้อบังคับฯ
อำนาจ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หมายเหตุ
๑.วินิจฉัย ๑.การขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมกรณีกรรมาธิการไม่ยอมแก้ไขฯ(ข้อ๒๖)
๒.ลงมติ ๑.การไม่พิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมตามลำดับ(ข้อ๒๑)
๒.ไม่ให้จดรายงานการประชุมลับ(ข้อ๒๙)
๓.การเปิดเผยรายงานการประชุมลับ(ข้อ๓๐)
๔.ห้ามโฆษณาข้อความเกี่ยวกับความปลอดภัยฯที่ได้กล่าวฯในการประชุม(ข้อ๓๑)
๓.อนุญาต ๑.พิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีการจับหรือคุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกฯ หรือให้มีการพิจารณาในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม (ม.๑๓๑ว.๑,ว.๓) (ข้อ๑๗๙)
๔.ให้ความยินยอม ๑.ยินยอมให้ถอนญัตติที่บรรจุเข้าระเบียบวาระแล้ว(ข้อ๕๓)
๕.ตั้งกรรมาธิการ ๑.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ(ข้อ๘๒)
๒.อำนาจของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร
ขสส.ข้อ ๙ “รองประธานสภามีอำนาจและหน้าที่ช่วยประธานสภาในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของประธานสภา หรือปฏิบัติการตามที่ประธานสภามอบหมาย
เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภา หรือมีแต่ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ในกรณีที่มีรองประธานสภาสองคน ให้รองประธานสภาคนที่หนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาถ้ารองประธานสภาคนที่หนึ่งไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาคนที่สองเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภา”
การปฏิบัติหน้าที่ของรองประธานสภา มี ๒ ลักษณะ คือ
๑. กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งปธ.สภา หรือมีแต่ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
๒. กรณีที่ประธานสภามอบหมายเป็นประธานในที่ประชุม(กรณีมีรองปธ.๒คน)
ปัญหาในทางปฏิบัติอาจมีกรณีที่รองปธ.ปฏิบัติหน้าที่แทนปธ.สภา และได้ใช้อำนาจประธานสภา โดยการใช้ดุลพินิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นดุลพินิจที่อาจมองว่า “ไม่เป็นกลาง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” ได้ และอาจถูกประท้วงการประชุมจากสมาชิกว่า “ไม่เป็นกลาง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” ได้
การเลือกรองประธานสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง ไม่ระบุระยะเวลาไว้ ว่าจะดำเนินการเมื่อใด มีข้อสังเกตว่า หากมีการกำหนดระยะเวลาไว้ อาจเกิดประเด็นปัญหา เช่น กำหนดให้เลือกรองปธ.สภาแทนตำแหน่งที่ว่าง ภายใน ๑๕ วัน แต่ปรากฏว่าเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา ๑๕ วันแล้วยังไม่ได้ดำเนินการ และจะดำเนินการได้หรือไม่ ฉะนั้น การไม่กำหนดระยะเวลาไว้ จะเป็นผลดีกว่า เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาระดับชาติที่ต้องมีมาตรฐานน่าเชื่อถือ
ปัญหาโต้แย้งเรื่องอำนาจของประธานสภา (รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ปธ.ของรองปธ.ด้วย) หากกระทำโดยมิชอบ อาจส่งผลถึงความสมบูรณ์ของการกระทำ (อนุมัติ อนุญาต เห็นชอบ) ด้วย ซึ่งอาจมีประเด็นไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้
กรณีที่ไม่มีรองปธ.สภา หรือ หรือมีแต่ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่มีข้อบังคับฯให้แต่งตั้ง “ประธานสภาชั่วคราว” ไว้ เหมือนเช่น สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาซึ่งปธ.มีอำนาจแต่งตั้งปธ.สภาชั่วคราวได้
๓. หน้าที่ของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นฝ่ายประจำ มีหน้าที่เกี่ยวกับการประชุม รักษาเอกสาร ข้อมูล ปฏิบัติการอื่นตามที่ปธ.สภามอบหมาย (ขสส.ข้อ ๑๐)
นอกจากนี้ ในข้อบังคับฯ ยังกำหนดให้เลขาธิการต้องดำเนินการพิเศษอื่น ที่นอกเหนือจากปกติ ได้แก่
๑. เมื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาได้แล้ว ให้เลขาธิการมีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อนำความกราบบังคมทูล (ข้อ ๗ ว.แรก)
๒. เมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งประธานสภาและรองประธานสภาแล้ว ให้เลขาธิการส่งสำเนาประกาศพระบรมราชโองการไปยังวุฒิสภาเพื่อทราบด้วย (ข้อ ๗ ว.สอง)
๓. รายงานการประชุมที่ได้รับรองแล้ว แต่ประธานสภายังมิได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานหรือรายงานการประชุมที่ยังมิได้มีการรับรองเพราะเหตุที่อายุของสภาสิ้นสุดลง ให้เลขาธิการบันทึกเหตุนั้นไว้ และเป็นผู้รับรองความถูกต้องของรายงานการประชุม (ข้อ ๒๘)
๔. เลขาธิการเป็นผู้พิมพ์และโฆษณารายงานการประชุม ทั้งนี้ นอกจากรายงานการประชุมลับที่สภามีมติไม่ให้เปิดเผย (ข้อ ๓๖)
๕. เลขาธิการจัดทำบันทึกการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกแต่ละคนและปิดประกาศบันทึกดังกล่าวไว้ ณ บริเวณสภาที่ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ เว้นแต่การออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับตามข้อ ๗๖ (ข้อ ๘๑)
๖. เลขาธิการประกาศกำหนดการประชุมคณะกรรมาธิการไว้ ณ บริเวณสภาและมีหนังสือนัดผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติมาชี้แจงประกอบญัตติหรือคำแปรญัตติ แล้วแต่กรณีล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน หากเรื่องใดจะก่อให้เกิดผลใช้บังคับเป็นกฎหมายหรือเกี่ยวกับการบริหาร
ราชการแผ่นดิน ให้แจ้งคณะรัฐมนตรีทราบด้วย (ข้อ ๙๒)
๗. ร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ ให้เลขาธิการจัดทำรายงานผลการดำเนินการร่างพระราชบัญญัตินั้นเพื่อให้สภาทราบด้วย (ข้อ ๑๑๐)
๘. เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คณะกรรมาธิการอาจขอให้เลขาธิการแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็น
ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมาธิการก็ได้ (ข้อ ๑๒๒)
๔. การออกระเบียบ หลักเกณฑ์ของสภาผู้แทนราษฎร
จากการตรวจสอบข้อมูลการออกระเบียบ หลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร จากเวบไซท์ของรัฐสภาไทย พบว่ามีอยู่น้อยมาก ยังไม่ครบประเด็นอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฯ แต่อย่างใด ดังนี้
๑. ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๗ ลงนามโดย ศจ.มารุต บุนนาค ประธานสภาฯ
๒. ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ลงนามโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ
๓. ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย การตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ นักวิชาการ และเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๔๔ ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๔ ลงนามโดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน ประธานสภาฯ
๔. ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.๒๕๔๒ ลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๒ ลงนามโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ
๕. ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย กำหนดเวลาการยื่นกระทู้ถามสด พ.ศ.๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ ลงนามโดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ
๖. ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วย การลงชื่อมาประชุมและการลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ลงนามโดยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯ (รจ.เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๑)
๗. ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๘ ลงนามโดย ศจ.มารุต บุนนาค ประธานสภาฯ
๘. ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการคัดเลือก และการเสนอชื่อผู้แทนองค์การเอกชนให้สภาเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเด็ก สตรี และคนชรา หรือผู้พิการ หรือ ผู้ทุพพลภาพ พ.ศ.๒๕๔๑
๙. ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยการจัดกระทู้ถามสดเข้าระเบียบวาระการประชุม การถาม การชี้แจง หรือการตอบกระทู้ถามสด พ.ศ.๒๕๔๑
หมายเหตุ ลำดับที่ ๑ ถึง ๗ ปรากฏในเวบไซท์ สำหรับลำดับที่ ๘ และ ๙ จากการค้นคว้า (คาดว่ายังคงบังคับใช้อยู่)
http://www.parliament.go.th/main01.php
๕. การออกระเบียบ หลักเกณฑ์ของวุฒิสภา
จากการตรวจสอบข้อมูลการออกระเบียบ หลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ของวุฒิสภา จากเวบไซท์ของรัฐสภาไทย พบว่ามีอยู่น้อยมาก มีเพียง ๒ เรื่อง ดังนี้
๑. ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ.๒๕๕๓ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๓ ลงนามโดยนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา
๒. ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ลงนามโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ (วุฒิสภานำมาใช้โดยอนุโลม)