อาจารย์หมอ ป.คะ 

  • หมอฟันมืออาชีพ  แต่เขียนรายงานความก้าวหน้าโครงการยังไม่มืออาชีพเท่าไหร่นะคะ  ผู้ประสานแต่ละจังหวัดต้องส่งสรุปให้พี่หมอฝน  วรางคณา  สสจ.หนองบัวลำภู  นั่นน่ะมืออาชีพตัวจริง  วิเคราะห์  เรียบเรียงใหม่  ส่งรายงานความก้าวหน้าให้ สสส. ต่อไป
  • โครงการนี้ใช้เทคนิคการศึกษาชุมชนชนบทแบบมีส่วนร่วม (Participatory Rural Appraisal : PRA)  องค์ประกอบหลักที่ศึกษาเพื่อทำความเข้าใจชุมชนอย่างเป็นองค์รวม   เก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม  สังคม  และเศรษฐกิจ   
  • เมื่อปฏิบัติการตามขั้นตอนโครงการถึง  กำหนดแนวโน้มกิจกรรม  จะใช้การจัดเวทีพูดคุยระหว่างทีมแกนนำชุมชน  ผู้นำ  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ตัวแทนครัวเรือน  ร่วมกับทีมพี่เลี้ยง  ซึ่งเป็นนักพัฒนาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  เกี่ยวข้องรับผิดชอบพื้นที่ (นักวิชาการ  เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่มาร่วมศึกษาชุมชนด้วยกันตั้งแต่แรก)  เมื่อสมาชิกที่ประชุมเสนอแนะกิจกรรม  ข้อดีข้อเสีย  ผลกระทบที่จะตามมา  จนที่ประชุมมีความเห็นร่วมไปในทิศทางเดียวกัน  ตัวอย่างเช่น  บ้านพลายงาม  เสนอประเด็นที่สนใจพัฒนาร่วมกัน

๑)     การรณรงค์ทำความสะอาดบริเวณสาธารณะของหมู่บ้าน  ทางระบายน้ำเสีย

๒)     การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี  ประเด็นนี้พูดคุยไปจนถึงสารเคมีที่ตกค้างในข้าวที่เรากิน

  • ขั้นตอน  การศึกษาความเป็นไปได้  จะได้จากข้อมูลที่พูดคุยกันในเวทีนั่นเอง  กิจกรรม  ๑)  ชาวบ้านตัดสินใจร่วมกัน  ทำได้เองทันที....หิวน้ำก็นำน้ำมาดื่มเอง  พื้นฐานมาจากช่วงที่มีงานบุญมหาชาติ  งานศพฯ  งานที่เป็นส่วนรวมของหมู่บ้าน  ชาวบ้านบอกเอง  พวกเรามีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจพร้อมเพรียงกันอยู่แล้ว    เพียงติดตามระยะยาวต่อไป  ตามที่ตกลงกัน  ทุก  ๒  เดือน  จะยั่งยืนเพียงใด  คนจะมามากขึ้นหรือน้อยลง  จะรู้ได้อย่างไรว่ากิจกรรมสำเร็จ  อันนี้มีทีมประเมินผลของหมู่บ้านเองนะคะ
  • ส่วนกิจกรรม  ๒)  นัดหมายทีมพี่เลี้ยง (มีนักวิชาการเกษตรด้วย)  และทีมแกนนำชุมชน  เพื่อออกแบบเครื่องมือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม  จำนวนครัวเรือนที่ทำนา  ใช้ปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยอินทรีย์  ปริมาณการใช้  รายจ่าย  รายรับจากการทำนา  ผลกระทบต่อสุขภาพฯ  จนพอที่จะใช้ตัดสินใจปฏิบัติการขั้นต่อไปได้

 

  • อาจารย์โกวิท  พรหมวิหารสัจจา  เคยแนะนำว่า  ข้อมูล “สาวไปให้ไกลสุด”  เท่าที่คนทำเข้าใจและทำได้   และทีมพี่เลี้ยงเองก็วางบทบาทตัวเองเสมอว่า  เป็นนักเรียนรู้ไปด้วยกันกับชาวบ้าน  ไม่แสดงบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะไปทำให้ชาวบ้าน  ไม่เอาตัวเองประกันความสำเร็จ (เฉพาะตอนกำหนดกิจกรรม  ถ้ามีกิจกรรมที่เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ  ต้องบรรจุในแผนงานปกติ  อันนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว)

 

  • ส่วน ดร.จิตติ  มงคลชัยอรัญญา  เคยบอกว่า  จะทำเรื่องใดให้ไปหาชาวบ้านที่รู้เรื่องนั้นดีที่สุด  หาให้เจอ  ไม่มีในหมู่บ้านนั้นก็ไปหาใกล้เคียง  เขาจะบอกเองว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร  พอเอากลับมาร่วมกันคิด  สำเร็จหรือไม่สำเร็จเขาไม่ว่าหรอก  ถ้าเป็นแนวคิด CBD จริง  ต้องใช้ทรัพยากรส่วนของชุมชนมากกว่าภายนอก

 

  • ติดตามต่อที่บันทึกนี้นะคะ  

    http://www.gotoknow.org/blogs/posts/432601

    โดยเฉพาะตอนท้าย  อ้อเป็นคนถาม ดร.จิตติเองว่า  ทฤษฎีการพัฒนาก็ไม่ได้แน่นมาก  จะเลือกใช้ทฤษฎีไหนนำทางการทำงาน  อ่านที่อาจารย์ตอบไปก่อนนะคะ  น่าสนใจมาก

 

  • เฉพาะส่วนตัวก็เห็นพ้อง  เคยล้มเหลวมาก่อนก็หลายครั้ง  แม้แต่เรื่องฟันเด็ก ๆ นี่ละค่ะ  ดังนั้น ข้อมูลที่อิ่มตัว  สมบูรณ์เพียงพอก่อนจึงจะตัดสินใจลงมือทำ  ก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป   ขอเพียง...การตัดสินใจร่วมของชุมชน  จะล้มเหลวหรือสำเร็จ....อะไรเกิดขึ้นแล้วดีงามเสมอ (คุ้น ๆ ไหมคะ)  และวงจรการพัฒนาของแต่ละกิจกรรม  ก็ไม่ได้มีวงจรเดียวแน่นอน  ทำต่อ ๆ ไปอยู่แล้วนะคะ

 

วันนี้คงตอบได้เท่านี้ก่อน  วันหน้าลงมือทำมากขึ้น  มีประสบการณ์มากกว่านี้  คงถอดภาคปฏิบัติออกมาเป็นองค์ความรู้ได้ดีขึ้นนะคะ...หวังว่า

(ขออภัยนะคะ  ตอบยาว  แถมยังไม่ค่อยกระจ่าง)