"เมื่อขณะที่ยังเป็นเณร มีหมอดูมาดูสิว่าเณรจะสอบตกไหม อาตมาก็บอกดูไปทำไม ถ้าดูหนังสือก็สอบได้ ไม่ดูหนังสือมันก็สอบตก แต่ว่าในขณะนั้นอาตมาเรียนเก่งในชั้น เวลาครูไม่อยู่อาตมาจะต้องไปสอนพระสอนเณรแทน เอ๊ะเราจะสอบตกได้ไง พอถึงปลายปีสอบตกจริงๆ แต่ก็คิดว่าหมอดูเดาแม่น คนที่ไม่เคยสอบตกแล้วตกนี่จะเสียใจมาก อาตมาก็เหมือนกัน คิดว่าจะสึกดีไหม บุญบวชเราไม่มี แม่บอกว่าอย่าสึกเลย ก็เลยไปหาซื้อหนังสือมาอ่าน มีทั้งประวัติศาสตร์ กวีนิพนธ์ ตำราโหราศาสตร์ อ่านไปอ่านมาเอ๊ะเราตกเกณฑ์ไม่ดีนี่ ตำราว่าอย่างนี้ ก็พอดีมีพระบวชใหม่มาบอกดูให้หน่อย บังเอิญพระองค์นั้นกำลังจะสึกออกไปแต่งงาน อาตมาก็ดู บอกหลวงพี่ดวงกำลังเคราะห์ร้ายนะ อย่าซื้อเงินทองของรักนะ ตามเกณฑ์บอกอย่างนี้ ท่านก็บอกเคราะห์อะไร ผมสึกไปก็จะแต่งงาน ปีนั้นปรากฏว่าเกิดกบฏแมนฮัตตัน หลวงพี่ที่บวชเขาเป็นทหารเรือก็สึกไป เรามาเจอกันอีกครั้งเขามาบอกเณรๆ ทายแม่นนะ ผมไม่ได้แต่งงานหรอก คู่หมั้นตายแล้ว ตอนกบฏระเบิดมันลง แล้วแกก็ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏ กระเซอะกระเซิงไปอรัญประเทศ หลังจากนั้นเขาก็พาเพื่อนมาดู ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวหรอก แต่ก็ศึกษาเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ มา แต่เราก็ไม่ได้งมงาย ถือว่าเป็นศาสตร์สถิติอย่างหนึ่ง และเอามาใช้เพื่อเป็นข้อเตือนใจ ถ้าช่วงไหนดวงดีก็รีบทำนะ ถ้าดวงไม่ดีก็ต้องระมัดระวัง ไม่ได้เอามาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเป็นเรื่องงมงาย เพราะคิดอยู่เสมอว่าถ้าดวงดีถ้านักเรียนไม่ดูหนังสือจะสอบได้ไง แต่มันก็มีบางคนเวลาดวงไม่ดีพูดดีๆ ก็หาว่าไปด่าเขา เวลาดวงดีไปด่าเขาแท้ๆ เขายังบอกว่าไปสอนเขา อย่างนี้เป็นเรื่องที่ภาษาจีนเขาบอกว่า เฮงกับเก่ง ต้องประกอบกัน เหตุดี ปัจจัยดี ผลออกมาดี มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ"

แล้วถ้าผู้นำเฮงแต่ไม่เก่ง บ้านเมืองจะมีความหวังหรือ

"การบริหารบ้านเมืองมันไม่ใช่ง่ายๆ เรื่องใหญ่ มันไม่เหมือนบริษัทส่วนตัว ไม่เหมือนครอบครัว มันเป็นเรื่องของส่วนรวมทั้งประเทศทั้งหมด เพราะฉะนั้นการทำอะไรมันต้องทำร่วมกันหมด แต่องค์ประกอบของแต่ละรัฐบาลมันไม่เหมือนกัน แล้วแต่สภาพแวดล้อม แล้วแต่องคาพยพองค์ประกอบของรัฐบาลนั้นๆ เป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้จะไปโทษนายกฯ คนเดียวไม่ได้ มันทำงานร่วมกันเป็นทีม และศักยภาพจริงๆ ของท่านนายกฯ ท่านเป็นนายกฯ จริงหรือเปล่า เราก็ต้องรู้ ความจริงพวกเรารู้ว่ามันเป็นอย่างไร แต่โดยรวมแล้วก็คือ ร่วมกันในการที่จะบริหารประเทศชาติบ้านเมืองในนามของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วม ที่จะไปควบคุมการบริหารจัดการในระบบราชการ ทั้งหลายทั้งปวงก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพรรคเพื่อไทยกับพรรคร่วมรัฐบาล จะมาบอกว่าเป็นเพราะนายกฯ หญิงอย่างเดียวก็ไม่ได้ นายกฯ ชายที่เแล้วมาก็เป็นเหมือนกัน กี่คนแล้วนายกฯ ชาย โดนปฏิวัติสารพัดอย่าง นายกฯ ยิ่งลักษณ์พอขึ้นเวทียังไม่ทันตั้งตัวโดนชกแล้ว ประสบการณ์-วัย ทำงานได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่ง เหมือนเรานั่งข้างเวทีมวย เชียร์ให้ต่อยอย่างนั้นอย่างนี้ ลองขึ้นไปเองสิแล้วจะรู้"

ทราบกันดีว่า พระพรหมวชิรญาณคุ้นเคยกับครอบครัวคุณหญิงพจมานมาตั้งแต่รุ่นพ่อ (พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะเคยมาพบ

"มาก่อนที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ หลังจากเป็นนายกฯ แล้วไม่ได้มา"

ลือกันว่าเพิ่งจะมาเมื่อ 6 ธ.ค.

"ไม่ได้มา แต่เราทำพิธีเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลาให้สามารถผ่านวิกฤติไปได้"

เพราะเมืองไทยไม่เคยมีนายกฯ หญิงมาก่อน พอยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก็เกิดมหาอุทกภัย เลยถูกวิจารณ์ว่าขัดกับดวงเมือง

"เข้าใจว่าจะเป็นเรื่องของความเห็นต่าง ความคิด ไม่ใช่ว่าเป็นกฎตายตัว พอเกิดขึ้นแล้วมาพูดก็ถูกทั้งนั้นแหละ อาตมาว่าเชื่อกรรมดีกว่า"

คำพยากรณ์ของโหราศาสตร์สอดคล้องกับนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ออกมาเตือนว่าปีหน้าประเทศไทยจะเจอภัยธรรมชาติหนักกว่าเดิม

"โหราศาสตร์เขาว่าไว้อย่างนั้น ด้านธรณีวิทยาเขาก็สรุปกันไว้ว่าอย่างนั้น เนื่องก็คือเป็นเรื่องของศาสตร์ ศาสตร์ทุกศาสตร์ถ้านำมาใช้ให้เป็นก็เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นเราก็ฟังไว้ และก็หาทางป้องกัน ถามว่าเราจะทำอะไรบ้าง ทั้งวาระแห่งชาติจะทำอะไรในเรื่องเหล่านี้ ขณะนี้ได้ทราบว่าเขากำลังเตรียมการอยู่ แต่มันจะได้ผลแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในทางโหราศาสตร์และธรณีวิทยาบอกตรงกันว่าในปี 2555-2556 มันจะมีแผ่นดินไหว น้ำท่วมอีกครั้งหนึ่ง ยังไม่หมด วิกฤตการณ์อื่นๆ ในเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ ภัยธรรมชาติ และวิกฤติการณ์ทางด้านจิตใจของผู้คนในชาติในกลุ่มต่างๆ จะมีความคิดเห็นต่าง ความขัดแย้งที่ไม่ลงตัว และก็นำไปสู่ปัญหา ถ้าประสานประโยชน์ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าเขาไม่ทำนายไว้ไม่เตือนไว้ ก็จะคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ระมัดระวังไว้ มันก็จะทำให้นำเอามาประกอบในการตัดสิน ว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไร ให้ร้ายกลายเป็นดี ผ่อนหนักเป็นเบาได้ จะได้หาทางปรับปรุงแก้ไขได้"