สวัสดีค่ะ คุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ตอนนี้กระบวนการคัดคนเข้าเรียนค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงยากค่ะ จริงๆ แล้วทาง สกอ. ก็เปลี่ยนแปลงระบบสอบ entrance มาเป็นระบบ admission ที่พยายามเอา GPA ของนักเรียนมาคิดมากขึ้น เพราะอาจประเมินว่าให้ดูความพยายาม ความขยันของนักศึกษาในระยะยาว ดีกว่าสอบเอาเป็นเอาตายครั้งเดียว หรือขยันครั้งเดียวตอน entrance
แต่ก็อย่างว่าค่ะ โรงเรียนก็อาจปล่อยเกรดได้ หรืออาจมีคนเถียงว่า เกรดโรงเรียนนี้โหด..แต่เกรดโรงเรียนนั้นครูปล่อยเกรด.. สุดท้ายก็วัดกันไม่ได้หรอกค่ะ... มันเหมือนกับกฎทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาใช้ไม่ได้กับทุกคนค่ะ ก็ต้องทำใจค่ะ ว่าระบบคัดเลือกเรากำหนดเองไม่ได้... แล้วก็ระบบคัดเลือกแบบไหนก็คงไม่สมบูรณ์แบบ มันจะต้องมีจุดอ่อนสักที่แหละค่ะ มันเป็นธรรมชาติ...
ตอนนี้ถ้านักศึกษาสอบติดเข้ามาแล้ว จะเหลือกระบวนการเดียวก็คือสัมภาษณ์ แล้วก็ไม่มีคนตกสัมภาษณ์หรอกค่ะ เพราะคุยกันแป็บเดียว มองไม่ออกหรอกว่าเด็กตั้งใจหรือไม่ เหมาะหรือไม่ที่จะเรียนในสาขานี้
หรือถ้าประเมินออกว่าเด็กไม่ค่อยปกติ ถ้าจะให้ตกสัมภาษณ์ต้องมีหลักฐานแสดงชัดเจนว่าเพราะอะไร ไม่งั้นโดนฟ้องศาลปกครองแน่ๆ ค่ะ (เดี๋ยวนี้คนใช้สิทธิ มากกว่าใช้เหตุผล บางทีไม่รู้ว่าสิทธิบางอย่างเป็นอภิสิทธิ์) เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่คิดจะคัดออกก็ต้องคิดหนัก เพราะหลักฐานที่ชัดเจนจริงๆ นอกจากการพูดคุย ๑๐ นาทีมันไม่ค่อยมี
ดิฉันว่าเรื่องความตั้งใจของเขาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ก็คงเกี่ยวกับวุฒิภาวะด้วย สิ่งแวดล้อมแต่เดิมของเขาก็ด้วยค่ะ เหมือนที่ตอบคุณsasinanda ไว้ข้างต้นค่ะ
ส่วนใหญ่ตอนเรียนวิชาพื้นฐาน นักศึกษาเพิ่งเรียนปี ๑ หรือปี ๒ เทอม ๑ ค่ะ ซึ่งยังสนุกอยู่ ยังค่อนข้างมีความสุขกับการได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่ แล้วก็การบังคับจากครูบาอาจารย์ลดลง ยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ แถมเดินเข้าออกมหาวิทยาลัยได้ตลอดเวลา ทำให้เด็กหลายคนเขวได้ค่ะ บางคนมาอยู่หอ ไม่ได้อยู่บ้านกับพ่อแม่ ที่เสียคนช่วงนี้ก็มีเยอะค่ะ (อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลวตลอดชีวิตนะคะ บางคนคิดได้ทีหลัง แต่แก้อะไรไม่ได้แล้ว)
ถ้าจะให้มหาวิทยาลัยแก้ระบบดูแลนักศึกษา ดิฉันว่าเด็กก็รับไม่ได้ค่ะ เพราะบางส่วนก็คิดว่าเขาโตแล้ว แล้วบางส่วนก็มองระบบการเรียนนี้เป็น"สิทธิ"ของเขา มากกว่าเป็นความจำเป็น นั่นคือจะใช้สิทธิหรือไม่ เป็นเรื่องของเขา เขาตัดสินใจเองได้ ประมาณนั้น
เหมือนที่อ.ศิริศักดิ์ พูดไว้ในบันทึกว่าเดี๋ยวนี้ นัก..ต่างๆ ไม่มีความสามารถในสิ่งที่ตัวเองควรจะมี เช่น นักเรียน นักศึกษา ก็ไม่ได้เข้ามาเรียน มาศึกษา หรือมาเก็บเกี่ยวความรู้ แต่มาเรียนเพราะคนอื่นๆ เขามาเรียน ลูกเพื่อนของพ่อแม่ เขามาเรียนเสร็จแล้วเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นโน่น เป็นนี่ ร่ำรวยไปตามๆ กัน ฯลฯ .... เพราะฉะนั้นนักศึกษาเลยมาเรียนตามกระแส.. มาเอาใบปริญญาบัตร แต่ไม่ได้มา"เรียน" มา"ตั้งใจ"หาความรู้จริงๆ คล้ายๆ กันกับอาจารย์บางคนที่มาทำงาน"สอน" แต่ไม่ได้"สอน" นักศึกษาจริงๆ นั่นแหละค่ะ
พอขาดความตั้งใจ ก็...หมดกันค่ะ...หลายๆ อย่างมันก็ไม่เกิด เพราะบางทีแค่มาเรียนยังไม่มาเลย..
ตอนนี้ที่ตัวเองทำในวิชาที่รับผิดชอบ คือพยายามทำให้เขาเห็นความสำคัญ ให้มีความตั้งใจเพิ่มขึ้น สักนิดก็ยังดี เอาประสบการณ์เก่าๆ ซ้ำซากของรุ่นพี่มาขู่บ้าง แต่ reach-in ไม่ได้หมดทุกคนค่ะ... แต่ยังดีที่ได้บางคนค่ะ ; )