ท่านอาจารย์พุทธทาสได้กล่าวถึง “เพชรเม็ดเอกในพระพุทธศาสนา” คือ การไม่ยึดมั่น ถ์อมั่น ซึ่งก็คือ การไม่มี “ตัวกู ของกู” ตรงกับที่อาจารย์ภีมกล่าวว่าท่านอาจารย์พุทธทาสตีความศาสนาพุทธว่าหัวใจคือการลดความเห็นแก่ตัวจนกระทั่งถึงสภาพของการไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน หากใช้ภาษาที่ง่าย ๆ ก็คือ “การคลายจากความผูกพัน” ไม่ว่าจะเป็นกับคน สัตว์ หรือ สิ่งของ เพราะการไม่ยึดมั่น ถือมั่น หรือการคลายจากความผูกพันนี้เองจะทำให้ใจเราอยู่ในสภาพปลอดโปร่ง เบาสบาย เป็นอิสระจากเครื่องพันธนาการทั้งปวง หากฝึกทำเป็นประจำ ทำอย่างต่อเนื่องและสมำเสมอ สภาวะจิตจะแจ่มกระจ่างใสสว่างขึ้นภายในอย่างที่เรารู้สึกได้ชัดเจนทีเดียวค่ะ

โจทย์คือคนทำงานอย่างเราคงต้องมีวินัยในการจัดสรรเวลาแต่ละช่วงแต่ละวันให้กับการทำใจหยุดใจนิ่ง ต้องฝึกที่จะ “หยุดคิด” บ้างค่ะ พูดเหมือนง่ายแต่ทำได้ไม่ง่ายเหมือนพูดค่ะ

ตัวเองมีความเห็นว่าการตีความหมายหรือให้ความหมายของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจากถ้อยคำ จากภาพ หรือจากสัญญลักษณ์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ (Frame of Reference and Field of Experience ที่แตกต่างกันค่ะ)

วรรณกรรมเรื่องบาปของนักบุญและสิทธารถะอ่านแล้วค่ะ มีความเห็นทั้งเหมือนและต่าง ซึ่งไม่อยาก “วิวาทะ”ในที่นี้

การมองต่างมุมและความหลากหลายเป็นความงดงามค่ะ