ผมอยากจะบอกว่า เหตุการณ์ทำนองนี้ดูเหมือนมันจะเป็นวิถีชีวิตที่ปรกติของคนในสังคมเราไปแล้วครับผม "จากเรื่องไม่ปรกติแต่เราไม่ใส่ใจ แล้วอยู่กับมันจนคุ้นเคย จนกลายเป็นเรื่องปรกติ" มีหลายคนบอกผมว่า "ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละอาจารย์" มันเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดี คนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องแต่ถ้าคนส่วนใหญ่เขาไม่ทำกันก็กลายเป็น "เจ้าแกะดำ" ในสังคมไทยมีคำพังเพยที่ผมเคยได้ยิน "ทำดีได้แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย" อันนี้ยิ่งย้ำความเชื่อมั่นว่าในวิถีไทยของเรา เจ้าลาที่ทำแต่ความดีต้องทำแบบแอบๆเงียบๆไม่เป็นที่เปิดเผย เพราะหากเปิดเผยมากไป "ไอ้พวกลิง" ที่นิสัยส่วนลึกมันมีแต่ความอิจฉา ริษยา ก็จะคอยหาเรื่องก่อกวน ปิดกั้น กั๊ก กักกัน ทุกวิถีทาง ยิ่งหากการทำความดีนั้น เป็นสิ่งที่ไปกระทบกับ "ผลประโยชน์" เจ้าลิงด้วยแล้วละก็ มันยิ่งต้องหาวิธีกำจัด "จุดอ่อน" ของเจ้าลา โดยการยุยง ปลุกปั่น คอยไซโคอยู่ข้างหูเจ้านายทุกวัน มิหนำซ้ำอาจมีการตบแต่ง สร้างเรื่อง เขียนบท เชื่อมโยงกับสิ่งที่มีอิทธิพลกับจิตใจคนส่วนมาก ให้มองการทำความดีของเจ้าลา เป็นความชั่วที่เลวร้ายไป
เรื่องพวกนี้แปลกนะครับ เวลาผมไปบรรยายให้ความรู้ ที่ไหน ถ้ายกประเด็นนี้มาพูด จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พอฟังเข้าถึงจุดแล้ว จะแสดงความอึดอัดให้ผมเห็นทันที ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า อากัปกิริยา แต่มีส่วนน้อยที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองในห้อง เพื่อแชร์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่วนมากก็เอาไปพูดต่อกันนอกห้อง แต่ผมไม่ได้สนใจ ผมแค่นึกถึงว่าที่เขามีพิธีสวดภาณยักษ์ (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่านะครับ)เคยไปเข้าร่วมพิธี แล้วเห็นคนที่เขาบอกกันว่า "ของขึ้น" แสดงพฤติกรรมแปลกๆออกมา ทำให้ผมเข้าใจเลยว่า คนเหล่านั้นคือ "เจ้าลิง" .....นี่หว่า
เด็กบางคนถามผมว่า "อาจารย์ไม่กลัวเหรอ พูดตรงไปหรือเปล่า?" ผมก็ตอบกลับไปว่า ผมไม่กลัวหรอกคนชั่ว เพราะคนชั่วนั้นด้วยกรรมของเขามันบดบัง "ปัญญา" เขาไปหมดแล้วละ แต่ผมกลัวคนดีมากกว่านะ เพราะเขาเป็นผู้มี "ปัญญาสูง" แค่คิดจะเล่นงานเขา เราก็มีกรรมแล้ว
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ มีโอกาสจะเข้ามาติดตามแลกเปลี่ยนอีกครับผม