สวัสดีค่ะทุกท่านที่ติดตาม Blog ของ อ.จีระ

การเดินทางไปพม่าในครั้งนี้ ท่าน อ.จีระ ได้ ให้โอกาสดิฉันเดินทางไปเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการร่วมประชุมในครั้งนี้และยังได้ไปเรียนรู้ สังคมวัฒนธรรมของประเทศพม่าด้วย

โดยส่วนตัวแล้วดิฉันชอบศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ พม่าเป็นประเทศที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะนอกจากที่เรารู้กันดีว่าพม่าเป็นประเทศคู่สงครามในอดีตกลับไทยมายาวนาน และไทยเองก็เสียเอกราชให้พม่าถึง 2 ครั้ง ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม มีความคล้ายคลึง ผสมผสานกัน แต่สิ่งที่พม่าโดดเด่นคือเรื่องการนับถือศาสนาพุทธ ชาวพม่าไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนสิ่งที่เหมือนกันคือเรื่องความศรัทธาอันแรงกล้าในคำสอนของพระพุทธเจ้า

ดิฉันเองได้เคยอ่านหนังสือพระราชประวัติของสมเด็จพระพระนเรศวรมหาราช ท่านซึมซับและฝึกฝนเรื่องการเป็นผู้นำผ่านศาสนาพุทธมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์เมื่อครั้งที่เป็นองค์ประกันอยู่ที่ประเทศพม่า โดยได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าบุเรงนองซึ่งตัวท่านเองก็มีความศรัทธาในพระศาสนาอย่างมาก นอกจากประวัติศาสตร์ ประเพณีปฏิบัติแล้วสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาอีกอย่างคือสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะเจดีย์

การเดินทางมาเยือนพม่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของดิฉัน นอกจากการตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่าแล้ว ดิฉันยังได้ประสบการณ์จากการเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ โครงการนี้จัดขึ้นในความร่วมมือระหว่าง Tourism and Hotel Ministry ประเทศพม่า Mekong Tourism และ Myanmar Tourism Broad เพื่อระดมความคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศพม่าให้ยั่งยืน

สิ่งแรกที่เรียนรู้คือรูปแบบการจัดงาน International ในระดับภูมิภาค เป็นการระดมสมองโดยใช้เครือข่ายจากผู้มีประสบการณ์และโอกาสในการสร้าง Connection เพื่อสร้างงาน 

อีกเรื่องที่ได้เรียนรู้คือพม่าต้องเกิดการพัฒนาก่อนเกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้เข้าใจว่าประเทศกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การพัฒนาระบบโครงสร้างต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว

แต่อย่างไรก็ตาม ดิฉันคิดว่าประเทศพม่ากำลังเป็นขนมหวานที่ใครๆก็อยากเข้าไปลิ้มลอง ทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพม่า ซึ่งตอนนี้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนก็เข้าไปมีอิทธิพลในประเทศพม่าแล้ว การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในพม่าได้รับการช่วยเหลือจากประเทศจีนแต่แรงงานที่ทำนั้นเป็นแรงงานจีนทั้งสิ้น สิ่งที่น่ากลัวคือคนพม่ายังคงใช้ชีวิตแบบเดิม รายได้เท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ประเทศยิ่งโตช่องว่างระหว่างชนชั้นก็จะเกิดมากขึ้น

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ พม่าค่อยๆฉายแววแจ่มจรัลขึ้นในเวทีนานาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ASEAN เพราะนอกจากพม่าได้รับโหวตเป็นประธานอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้า การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 27 พม่าที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในอีก 2 ปี พม่า กำลังเติบโตเป็นสังคมประชาธิปไตย มีการผ่อนปนในเรื่องกฎระเบียบต่างๆเพื่อเตรียมการเปิดประเทศ ในปี 2558 พม่าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดิฉันก็คิดว่าพม่ายังคงมีอะไรที่น่าค้นหา น่าติดตามอีกมาก อีกส่องที่คนไทยต้องคิดคือถ้าพม่าก้าวขึ้นมาเมื่อไหร่ สมุทรสาครที่ว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลแช่แข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก คงต้องร้างเป็นแน่ เพราะแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่คงย้ายกลับถิ่นฐาน ไปสร้างรายได้เข้าประเทศแผ่นดินเกิดเป็นแน่

สุดท้ายนี้ต้องขอบพระคุณอาจารย์จีระ ที่ให้โอกาสในการเติมความรู้ เติมประสบการณ์ให้ชีวิต แต่ที่น่าเสียดายคือดิฉันไม่ได้ร่วมเดินทางขึ้นบอลลูนเพื่อชมทะเลเจดีย์ที่พุกามกับอาจารย์จีระ แต่ดิฉันบอกกลับตัวเองว่าจะต้องกลับไปพม่าอีกครั้งแต่ไม่ใช่เพื่อชมทะเลเจดีย์ที่พุกามอย่างเดียว แต่เพื่อดูว่าเมื่อพม่าเปลี่ยนแปลง จะเป็นแปลงอย่างไร ไปสู่ความยั่งยืนหรือไม่

                                                         จงกลกร