อาจารย์พนัสคะ

• บันทึกนี้ อ่่านเพียงคร่าวๆ รู้สึกหัวจิตหัวใจถูกบีบรุนแรงเหลือเกิน

• ขออนุญาตระบายความในใจ ในพื้นที่นี้นะคะ

• พี่ชายสองคน เสียชีวิตไล่ๆกันด้วยโรคไหลตาย

ครอบครัวเรามัก "โสเหล่" แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันกลางทุ่ง และวงข้าว

ห้องเรียนนั้น เหมือนจะหายไป

ไม่คาดคิดว่า จะมีใคร "นิรมิต" ฝันของเราแบบ "เกินจินตนาการ" เช่นนี้ได้

(หมายถึง ในพื้นที่อันเป็นท้องถิ่น ที่มิใช่สังคมอุดมการณ์เช่นที่ตนเองเข้าไปฝังตัวอยู่นะค่ะ)

• ดิฉันเป็นคนแรกของหมู่บ้านเล็กๆที่มีโอกาสเรียนต่อระดับชั้นมัธยม

• จึงเป็นความหวังของชุมชน หลายคนเรียกขาน "คุณครู,คุณหมอ" สุดแต่ใครอยากให้เป็นอะไร

•ช่วงอยู่ม.ปลาย มีงานลงแขกดำนาในวันเสาร์พอดี เรามีหน้าที่หาบกับข้าวกับปลาไปส่ง

• ขณะพักกินข้าว เกิดอยากลองวิชาไถนา ลุงป้า น้าอา จึงชี้ไปที่เจ้าทุยตัวที่ "งามสง่า เป็นงาน"ที่สุดในหมู่บ้าน

• จับเจ้าทุยเทียมไถ และแล้วอาจารย์ทุยก็ลากเราไปรอบทุ่งได้สามรอบ เริ่มรอบที่สี่ เจ้าทุยฟาดหางเล็กน้อย เหมือนส่งสัญญาณว่า รำคาญเกินจะพาเดินต่อ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเขลง ปล่อยเราเคว้งกลางท้องนาซะงั้น เสียงลุงป้าน้าอา เฮฮาขำขันกันลั่นทุ่ง แต่วินาทีนั้น เราได้คำตอบชัดเจนว่า "การศึกษา พาเราออกห่างจากหมู่บ้านยิ่งขึ้นเรื่อยๆเสียแล้ว"

• นั่นคือจุดหักเห ที่หันหลังให้การศึกษาอย่างสิ้นเชิง เที่ยวตามฝันด้วยหนึ่งสมองสองขาตน จนพบแล้วหละ...โครงสร้าง...ใช่เลย แต่รายละเอียดภายใน ต้องจัดสรร บูรณาการเดินหน้า ฝ่าอุปสรรคอันระอุ ทุกย่างก้าว ที่วางเท้า...

• หลายๆครั้ง ที่อยากปลีกตน ไปนิรมิตฝัน ที่มิต้องผ่านหินเกร็ดหินกรวดให้ปวดเจ็บมากมายเช่นวันนี้ แต่ผู้รู้มักให้สติเสมอ "จะมีคนที่เก่งกว่าเรา ไปทำ ไม่ต้องห่วง" จึงยังประคองตนอยู่ใน "ดินแดนคนจนที่รุ่มรวยหวัง"อย่างต่อเนื่องเสมอมา

• ขอบคุณเหลือเกิน ขอบคุณอย่างยิ่ง ขอบคุณทุกๆสิ่ง ที่สร้างให้มี "ครูพนัส"ในแผ่นดินนี้

• จากหัวใจอันรู้สึกลึกซึ้ง ในสิ่งที่ท่านทุ่มเท ทุกหยาดเหงื่อ แรงกายแรงใจค่ะ