- ขอบคุณนะคะ สำหรับคลิปฮาฮาที่ได้ดูคลายเครียด เมื่อโงหัวขึ้นได้จากอาการไข้หวัด
- ได้ดู ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ฮา แล้ว... ก็ยังได้หวนคิดถึงสาระสำคัญบางเรื่อง ในวิชา "ปรัชญา (Philosohy)" ที่ได้เรียนในปี พ.ศ. 2517 ที่ มศว.ประสานมิตร ค่ะ คือสาระที่ว่า "สิ่งที่เป็นจริง (Reality) มันจะเป็นจริง ณ ขณะนั้น พอเวลาเปลี่ยนไป ความจริงมันก็เปลี่ยนไป" อย่างที่ "โน้ต เชิญยิ้ม" บอกว่า ตอนที่ยังเป็นแฟนกัน สุนัขเห่าแฟนตัวเอง หนุ่มก็หันไปเตะหมา แต่พอแต่งงานอยู่กินกันมา พอสุนัขเห่าภรรยา สามีก็หันมาเตะภรรยา พร้อมกับบ่นว่าเดินยังไงให้หมาเห่า...แล้วภรรยาก็กล่าวหาว่า สามีหลอกให้หลงแต่งงานด้วย ไม่ได้รักตนจริง จริงๆ แล้ว "รักจริง" แต่เป็นจริง ณ เวลาที่เป็นคู่รักกัน
- ภรรยาก็ไม่ต่างกัน ตอนผู้เขียนเรียน ปก.ศ.ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี ในปี 2511 อาจารย์ท่านหนึ่ง (เสียชีวิตแล้ว) เล่าเรื่องจริงให้ฟังว่า ภรรยาของท่านซึ่งเป็นครูสอนคหกรรม ตอนที่ท่านเทียวไล้เทียวขื่อสร้างสายสัมพันธ์ จะพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจท่านมาก ผักเคียงต่างๆ ที่จัดให้บนโต๊ะอาหารก็ประดิดประดอยเป็นดอกไม้ จนท่านหลงแต่งงานด้วย อยู่ด้วยกันมาจนมีลูก 3 คน เวลาท่านกลับจากทำงาน ภรรยาบอกด้วยเสียงเนือยๆ ว่า "ข้าวอยู่ในปีบ...หุงกินเองนะ"
- คนไทยคงต้องเข้าใจคำพูดของคณะผู้บริหารประเทศ ด้วยมุมมองทางปรัชญาที่ว่า "สิ่งที่เป็นจริง (Reality) มันจะเป็นจริง ณ ขณะนั้น พอเวลาเปลี่ยนไป ความจริงมันก็เปลี่ยนไป" เพราะท่านคงคิดได้เฉพาะจากสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ท่านคงไม่สามารถคาดคะเนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรอกค่ะ