ได้ฟีงเพลงก็มีความสุขแล้ว หนุ่มบอกว่าอยู่กับคุณแล้ว โคตรมีความสุขเลย อย่างนี้เรียกว่าความรักเปล่า อยากมีไทม์เมชีน อ่ะ

ยายไม่ไได้เข้ากรุงเทพหรอกแต่เท่าที่อ่านก็เห็นภาพชัดเจน เขียนได้แสบๆคันๆ เห็นใจและสงสารคนน้ำท่วมมากๆ

มีญาติมิตรพาไปทำบุญเมืองเหนือ แวะตั้งแต่ว,ป่าอาจารย์ตึีอไปเรื่อยๆ จนถึงว,เด่นสะหลีแล้วไปพักค้างคืนที่วัดถ้ำผาปล่องที่เชียงดาว ไปถึงเย็น ขึ้นบันไดไปอีก ๕๐๐กว่านิดๆขั้น ก็เข้าที่พักอยูบนเชิงเขา แต่น้องแอนนาบอกว่ามัมลืมกล้องไว้ที่รถ ได้แต่บอกว่า มันเดินย้อนเป็นเพื่อนแค่หมดแรงแล้วลงไปเองนะ พอดีมีลุกวัดขึ้นลง ก้ฝากเขาดุแลให้ ตอนค่ำขึ้นไปทำวัตรเย็นบนเจดีย์

ที่เป็นที่พักลป สิม อากาศดีมาก ท้องฟ้าสีสวยกระจ่างใส เห็นดวงดาววิบวับ สวยงามสงบเงียบเหมือนอยู่อีกมิติหนึ่ง เมื่อทำวัตรเสร็จ พระสอนวิปัสสนากรรมฐาน ท่าเทศน์แอกเซ้น ล้านนา ท่านบอกว่าให้ดูที่กายและจิตของตัวเอง รู้แล้ววางมองให้เห็นความแตกดับ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่ให้ใจสอดส่ายออกนอกตัวให้ดูแต่ใจตัวก็พอ ทุกคนต่างนั่งสงบเหมือนเราอยู่ในถ้ำคนเดียว หลังจากนั้นได้คุยกันบ้างทราบว่าส่วนใหญ่เป็นผศ, รศ, มหาวิทยาลัยหลายๆที่ เขาเตรียมเบียงที่จะใช้ติดตัวกันแล้ว

ตอนเช้าก็ตื่นตี๓ ครึ่ง ขึ้นมาทำวัตรเช้ากัน คนทางเหนือปีนขึ้นเขาเก่งและไม่เหนื่อยเลย ยายต้องนึกในใจว่า ซ้ายย่างหนอขวาย่างหนอก็ถึงเหมือนกัน ช้าหน่อย ขึันไปถึงแล้วบรรยากาศดีมากๆ กลิ่นอายของความสุขสงบ อากาศสด เมื่อได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ทำให้นึกถึงชีวิตคนเราก็เหมือนพระอาทิตย์ มีขึ้น มีตก เมื่อเราขยันหายใจไปเรื่อยๆ วันรุ่งขึ้นพระอาทิตย์ก็จะขึ้นมาใหม่อีก ไม่เหมิอนเรื่องของความรักสมัยนี้ รักโดยไม่รู้ชื่อ ความรักไม่มีเหตุผลจริงๆ แต่ก็เข้าใจได้

เรื่องน้ำท่วมทำลายความสุขของคนไปชั่วระยะหนึ่ง จากความสุขความปกติที่เราเคยมี เป็นประสบการณ์ที่บางคนไม่เคยมี รองเท้าคู่หมื่นกว่าของเขาก็อาจจะเป็นคู่ถูกสุดก็ได้ แต่เมื่อผ่านไปแล้วที่้เราควรระวัง คือเหตุที่จะเกิดหลังน้ำลด ชีวิตธรรมดาๆของเราก็ต้องเปลี่ยนไป คนตกงาน คนไม่มีจะกินจะใช้ ข้าวของจะแพงขึ้น เราอยู่บ้านนอกมีกินมีใช้พอเพียงแต่คนถูกน้ำท่วมก็คงต้องเผชิญอีกต่อไป