วันนี้ที่เขาค้อ คนอุดรมากันหลายคน มาคุยกันถึงปัญหาเกษตรกร
คุณอา'วอญ่า'ครับ ครอบครัวผมก็เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้เช่นกันครับ(นาข้าวถูกน้ำท่วมหมด) แต่พอผมโทรไปถามพ่อกับแม่ ท่านหัวเราะร่วนซะแบบนั้น ผมเลยถามว่าทำไมแม่กับพ่อยังหัวเราะอารมณ์ดีอยู่ได้อีกครับ หญิงเล็ก(แม่ของผม)บอกเป็นภาษาอิสานสั้นๆว่า "แม่ยั๊งบ่ตายนิลูก" เออมันก็จริงแฮะ แต่มันดูเป็นคำตอบที่เรียบและง่ายเกินไปหน่อยมั๊ย เมื่อคิดถึงข้าวหลายสิบเกวียนที่จมน้ำ หญิงเล็กก็ยังตอบแบบง่ายๆอีกแล้วครับคุณอา "ในยุ้งยังเหลืออีกเยอะ เยอะพอกินกันจนถึงดำนา(ทำนา)ปีหน้านู่น ไม่เป็นไรหรอกลูก สบายใจได้" อืม...น่าสบายใจจัง ผมก็เลยจะสบายใจอย่างที่ท่านว่าจริงๆ(ดีมั๊ยนะครับ) ผมรึก็อุตส่าห์กลุ้มใจอยู่นาน..แท้จริงอย่างไรนั้น พ่อกับแม่ของผม ท่านจะทุกข์ใจเพียงใดกับนาข้าวที่จมหายไป หรือแค่แกล้งสบายใจให้ลูกๆไม่ต้องคิดและทุกข์กับทางบ้าน แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมประทับใจ(จริงๆแล้วหลายเรื่องมาก) ที่พวกท่านหัวจิตหัวใจยังแข็งแรง และยิ้มกับวิกฤตได้ วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ หลายๆครอบครัวรับและแบกรับต่อการสูญเสียไม่ได้ คุณอาครับ มีหน่วยงานใหนที่ฟื้นฟูทางด้านจิตใจบำรุงสุขภาพจิตให้ชาวบ้านตาดำๆบ้างใหมครับ ถ้ามีพวกเขาเลือกที่จะช่วยระหว่างวิกฤต หรือช่วยหลังวิกฤตครับ(หลานถามเพราะสงสัยใคร่รู้) ผมฝากคุณอาห่อ'รอยยิ้ม' (และกำลังใจ)ของผมไปฝากพี่น้องคนไทยบ้างนะครับ ตัวผมเองหาได้ทำประโยชน์เพื่อคนหมู่มากเลย นอกจากจะขนของ(ของตัวเอง)ขึ้นชั้นสองแล้ว ก็ได้ช่วยป้าพร(ข้างบ้าน) ยกทีวีกับพัดลมประจำตัวของแกขึ้นชั้นสองเหมือนกันเท่านั้นเอง