สรุปการบรรยาย
ทุนที่สำคัญ 4 ทุนในปัจจุบัน คน, เงิน, เครื่องมือ เครื่องจักร, ทรัยกรธรรมชาติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนเพราะทุกอย่างใช้แล้วหมดไป แต่คนยิ่งใช้ยิ่งมีค่าเราควรพัฒนาให้เขาเพิ่มศักยภาพเพื่อบริหารทุนต่างๆให้มีศักยภาพมากขึ้น

หัวข้อเรื่องการบริหารความแตกแตกระหว่าง GEN คือหัวข้อเล็กๆในเรื่องการบริหารจัดการคน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจในองค์กรว่า โครงสร้างเป็นอย่างไร ที่มีปัญหาการมีคนอายุหลากหลาย ความหลากหลายนอกจากอายุอายุ ยังมี เพศ วัฒนธรรม ศาสนา ความหลากหลายทางแนวคิด

วัตถุประสงค์หลัก

  • สร้างความเข้าใจในธรรมชาติ (Nature) ของคนใน Generation ต่าง ๆ ..รู้เขา – รู้เรา
  • เรียนรู้วิธีการบริหาร “คนต่าง GEN” ให้ทำงานร่วมกันในองค์กรได้อย่างมีความสุข เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • สร้างโอกาสจากการเรียนรู้ร่วมกันในวันนี้เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ สร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป
  • สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน การที่มีอายุหลากหลายต้องทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
    Generation ต่าง ๆ แบบไทย ๆ ประกอบด้วย

1. Builders ก็คือคนที่มีอายุประมาณ 70-90+ผมมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับหลายคนอย่าง 3 ท่านที่เรารู้จักดี และเป็น Mentor ให้ผม ก็มีอาจารย์ป๋วย คุณอานันท์ ป๋าเปรม

2.Baby Boomers คือเกิดหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็น concept จากต่างประเทศ ก็ 50 – 65  คนกลุ่มนี้ขยัน ทำงานหนัก มุ่งมั่นกับความสำเร็จจงรักภักดี ได้ประสบการณ์จากความเจ็บปวด

3.“Generation X”  ซึ่งผมคิดว่าภาพยังไม่ชัดนักเพราะก้ำกึ่งระหว่าง Baby Boomers กับ Generation Y เป็นรุ่นที่เกิดมาสู่ความสับสน

4.“Generation Y” อายุประมาณ 16 – 30 ผมคิดว่าเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะเกิดในยุค IT ยุคที่ไม่ได้สื่อสารกันโดยการพูด

5. Millennium เป็นที่เริ่มโต ยังเข้าสู่การทำงานไม่มากเป็นเด็กในยุค IT เก่ง แต่ที่ขาดคือเรื่องสังคมจะมีสังคมเป็นกลุ่มๆของตัวเอง

คนต่าง Gen ผมเสนอวิธีการมองแค่ 4 วิธี

วิธีแรก –อยู่ตรงข้ามระหว่างความจงรักภักดี (Loyalty) กับ ผลงาน (Performance) ถ้าเป็น Baby Boomers จะมีทั้ง 2 อย่าง แต่เด็กยุคนี้ไม่พอใจก็ลาออก หน้าที่ของผู้นำหรือ HR ก็คือ จะลดความไม่จงรักภักดีลง แต่ยังรักษาความเป็นเลิศไว้ ต้นทุนในการเก็บคนเก่งไว้สูงกว่าหาคนใหม่

  • ไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรมองค์กร การที่เราเป็น Human Capital ที่ดีได้ต้องเข้าใจองค์กรและทำงานร่วมกับคนอื่นได้
  • HRDS
  • ต้องอ่านข้างในให้ได้ว่าต้องการอะไรความรัก
  • สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เช่นเรื่องมารยาท การแสดงออก  ต้องออกมาด้วยความสามารถ ต้องมี Manner คนที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เก่งอย่างเดียวต้องอยู่ในสังคมให้ได้ Trend ในอนาคตจะต้องเอาศักยภาพที่ซ้อนอยู่ข้างในออกมาต้องเน้นที่Intangible
  • Employee Engagement

วิธีที่ 2 เรียกว่าเป็นวิธีบริหาร (Diversity) ให้เกิด ความเป็นเลิศให้ได้

ความหลากหลายทางด้านอายุไม่ใช่อุปสรรคแต่เป็นพลัง Synergy ซึ่งจะต้องสร้างให้เกิดพลังป้องกันความขัดแย้งความหลากหลายทางอายุเป็นพลัง และเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ต้องยอมรับในเรื่องความคิดของคนต่างอายุ

  • ผู้ใหญ่มีประสบการณ์และมี wisdom
  • เด็กมีความรู้ที่ทันสมัย
  • ปัญหาอีกอย่างของการทำงานแบบ diversity คือการที่ทำงานไม่ข้ามสายงานกัน
     ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หรือเรียกว่า Learning Organization

3 ทฤษฎีสร้างทุนมนุษย์ของผม จะเห็นว่า โดยเฉพาะ 3 Gen จะมีศักยภาพของทุนมนุษย์ไม่เท่ากัน ก็มี 2 อย่าง คือ เสริม Gen ที่ขาดเข้ามาหรือฝึกให้ Gen เหล่านั้นมีทุน (K) เพิ่มขึ้น

Innovation Capital    ทุนทางนวัตกรรม ไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ต้องสร้างให้ได้ เปลี่ยนจากงาน Retieเป็นยุทธศาสตร์อาจจะแสดงได้ว่าเก่าหรือใหม่ใครเก่งกว่ากัน หรือต้องทำงานร่วมกัน

Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ เด็กอาจจะควบคุมอารมณ์ได้น้อยกว่าผู้ใหญ่
ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ

Cultural Capital      ทุนทางวัฒนธรรม ชุมชน สังคม ภูมิปัญญาคนที่เด็กไปบ้าแต่เทคนิ

ทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพราะว่าการทำงานไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง

Happiness Capital คือการทำงานต้องทำงานแล้วมีความสุข GEN Y ทำงานเพื่อเอาเงิน

Networking GEN Y  รู้จักกันใน Social Media และ กลุ่มสังคมเดียวกัน

  • การฟังในครั้งนี้ต้องฟังแล้วเอาไปทำต่อ

  • การทำงานอย่างมีความสุข

  • การอยู่อย่างยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญของทุนมนุษย์

  • การที่ทำ HRD ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เราพยามยามพัฒนาคนที่อายุไม่เข้าใจ บางอย่างเรามีเยอะ บางอย่างเขาไม่มี Comparative Advantage ไม่ทั่วกัน

  • การที่ทำ Training หรือ Learning ต้องทำให้ที Competency มากขึ้น

  • Harvard ทุนที่สำคัญที่สุดคือทุนทางอารมณ์

  • พยายามทำในสิ่งที่เราเข้าใจก่อนโดยหาจุดตรงการระหว่าง gen ให้เจอ

Workshop เสนอกรณีศึกษาเรื่องความหลากหลายที่เกิดขึ้นในองค์กร
ที่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร และ ที่ไม่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร
กลุ่ม 1

ที่ไม่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร

  • ผู้นำการถ่ายทอดคำสั่งในวัยเดียวกันเข้าใจแต่คนละวัยไม่เข้าใจ
  • ผู้นำมีอายุมากต้องบริหารจัดการคนอายุน้อย

อ.จีระ :  Communication ต้อง Clear Y ต้องการสื่อสารขึ้นมา อย่ารอรับคำสั่ง
ต้องฝึกให้แสดงออกในทางที่ถูก

กลุ่ม 2

ที่ไม่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร

  • การใช้เทคโนโลยีที่ Baby Booms กับ GEN Y โดยให้ Y ไปสอนให้ใช้งานเป็น Baby Boomsอาจจะต้องใช้เวลาแต่ Yอารมณ์ร้อนพอเขาไม่เข้าใจก็ไม่อยากสอน

ที่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร

  • เรื่องการจัดส่งสินค้าที่ Y ไม่ค่อยศึกษาและวางแผนเส้นทาง บางครั้งการจัดส่งไปไม่ทันเด็กคิดว่าขับรถเร็วส่งทัน แต่บางครั้งก็หลง แต่เป็นผู้ใหญ่จะวางแผนก่อน

อ.จีระ : เป็นการใช้ wisdom ของผู้ใหญ่

กลุ่มที่ 3

ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร

  • พาคนในองค์กรไปสู่ความสุขและความยั่งยืนผู้นำอายุน้อย 36 แต่ในทีม 20-50 เอาต่างคน
  • ที่ไม่ประสบความสำเร็จคืออะไร เพราะอะไร Y ไม่เข้าใจเรื่องเป้าหมายองค์กร

อ. จีระ : เขาไม่เข้าใจเรื่อง Alignment ว่าองค์กรต้องการอะไรองค์กรต้อง Set Standard ให้สูงไว้เพื่อป้องกันปัจจัยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดเช่น เรื่องน้ำท่วม จะแก้ปัญหาอย่างไรเพราะเราไม่มี Standard 

อ.จีระ : อายุน้อยขับเคลื่อนคนที่อายุมาได้คือความสำเร็จ Different Value


กลุ่มที่ 4

ไม่ประสบความสำเร็จและประสบความสำเร็จในกรณีเดียวกัน

  • เป็นการทำเรื่อง ISO ของบริษัท ที่ต้องมีเอกสารประกอบการทำงานอย่างมีรูปแบบ ปัญหาที่เกิดคือการผสมน้ำยาเคมีของช่างคนเก่ากับสูตรที่คนใหม่นำมาเขียน ไม่ต้องกันและเกิดปัญหาในการผลิตคนใหม่คิดว่าตัวเองใช้ทฤษฎีที่เรียนมา ทำให้การทำ ISO ไม่ผ่าน
  • การแก้ปัญหา HR รียกมาสอบถามทีละคน โดยทางแก้ไขให้คนใหม่แทนที่จะใช้อำนาจสั่งให้เปลี่ยนมาเป็นเรียนรู้จากเขา ขอความรู้เขาแล้วมาใช้เทคนิคเอง

อ.จีระ :  เรื่องให้เกียรติคนที่มีอายุมากกว่า เป็นเรื่องที่สำคัญถึงบางครั้งไม่ใช่เรื่องที่ถูกแต่เราก็ต้องรู้จักพูด

กลุ่ม 5

  • กรณีศึกษาจากการจัดงานเพื่อรับเสร็จ ในหน่วยงานมีการทำงานของ 4 Gen พวก Y คิดแล้วทำเลย ทำจนเสร็จ แต่พอเสนอปรากฏว่าผิด ไม่เข้าใจกัน   X จึงอยู่ส่วนกลาง แก้ปัญหา และสานความเข้าใจของทั้ง 2 ฝ่าย
  • หลังจากจบงานเอาระบบ KM มาใช้ มาดูว่าสิ่งที่ดีคืออะไร ปรับในส่วนที่ไม่ดี ใช้สุนทรียะสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจกัน

อ.จีระ : Co-relation x ช่วย y ให้เข้าใจ baby boom และ builder ต้องร่วมมือกัน

Y ต้องครบคุม อารมณ์ ต้องเข้าใจทุนทางวัฒนธรรมเป็นการสร้างความเป็นไทย

งานส่วนใหญ่ 90 เป็นงานทางด้านยุทธ์ศาสตร์ มากกว่างาน Routine

คุณชัยพร : สร้างคนสร้างยากคน เมื่อสร้างมาแล้วเราต้องดูว่าจะเก็บเกี่ยวอะไรกับเขาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

อ.จีระ : ปลูกข้าวไม่ใช่ปลูกอย่าเดียวต้องเก็บเกี่ยวด้วยทำงานอย่างมีความสุขในการทำงานหรือเปล่าให้คนมีความสุขในการทำงานในองค์กรนั่นคือเกี่ยวกับ
ทุกอย่างเกิดจากมันสมองของมนุษย์ + Customer Value  สิ่งที่สำคัญคือความใฝ่รู้เพราะความเข้าใจแตกต่างกัน