คำว่า “ฉ” หรือ ฉะ แปลว่า “๖” (หก)

ฉกัษตริย์ประดับด้วยคาถา ๓๖ พระคาถา

เป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร

เพลงประจำกัณฑ์ คือ เพลง “ตระนอน”

ประกอบ กิริยานอนหลับใหลของกษัตริย์ ๖ พระองค์ เมื่อได้ทรงพบกัน

ข้อคิดจากกัณฑ์

การให้อภัย สามารถลบรอยร้าวฉานและความบาดหมางทั้งปวง ก่อให้เกิดสันติสุข

เนื้อความโดยย่อ

พระชาลี ทรง ช้างปัจจัยนาเคนทร์ เป็นทัพหน้า

เสด็จถึงเขาวงกตก่อนเพื่อเตรียมรับเสด็จพระเจ้ากรุงสญชัย

เมื่อ พระเจ้ากรุงสญชัย เสด็จถึงเขาวงกต

ทรงพระดำริว่าหากเสด็จเข้าไปพร้อมกันทุกพระองค์

จะเป็นเหตุให้ทุกข์โศกสาหัสจนระงับมิได้

จึงเสด็จเข้าสู่พระอาศรมแต่พระองค์เดียวก่อน

พอทุเลาโศกลงบ้างแล้ว

จึงจะให้ พระนางผุสดีและสองพระกุมาร ตามเสด็จเข้าไป

แม้กระนั้น เมื่อทั้งสามพระองค์เสด็จเข้าไปในพระอาศรม

พระนางมัทรีซึ่งมิอาจทรงหวังได้เลยว่า จะได้พบสองพระกุมารอีก

ครั้นได้ทรงพบกัน จึงต่างกันแสงพิรี้รำพัน

ทั้งเศร้าโศรกและยินดี จนข่มพระทัยไว้มิได้

ก็สลบสิ้นสติสมปฤดี ณ ที่นั้นทั้งสามพระองค์

ฝ่าย พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดีและพระเวสสันดร

ทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น

ทรงกลั้นโศกมิได้ กันแสงแล้วสลบสิ้นสติสมปฤดีไปเช่นกัน

เหล่าพระสนมและข้าราชบริพารก็ล้วนโศกศัลย์ล้มสลบตามกันไป

เหตุครั้งนั้น ทำให้แผ่นพสุธาไหวทั่วทั้งพื้นพิภพ

พระอินทรเทพ ทรงทราบจึงทรงแก้เหตุวิกฤติที่อุบัติขึ้น

ทรงดลบันดาลให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมา ณ ที่นั้น

กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ และผู้คนทั้งหลายต่างฟื้นคืนสติโดยทั่วกัน

นั่นเป็น ฝนโบกขรพรรษ ที่เคยตกมาสมัยก่อนพุทธกาล

ที่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเล่าโปรดพระอรหันตสาวก

อันเป็นพระพุทธปรารภเรื่อง พระเวสสันดร