ขอเสริมท่านอาจารย์ภัทรวดี นิดหนึ่งครับ.. เมืองท่าม่วงหรือเมืองตระการฯที่ย้ายมานั้น ปัจจุบันคือ บ้านท่าเมือง อ.ดอนมดแดง ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเซบก ซึ่งที่เมืองเดิมนั้นอยู่ห่างจาก บ้านท่าเมืองปัจจุบัน ราว 2 กม. สถานที่เมืองท่าม่วงเดิมนันยังคงมีหลักฐานเป็นเศษอิฐเก่าอยู่ แต่ที่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดที่สุด คือ ตัววัดและหมู่บ้านที่อยู่่รายล้อมเมืองเช่นวัด หนองไฮ(บ้านหนองไฮ)ซึ่งปัจจุบันได้เป็นวัดป่าประจำาบ้านท่าเมืองและเป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง และวัดบ้านดอน ซึ่งมีการขุดพบไหบรรจุพระดินปั้นอยู่มากทั่วบริเวณ ขอต่ออีกนิดครับ เดิมที่ตั้ง บ.ท่าเมืองนั้นเ)็นท่าเรือที่ใช้คมนาคมติดต่อกับเมืองอุบลฯ และเป็นท่าสำหรับพาช้าง,ม้า ของเมืองลงกินน้ำและอาบน้ำและยังเป็นท่าน้ำสำหรับอุปโภคของชาวเมือง แต่ต่อมาเมืองท่าม่วงเกิดแห้งแล้งชาวเมืองจึงย้ายมาตั้งชุมชนใหม่บริเวณท่าน้ำของเมือง จึงเป็นที่มาของ บ้าน ท่าเมือง...สำหรับมูลเหตุที่ย้ายเมืองไปที่บ้านขุหลุ ปัจจุบันนั้น ความคิดเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า น่าจะเกิดจากหน้านำ้ำหลากนั้นบ้านท่าเมืองน้ำจะท่วม ช่วงนั้นคงจะท่วมบ่อยจึงย้ายเมืองอีกครั้งและสาเหตูอีกประการหนึ่งคือการย้ายเมืองใหม่ไปตั้งอยู่ใกล้กับเมืองพนานิคมเพื่อมีเหตุการกบฏขึ้นอีกทางเมืองพนานิคมจะได้ช่วยทันการณ์ และจะได้อยู่ใกล้กับทางเมืองเขมราฐซึ่งอยู่ติดแม่นำ้โขงและทางฝั่วลาวซึ่งจะได้ควบคุมสอดส่องดูแลเมืองที่เคยเป็นกบฏได้ง่ายขึ้น...และเท่าที่ผมศึกษามาเจ้าเมืองตระการฯคนหลังๆนั้นจะเป็นคนของทางการที่ส่งมาปกครองจนถึงยุคที่เปลี่ยนเป็น อ.ตระการพืชผล ครับ...วันหลังผมจะเล่าประวัติเมืองอุบลยุคแรกที่ตั้งอยู่เมืองดอนมดแดง(อำเภอ..บ้านผมเอง)ให้ท่านอาจารย์พิจารณาดูครับ...หนุ่มโนนบ้านดอน....