สวัสดีค่ะคุณ P บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

สงสัยว่าการลงทุนร้านคาราโอเกะกับรีสอร์ทที่ว่านี้คงลงทุนได้ง่าย รีสอร์ทก็คงไม่ใช่ใหญ่โตมาก อาจเป็นบังกะโลว์หลังเล็กๆ ดูแลโดยครอบครัว ส่วนคาราโอเกะก็คงลงทุนไม่มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นเพิงชั่วคราว เรื่องลิขสิทธิ์เพลงคงไม่ต้องพูดถึง

การควบคุม ถ้ามี ก็คงไม่เป็นเช่นนี้ ร้านค้าพวกนี้ไม่น่าจะจดทะเบียน

ที่สำคัญก็คือ ถ้ามีร้านแบบนี้เป็นจำนวนมาก แสดงว่าต้องมี demand ไม่งั้นคงเปิดนั่งตบยุงไม่ได้ การที่มีร้านพวกนี้มากๆ ก็เป็นตัวบ่งชี้สภาวะสังคมและจิตใจคนเสื่อมโทรมเช่นกัน เพราะสิ่งที่ประกอบกับร้านเหล่านี้ นอกจากเหล้าแล้วก็คงอาจเป็นสาวๆ.. แล้วก็บ่งชี้ถึงสภาวะอ่อนแอของครอบครัวด้วย เพราะแทนที่จะใช้เวลาอยู่ที่บ้านหลังเลิกงาน มีคนบางส่วนออกมาอยู่ตามร้านพวกนี้ ใช้เงินที่หามาทั้งวันหมดไป...

พูดถึงว่าทำไมสี่แยกเดียวกันถึงมีจำนวนร้านมาก.. ดิฉันว่าเป็นเรื่องแปลกในวิธีคิดค่ะ ก็เคยเห็นเหมือนกันที่ตามข้างทางหลวงจะมีขายของพื้นเมือง แต่ปรากฎว่า ทุกร้านในระยะ 1-2 กม.ที่ขับผ่านไป จะขายของเหมือนกันหมด ไม่มีความแตกต่าง หรือแม้แต่ที่ตลาดข้างทางที่ขายของฝาก ก็จะเป็นของเหมือนกันหมด... ไม่เข้าใจ ทำไมมาแย่งกันขาย product ตัวเดียวกันในที่เดียวกัน ไม่มีความแตกต่างของสินค้าเลย...คงเป็นแนวคิดทางการตลาดทั่วไปว่าถ้าอยากซื้อ.....ต้องไปที่..... เพราะไปรวมอยู่ตรงนั้นหมด... ประมาณนั้นมังคะ..

เขียนแล้วบานปลายค่ะ ; ) แค่นี้ก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับประเด็นดีๆ แบบนี้ กระตุ้นความคิดดีค่ะ...