หนูขอแสดงความคิดเห็นในบทความนี้หน่อยนะค่ะ หนูเห็นด้วยกับบทความนี้เกษตรกรไทยไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อกู้หนี้ยืมสินจากธนาคาร หรือที่อื่นเพื่อนำเงินมาลงทุนในการเกษตร ทั้งซื้อปุ๋ยเคมี ซื้อยาฆ่าแมลงและสิ่งที่จำเป็นใช้ในการเกษตร เพื่อหวังที่จะได้มาซึ่งกำไรอันน้อยนิด เมื่อมาหักค่าใช้จ่าย และต้นทุนที่ลงไปในการเกษตร ก็แทบจะไม่เหลือเลย บางรายแถมยังมีหนี้สินติดตัวอีกด้วย ซึ่งถ้ามองกลับกันเกษตรกรมีที่ทำการเกษตรซึ่งเป็นที่ดินของตนเอง ไม่ได้เช่าที่ทำการเกษตร เท่านี้ก็มีต้นทุนที่ทำกินแล้ว นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในที่ดินของตน ตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าทำนาไม่จำเป้นต้องซื้อปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ซึ่งเราสามารถผลิตยาฆ่าแมลงจากพืช ได้ เช่น นำกระเทียมสับ พริกไทย และพริกป่น ผสมกับน้ำแล้วนำไปฉีดพ่นไล่แมลงได้ และ การผลิตปุ๋ยจากมูลสัตว์เพื่อใช้ในการเกษตรนั้น หาได้ในชุมชน ถ้าเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ฏ็อาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือส่วนหนึ่งก็เก็บไว้กินเอง อีกส่วนก็เก็บไว้ทำพันธ์ข้าวปลูกในครั้งต่อไป ถ้าข้าวเหลือจริงก็นำไปขายได้ แต่ถ้าราคาข้าวที่รัฐบาลกำหนดให้นั้นราคาต่ำมาก เราก็ไม่จำเป็นต้องขาย เพราะเราไม่เดือดร้อน มีข้าวกินตลอดทั้งปี และสามารถจำหน่ายข้าวในราคาปลีกได้อีกด้วย